สะท้อนคิดจากการเข้าร่วมการสัมมนาคณะกรรมการดำเนินการ โครงการเยาวชน รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล


            การประชุมนี้จัดที่คณะแพทยศาสตร์ มช. วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑   ดำเนินรายการโดย ศ. นพ. สุรเดช หงส์อิง   และประธานคณะกรรมการดำเนินการโครงการคือ ศ. นพ. อภิชาติ อัศวมงคลกุล    เป็นการประชุมคล้ายๆ retreat ของคณะกรรมการดำเนินการ ซึ่งจัดครั้งนี้เป็นครั้งแรก ในช่วงเวลาสิบปี ที่ดำเนินการนี้มา    และคณะแพทยศาสตร์ มช. รับเป็นเจ้าภาพ    และมี อ. นพ. ปรีดา มาลาสิทธิ์ ที่มีประสบการณ์กับโครงการ PhD MD ของมหาวิทยาลัยมหิดล นานากว่า ๒๐ ปี    กับ นพ. สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ อดีต รมช. สาธารณสุข เป็นวิทยากร  

            ประเด็นฮิตและอ่อนไหว คือเรื่องเส้นทางวิชาชีพ (career path)    ผสานกับเรื่องเป้าหมายของโครงการ    ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมตีความต่างๆ กัน   และผมฟังแล้วเกิดคำถามว่า พวกอาจารย์ผู้ใหญ่คิดแทนคนรุ่นใหม่มากไป    หรือผลักดันเขามากไป หรือเปล่า 

          เรื่องเป้าหมายของโครงการ เป้าหมายตอนเริ่มคิดโครงการมีสองประเด็นหลัก คือ (๑) เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนก    กับ (๒) ใช้อุดมการณ์ของพระองค์สร้างแรงบันดาลใจให้แพทย์จบใหม่ปีละ ๕ คน ได้ดำเนินการพัฒนาตนเองตามรอยพระยุคลบาทในการทำงานเพื่อผู้อื่น และเพื่อประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์    ข้อหลังนี้ เป็น professional, personal & career development

         แต่เมื่อดำเนินการ และวางแนวทางการจัดการให้มีการจัดการ lifetime mentoring & networking   แบบ inclusive คือคนที่ไม่ได้รับพระราชทานทุน แต่มีเป้าหมายชีวิตคล้ายกัน ก็เข้าร่วมวง networking & mentoring ได้    เราก็พบว่า เกิดผลจากโครงการ หรือเป็นเป้าหมายแถม คือ (๓) เกิดความร่วมมือในการพัฒนาความก้าวหน้าด้านสุขภาพ    ระหว่างต่างประเทศกับประเทศไทย ในระดับจุลภาค คือระหว่าง mentor ต่างประเทศกับผู้ได้รับพระราชทานทุน และในบางกรณี กับโรงเรียนแพทย์ของผู้ได้รับพระราชทานทุนด้วย    (๔) กระตุ้นกระบวนทัศน์ใหม่ๆ ด้านสุขภาพ  ที่จะนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรการผลิตแพทย์  และพัฒนาระบบดูแลสุขภาพของประเทศ

         กลุ่มประเด็นตามข้อ (๔) ที่สรุปได้จากการประชุมได้แก่  (ก) การพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยเฉพาะโรค  (ข) การวิจัยพื้นฐาน  (ค) ประเด็นด้านแพทยศาสตร์ศึกษา 

        เนื่องจากผู้ได้รับพระราชทานทุน มักไปฝึกในโรงเรียนแพทย์หรือศูนย์การแพทย์ชั้นนำของโลก     จึงเกิดผลกระทบที่ต่อไปน่าจะเกิดขึ้น คือ  (๕) เชื่อมโยงการถ่ายทอด และร่วมมือพัฒนานวัตกรรมสู่ประเทศไทย เช่น personalized medicine  ที่เกิดจากความก้าวหน้าด้าน post-genomics และ epigenetics    โดยเฉพาะในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง  และโรคมะเร็ง 

       และน่าจะมีผลข้อ (๖) คือแพทย์รุ่นใหม่ที่ไม่ได้สมัคร หรือสมัครแล้วไม่ได้รับพระราชทานทุน ก็เกิดแรงบันดาลใจไปด้วย 

       คุณหมอสมศักดิ์เป็นนักตั้งคำถามยากๆ และซับซ้อน      ถาม ๓ คำถาม  (๑) Mismatch ระหว่างเรื่องที่ทำระหว่างรับพระราชทาน ๑ ปี   กับการฝึกอบรมภายหลัง   (๒) กรณีที่ mentor ต่างประเทศชวนอยู่ต่อ   หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น   และ  (๓) บางคนหลังรับพระราชทานทุน ๑ ปี  ไปเป็นแพทย์ประจำบ้านต่างประเทศ  ขาดจากโครงการนี้ไปแล้วหรือเปล่า   มีกรณีต้นสังกัดตัดตำแหน่ง    lifetime mentoring ขาดสะบั้นไหม   

        คำตอบมีได้หลากหลาย และเชื่อมโยงกับความจริงว่า ผู้รับพระราชทานทุนเพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงาน หรือด้านวิชาชีพ    ยังต้องสร้างตัวอีกนาน     ดังกรณีผู้รับพระราชทานทุนรุ่นแรก ๓ คน    แม้จะผ่านมาแล้ว ๙ ปี ก็ยังอยู่ระหว่างฝึกอบรมขั้นสูงด้านวิชาชีพ    และในความเป็นจริง หลังได้รับพระราชทานทุนนี้แล้ว ผู้รับทุนจะมีชีวิตการทำงานต่อไปอีกกว่า ๕๐ ปี    ช่วง ๕๐ ปียาวนาน และจะมีจุดหักเหในชีวิตได้มาก    คืออาจเปลี่ยนไปทำงานใช้ชีวิตไม่ตรงกับที่เสนอไว้ตอนขอรับพระราชทานทุน    ซึ่งไม่ถือว่าผิดสัญญาแต่อย่างใด   

       ผู้ได้รับพระราชทานทุน อายุราวๆ ๒๓ – ๒๔ ปี    ยังอยู่ในช่วงชีวิตของการแสวงหา    การดำเนินการของทุนเยาวชน จึงต้องเปิดช่องความยืดหยุ่น    ไม่เรียกร้องว่า เมื่อเสนอโครงการไปฝึก ๑ ปีแล้ว  ชีวิตข้างหน้าอีก ๕๐ - ๖๐ ปี ต้องดำเนินตามเส้นทางนี้    ซึ่งไม่เป็นไปตามธรรมชาติของชีวิตมนุษย์    อย่างน้อยๆ ชีวิตของผมก็ไม่เป็นเส้นตรงอย่างนั้น    เส้นทางชีวิตของคนเราซับซ้อนยอกย้อน ไม่เป็นเส้นตรง  

      ผมคิดว่า แทนที่จะตอบคำถามของคุณหมอสมศักดิ์  คณะกรรมการดำเนินการน่าจะนำคำถามเหล่านั้น และข้อสงสัยหรือกังวลอื่นๆ ที่มีการหยิบยกมาเสวนาในที่ประชุม    เอามาดำเนินการสร้างฐานเพื่อให้สังคมไทย (และโลก) ได้รับประโยชน์จากโครงการเยาวชนมากยิ่งขึ้น   

      ประเด็นการดำเนินการเพิ่มเติมที่มีผู้เสนอ และบางประเด็นผมคิดขึ้นเอง ได้แก่  (๑) การสัมมนา mentor ไทย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์   สู่การพัฒนาคุณภาพของการให้คำนะนำปรึกษา  (๒) การประชุม networking ถึ่ขึ้น และเชิญผู้รับพระราชทานทุนรุ่นก่อนๆ มาเล่าประสบการณ์ชีวิตการฝึกอบรมและการทำงาน   เพื่อคณะกรรมการดำเนินงานนำมาใช้พัฒนาระบบ lifetime mentoring & networking ให้มีพลังยิ่งขึ้น   (๓) การรวบรวมข้อเสนอแนะต่อคณะต้นสังกัดของผู้รับพระราชทานทุน ในการใช้โครงการเยาวชนฯ ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคณะ  รวมทั้งการสร้างระบบบุคลากรที่ยืดหยุ่น เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้รับพระราชทานทุน และต่อการที่คณะจะได้รับประโยชน์ในระยะยาว    

      คุณหมอสมศักดิ์ ยกประเด็น private gain และ public gain จากโครงการนี้    ซึ่งผมมองว่า เป็นประเด็นที่จะต้องมีการจัดการให้เกิดแรงเสริมกัน (synergy)  ไม่ใช่ขัดกัน (conflicting)    

     มีการพูดถึงความคาดหวังต่อผู้รับพระราชทานทุน ด้านการเป็นนักวิจัย  กับการทำงานอยู่ในประเทศไทย    ซึ่งเราไม่มีข้อผูกมัดอย่างเป็นทางการ    แต่มีการคาดหวังต่างๆ กันไป    ผมเองไม่คิดว่าการเป็นนักวิจัยเป็นสิ่งที่ผู้รับพระราชทานทุนทุกคนต้องทำ    ที่ผมคาดหวัง แต่ไม่มีคนกล่าวถึงในที่ประชุมคือ การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (change agent)    

    ในเรื่องการเป็นนักวิจัย คุณหมอสุรเดชเน้นการเป็นนักวิจัยทางคลินิก หรือทางวิชาชีพ (professional / clinical scientist)  ไม่ใช่นักวิจัยพื้นฐาน (basic scientist)    และที่สำคัญ ร่วมมือกับหลายฝ่ายในการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพ ซึ่งอาจจะเป็นระดับจุลภาค หรือระดับมหภาค ก็ได้   

    เราโชคดีที่มีคุณหมอสุรเดช (ผู้เป็นแพทย์ที่ประสบความสเร็จทั้งการเป็นแพทย์ปฏิบัติรักษาผู้ป่วย  และเป็นนักวิจัยระดับโลก)   อาสาเข้ามาทำงานให้ในเรื่องการพัฒนาระบบ lifetime mentoring & networking    ซึ่งก็จะมีข้อมูลมาจาก learning curve จากรุ่นก่อนๆ เอามาปรับปรุง    โดยคราวนี้มีการนำเสนอผล self evaluation จากผู้รับพระราชทานทุน    และข้อคิดเห็นจาก mentor ต่างประเทศ    การทำงานไป เรียนรู้ไป ปรับปรุงไป เป็นวิธีการของการสร้างนวัตกรรม    งานโครงการเยาวชน รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นนวัตกรรม    ที่ผลเชื่อว่าใน ๑๐-  ๒๐ ปีข้างหน้า จะก่อคุณูปการต่อสังคมไทย อย่างมากมาย  

วิจารณ์ พานิช

๑๔ ก.พ. ๖๑

ห้อง ๗๑๖  สวนดอกโฮสเทล  คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่




               

 

    

1 บรรยากาศในห้องประชุม

2 อีกมุมหนึ่ง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

645132

เขียน

26 Feb 2018 @ 21:57
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 2, อ่าน: คลิก