ในการประชุม Retreat ของโครงการ R2R ประเทศไทย ที่เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๓ มกราคม ๒๕๖๑   เริ่มด้วยการอภิปรายเรื่อง Value-Based Health Care    โดยผมได้รับมอบหมายให้ร่วมอภิปรายด้วย   

เริ่มจากผมไม่รู้จักเลยว่าคำนี้หมายถึงอะไร    ผมก็ตีความตามตัวหนังสือ ว่าต้องกำหนดกันก่อนว่า value  ต่อใคร    แต่ต่อมาก็พบในเอกสารถอดบทเรียน HA Forum 18 () ว่าคำนี้ต้นเรื่องมาจาก Michael Porter ()     โดยให้นิยามว่า value = patient healthcare outcome per dollar spent    ยิ่งผลลัพธ์ของบริการสูง แต่ค่าใช้จ่ายน้อย ยิ่งคุณค่าสูง   

วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๑ ในการประชุม R2R core team ที่ศิริราช   รศ. นพ. เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ เล่าว่า ท่านเคยไปฟัง Michael Porter พูดเรื่องนี้ที่สิงคโปร์   และอธิบายว่า หลักการเก็บเงินค่าบริการรักษาพยาบาลในปัจจุบันเป็นแบบ activity-based   รพ. หรือหมอยิ่งทำอะไรๆ ให้แก่ผู้ป่วยมาก ก็เก็บเงินมาก    ในบางกรณี รพ. ทำมากโดยไม่จำเป็น   เช่นตรวจพิเศษมากมายโดยส่วนใหญ่ไม่มีประโยชน์    เขาต้องพยายามทำมาก เพื่อเก็บเงินมาก

แต่หากใช้วิธีเก็บค่ารักษาพยาบาลตาม value ที่เกิดขึ้นต่อผู้ป่วย   ก็จะเปรียบเทียบสถานการณ์จริงในผลงาน R2R ลดอุบัติการณ์การตกเลือดหลังคลอด ของจังหวัดปทุมธานี    ที่ถือเป็นผลงาน meta R2R เด่น    หากคิดค่าบริการตามแนว value-based    ผู้ป่วยที่มีการตกเลือดหลังคลอด จ่ายน้อย    ส่วนผู้ป่วย (เกือบทั้งหมด) ที่คลอดลูกอย่างไร้ปัญหา ต้องจ่ายแพง 

วิจารณ์ พานิช

๑๗ ม..ค. ๖๑