“จงแสวงหาความรู้ตั้งแต่ในเปลจนถึงหลุมฝังศพ…แม้จะต้องไปไกลถึงเมืองจีนก็ตาม”
ประโยคที่ตัวฉันเองได้ยินมาตั้งแต่จำความได้ ว่ากันว่าเป็นคำพูดที่ส่งต่อกันมาเรื่อยๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาหาความรู้ และทำให้ฉันตระหนักได้ว่าความสามารถในการเรียนรู้ของมนุษย์นั้นไม่มีคำว่าสิ้นสุดจริง ทุกวันนี้มีการศึกษาใหม่ๆเกิดขึ้นมากจนตัวฉันเองตามไม่ทัน
วิชาชีพกิจจกรรรมบำบัด เป็นอีกหนึ่งองค์ความรู้ที่ตัวฉันเองได้เลือกมาเรียนรู้ และทำมาตลอกเกือบสองปีแล้ว วิชาการให้เหตุผลทางคลีนิก PTOT 229 ทำให้ได้เรียนรู้และเปลี่ยนความคิดกิจกรรมบำบัดในอุดมคติของตัวเองครั้งใหญ่ทีเดียว สิ่งที่ได้เรียนรู้ใหม่หลักๆ ดังกล่าวนี้
1. กิจกรรมบัดเป็นวิชาชีพที่มีกระบวนการดำเนินไปด้วยเหตตุผลหลายด้าน มีการให้เหตุผลมากมายที่ฉันต้องเรียนรู้ จนอดสงสัยไม่ได้ว่าเราต้องคิดมากมายขานดนั้นไปเพื่ออะไร และคำตอบที่ได้ก็คือ กิจกรรมบำบัดเป็นการมองแบบองค์รวม เราต้องเลือกสรรหนทางที่ดี และเหมาะสมกับคนไข้ของเราให้มากที่สุด เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
2. การสังเกตุเป็นกระบวนการสำคัญมากในกิจกรรมบำบัด สืบเนื่องมาจากข้อแรก การสังเกตุจะนำมาซึ่งการให้เหตุผลทางคลินิกต่างๆ เพื่อนำไปงางแผนกิจกรรมต่อไป
3. การตั้งคำถามให้คม เป็นประโยชน์อย่างมากกับวิชาชีพกิจกรรมบัด ซึ่งแปลว่าต้องมีกระบวนการคิดและทำที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นทักษะที่ฉันคิดว่ายากมากที่จะทำได้ และตัวเองยังไม่สามารถก้าวข้ามหลักนี้ไปได้ แต่ถ้ามองย้อนกลับไปก่อนที่จะมาเรียนวิชานี้ ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเริ่มใช้ความคิดมากขึ้น พร้อมกับตั้งใจว่าจะเป็นนักกิจกรรมคิดไวทำไวและสมเหตุสมผลในอนาคตให้ได้
นอกจากการเรียนรู้ใหม่ๆที่ได้จาก PTOT 229 แล้ว วิชานี้ทำให้ฉันได้พบกับความประทับใจ ประสบการณ์ใหม่ๆจากการศึกษาดูเคสตามสถานที่ต่าง ได้แก่ ศูนนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูสวางคนิวาส และโรงพยาบาลเด็ก จะขอยกตัวอย่างคร่าวๆดังนี้
1. ประทับใจในตัวพี่ๆนักกิจกรรมบำบัดทั้งสองสถานที่ รู้สึกว่าพี่ๆเขารักการทำงานในวิชาชีพนี้มาก สังเกตุจาการทำงานอย่างมีความสุขของพี่ คนไข้เองก็ดูมีความสุขที่ทำกิจกรรมกับพี่นักกิจกรรมบำบัดเช่นเดียวกัน และพี่ๆก็พร้อมจะสนับสนุนตัวฉัน ตอบคำถาม ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิชาชีพนี้กับฉันอย่างจริงใจ
2. ประทับใจความสัมพัรธ์ระหว่างนักกิจกรรมบำบัดและคนไข้ เนื่องจากการการให้การรักษาทางกกิจกรรมบำบัดจำเป็นต้องใช้เวลา การคลุกคลีอยู่ด้วยกันทำให้เหมือนกับได้คนในครอบครัวเพิ่มขึ้นมา การเฝ้าดูว่าคนไข้มีการพัฒนาเป็นไปอย่างไร เห็นผลสำเร็จของเขา ถึงแม้จะ discharge คนไข้ไปแล้วก็ยังติดต่อช่วยเหลือกันอยู่
3. ประทับใจเรื่องเล่าเคสของอาจารย์ มีเคสของอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านได้เล่าให้ฟังว่าอาจารย์เองได้นำวิชากิจกรรมบำบัดมาใช้กับแม่ของท่านที่ป่วย และตอนนี้แม่ของอาจารย์สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ยิ่งตอกย้ำให้ฉันอยากที่จะเป็นนักกิจกรรมบำบัดที่ดีแบบที่อาจารย์เป็น เพราะหนึ่งในเหตุผลที่ตัวฉันเลือกเรียนกิจกรรมบำบัด ก็เพราะอยากดูแลคนในครอบครัวได้ด้วย
4.ประทับใจคนไข้ที่มีความตั้งใจในการฝึกกิจกรรมต่างๆ เพราะเขามีความมุ่งมั่นว่าจะหาย และเชื่อใจนักกิจกรรมบำบัด
5. ประทับใจตัวเอง ที่พยายามที่จะเริ่มคิดไว ตามที่อาจารย์กระตุ้น คาบแรกๆที่เรียนรู้สึกว่าการเรียนรู้จากการตั้งคำถามเป็นทักษะที่ยากมากจริงๆ ไม่รู้ว่าตัวเองต้องสงสัยอะไร แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ คิดตามที่อาจารย์กระตุ้น
ฉัตรธิยา สมอทอง
นักศึกษากิจกรรมบำบัด