GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ชิวิตจริงของอินเทอร์น : สิ่งดีที่มีอยู่ (๒)

ตอนอยู่ในห้องประชุม เราคาดการณ์กันว่าจะมีเด็กที่สนใจอยากฝึกการใช้ภาษาอังกฤษด้วยการเป็นมัคคุเทศก์นำชมโรงเรียนสัก ๕-๖ คน แต่ปรากฏว่าเมื่อคุณครูไปสอบถามในชั้นเรียนเข้าจริง ก็มีเด็กสนใจมาเข้าร่วมโครงการถึง ๒๐ คนเลยที่เดียว จำนวนมัคคุเทศก์:คณะผู้บริหารสถานศึกษา จึงมีสัดส่วนมากถึง ๔:๗

ทั้งครูและเด็กต่างก็สนุกกับโครงการนี้กันมาก ทุกคนพยายามกันอย่างเต็มที่ ที่จะทำงานนี้ให้ดีที่สุด คุณครูบางกลุ่มมาเตรียมงานต่อกันในวันเสาร์ด้วย และความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็ย่อมอยู่ที่นั่น

ดิฉันรับหน้าที่เป็นคนกล่าวต้อนรับ และ แปลสุนทรพจน์ที่ผู้อำนวยการกล่าว เป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นเป็นการนำเสนอปรัชญา และภาพรวมของโรงเรียนของคุณครูก้อย ซึ่งตอนเตรียมตัวน้องมีท่าทีตื่นเต้นเล็กน้อย แต่เมื่อถึงเวลาจริงแล้วมั่นใจเต็มร้อย ( ต่างจากดิฉันซึ่งตอนเตรียมตัวนั้นไม่ตื่นเต้นเลย แต่พอเริ่มพูดไปความตื่นเต้นก็ค่อยๆคืบคลานเข้ามาหาอย่างไม่รู้ตัว! แต่ก็ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวภายในจิตใจเอาไว้ได้ในที่สุด)

จากนั้น ไบรท์(นักเรียนชั้น ม.๑) และ เม(นักเรียนชั้น ม.๓) ก็ออกมานำเสนอกิจกรรมที่สำคัญของโรงเรียนที่จัดขึ้นในรอบ ๑ ปีการศึกษา ซึ่งทั้งสองคนทำได้ดีมาก แล้วก็มาถึงช่วงของมัคคุเทศก์อาสาพาชมโรงเรียน เด็กทุกคนกระตือรือร้นในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะทุกคนได้โอกาสที่จะทดสอบกำลังของตนเองว่าจะทำอะไรให้ดีที่สุดได้แค่ไหน

คุณครู ESL ได้โอกาสในการร่วมกันสร้างความเข้าใจในโรงเรียน แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นการใช้ทักษะทางภาษาที่คล่องแคล่ว เห็นทั้งพลังของตน พลังของเพื่อน และพลังของความสามัคคีที่เกิดขึ้นในหมู่คณะ ที่เกิดจากความจำเป็นที่จะต้องทำงานให้เสร็จภายในเวลาอันจำกัด อย่างมีคุณภาพ ซึ่งสามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างอิสระ เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่มีอยู่ร่วมกัน

นักเรียนได้ทดสอบทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของตน ว่าอยู่ในระดับใด ได้รับรู้ว่าสิ่งที่เขาเรียนมานั้นใช้งานได้ดีเพียงไร สามารถประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ได้หรือไม่

ที่น่าสนใจคือเด็กทั้ง ๒๐ คนที่มาร่วมในโครงการนี้ เป็นเด็กที่สนุกที่จะเข้ามาร่วมด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่"เด็กคัด" แต่เป็นเด็กที่ "มีใจ" และทุกคนก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีความสนใจใฝ่รู้ อยากที่จะพัฒนาทักษะทางภาษาของตนทั้งสิ้น

สิ่งที่ได้มากไปกว่านั้นคือ การรู้จักวางตัวให้ถูกกับกาลเทศะ ที่ต้องอาศัยการเกิดขึ้นของ กาละ และ เทศะ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่พบได้ทั่วไป แต่เป็นเรื่องที่ต้องการการประชุมกันของสถานการณ์ และโอกาส (และครูที่ดีก็คือครูที่หมั่นหาโอกาสและสถานการณ์ให้ศิษย์ได้ฝึกฝนอยู่เสมอ)

หลังจากที่จบการเดินชมกิจกรรมของนักเรียนในชั้นต่างๆแล้ว คณะดูงานก็กลับมาพบกันที่สนามเล็กข้างอาคารประถมต้น เพื่อชมการแสดงดนตรีไทย จากคณะครูและนักเรียนชั้นมัธยม ผู้ควบคุมวงคือคุณครูวิทยา

สิ่งดีที่เกิดขึ้นคือ เสียงเพลงโหมโรง"จีนตอกไม้"ที่บรรเลงด้วยระนาดเอก ฆ้องวงเล็ก ที่มีกลองแขก และฉิ่ง เป็นเครื่องกำกับจังหวะ เด็กที่มาหัดดนตรีไทยชอบเพลงนี้กันมาก เนื่องจากท่วงทำนองเพลงมีความครึกครื้น เหมาะกับวัยของเขาที่กำลังรุ่น

เพลงที่ดังขี้นต่อจากนั้น คือ เพลงลาวดวงเดือน ที่พิเศษยิ่งขึ้นด้วยเสียงกีต้าร์คลาสสิคของคุณครูหน่อง และเสียงร้องประสานของเหล่ามัคคุเทศก์น้อยใหญ่ และเพิ่มไฮไลท์ ด้วยเสียงฉิ่งของครูเมย์ ทำให้ผู้ใหญ่ที่ยืนชมการแสดงอยู่รอบๆวง อดที่จะร้องคลอตามไม่ได้ เพราะเพลงลาวดวงเดือน คือ เพลงที่เป็นหนึ่งในหัวใจชาวไทยเสมอ

เพลงสุดท้ายเป็นเพลงที่ยากที่สุด เพลงอาหนูนี้เด็กๆฝึกเล่นกันมาตั้งแต่เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว แต่เมื่อได้ฟังเต็มๆหูอีกครั้งในวันนี้ก็พบว่า ทุกคนแตกรายละเอียดของเพลงได้อย่างประณีต ไพเราะ และบางคนก็ถึงขั้นเติบโตไปจากทำนองหลักได้ด้วยการimprovise ด้วยตัวเอง ที่ผู้ชมประทับใจกันมากก็คือ ตอนที่ต่อท่อนกันระหว่างระนาด ๓ ราง ฝีมือแก่น เจ อะตอม และ ฆ้องวงเล็ก ฝีมือนักดนตรีหญิงเดี่ยว คือ ลูกปลา ที่หาญกล้ามาท้าดวลกับชายหนุ่ม

งานนี้เพียงงานเดียวก็ทำให้ดิฉันได้แผนที่คนดีของโรงเรียนนับสิบคน ทั้งบุคลากรในส่วนสนับสนุน ส่วนของครู รวมไปถึงนักเรียน ได้สร้างเวทีให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ออกมาแสดงศักยภาพ แล้วยังก้าวไกลไปถึงการได้รู้จักกับพันธมิตรที่มาจากต่างแดนอีกด้วย

ผลที่ได้รับนั้นคุ้มเหนื่อยจริงๆค่ะ ต้องขอขอบคุณคุณครู ESL ทุกคนไว้ ณ ที่นี้ ด้วยความคารวะจากใจ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 64485
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

  • ท่าทางกิจกรรมน่าสนใจมาก
  • อยากทราบกิจกรรมอื่นอีกครับ
  • ขอบคุณมากครับผม