1.เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมจากการเรียนวิชาPTOT229 - อย่างแรกคือจากปกติเราเรียนในห้องเรียน เราไม่สามารถที่จะเห็นเคสตัวอย่างได้ชัดเจนมากนัก เวลาอาจารย์พูดอะไรเกี่ยวกับตัวโรค หรือการสังเกตุเห็น ก็จะไม่ค่อยเข้าใจ แต่จากการที่เราได้ออกไปศึกษานอกสถานที่ ทำให้เราได้เห็นเคสตัวอย่างมากขึ้น รู้สึกได้เลยว่าสิ่งที่เคยเรียนกับสิ่งที่เห็นสามารถเอาไปใช้ได้จริงๆ การสังเกตุในห้องเรียน กับการสังเกตุที่ออกไปเจอจริงๆค่อนข้างต่างกันมาก

- สิ่งที่สองคือ การใช้เหตุผลทางคลินิก จากการที่ได้ไปดูมานอกสถานที่ สำหรับพี่นักกิจกรรมบำบัดบางคนก็บอกเลยว่า ตอนพี่ทำเนี่ย พี่ไม่ได้คิดเหตุผลอะไรเลย พี่ทำไปตามปกติที่พี่ทำ พี่ไม่ได้มานั่งคิดว่าต้องใช้เหตุผลแบบนี้ๆในการรักษาผู้ป่วยนะ แต่ในทุกๆสิ่งที่พี่ทำคือเหตุผลทางคลินิก ตั้งแต่แรกเริ่ม คือการปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย การวิเคราะห์ การจัดโปรแกรมต่างๆ

- สิ่งสุดท้ายคือ การที่เราได้ไปสังเกตุเห็นผู้ป่วยจริงๆแล้วกลับมาวิเคราะห์ เขียน SOAP NOTE ตอนแรกสำหรับตัวเองก็ไม่รู้ว่าจะเขียนได้ไหม เขียนไปแล้วใครจะได้ใช้ ทุกคนเขียนกันแบบนี้หรอ แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ ถึงได้รู้ว่าการเขียนแบบนี้นะ เป็นประโยชน์ต่อตัวผู้ป่วยเอง เป็นการเขียนทั่วไปที่ใครก็สามารถนำไปอ่านแล้วนำไปปรับใช้กับผู้ป่วยได้ต่อ

2.ประทับใจในวิชาชีพกิจกรรมบำบัด-  ความประทับใจแรกคือ รู้สึกว่าเป็นวิชาชีพที่แค่ตัวเองก็สามารถใช้เป็นสื่อในการรักษาได้ นำกิจกรรมต่างๆมาใช้ในการรักษา ไม่ต้องใช้เครื่องมือหรูหราทันสมัยก็ใช้รักษาผู้ป่วยได้

สิ่งที่สองคือ อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ใช้เวลารักษาผู้ป่วย หรือผู้รับบริการค่อนข้างมาก จากการที่ได้เจอพี่นักกิจกรรมบำบัดหลายๆคน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 3-4ปี บางคน10-15ปี ตั้งแต่เริ่มรักษา เห็นผู้ป่วยพัฒนาดีขึ้น จนหาย นานๆเข้าก็สนิทกันเหมือนพี่เหมือนน้อง ประทับใจมากๆว่าบางครั้งผู้ป่วยที่ต้องอยู่รักษากันนานๆ ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันเฉพาะในฐานะผู้บำบัดกับผู้รับบริการเพียงอย่างเดียว ยังรู้สึกเหมือนญาติสนิทด้วย

สิ่งที่สามคือ การที่ผู้ป่วยฝากความหวังที่อยากจะหายไว้กับเรา รู้สึกประทับใจว่าเราเป็นส่วนหนึ่งในความหวังเล็กๆของเขา เราสามารถที่จะทำให้ผู้ป่วยหายได้ หรือกลับมาฟื้นฟูได้ดีขึ้น เราก็อยากที่จะพัฒนาตัวเองให้ทำอย่างที่พี่นักกิจกรรมบำบัดทำได้

สิ่งที่สี่คือ เป็นวิชาชีพที่แปลกใหม่มากๆ เช่น การรักษาแบบที่ผู้ป่วยจะต้องกลับมาทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตัวเอง สามารถทำ function ต่างๆด้วยตัวเอง หลังจากมารักษากับนักกิจกรรมบำบัดแล้ว ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องกลับไปพึ่งพาคนอื่นอีก สามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเองได้ เป็นอีกหนึ่งความประทับใจในวิชาชีพนี้

สิ่งสุดท้ายคือ นักกิจกรรมบำบัดปัจจุบันในประเทศไทยตอนนี้มีไม่เยอะมากมายเท่ากับวิชาชีพอื่นๆ "กิจกรรมบำบัดหรอ คืออะไร" ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าเราทำอะไร และผู้ป่วยหรือผู้รับบริการก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในทุกๆวัน ด้วยสัดส่วนย่อมมีผู้ป่วยหรือผู้รับบริการบางคนย่อมไม่ได้ทำการรักษา แต่ด้วยวิชาชีพที่มีกำลังพลเล็กๆนี้สามารถพัฒนาเพื่อผู้ป่วยอย่างไม่รู้จบ พยายามที่จะไปตามชุมชนต่างๆ หากผู้ป่วยไม่สามารถมาหาเราได้ เราจะเข้าไปเอง เป็นสิ่งที่สำหรับตัวเองประทับใจมากๆที่สุด และภายในอนาคต เชื่อว่านักกิจกรรมบำบัดสามารถที่จะแนะนำตนเองได้ว่า ฉันคือนักกิจกรรมบำบัด โดยที่ไม่มีีใครไม่รู้จัก