บ๊าย บายเกาะหมาก จับมือทักทายเมืองตราด

หลังอาหารเช้า รถสองแถวมารอรับ พนักงานโรงแรมช่วยขนกระเป๋าแล้วก็ส่งเรา เพื่อกลับฝั่ง

วันที่ 3 ของทริป Speed boat พาเราออกจากเกาะเวลา 9 โมงเช้า จำต้องโบกมือบ๊ายบายกันแล้ว

คลื่นค่อนข้างแรง จนฉันบอกว่าหากมีแผลผ่าตัดแผลคงแตกแน่นอน เมื่อถึงฝั่ง 10 โมงเช้า ก็ขับรถวนดูว่าจะซื้ออะไรเป็นของฝากได้บ้าง มีร้านขายของฝากเฉพาะหลายร้าน เราไม่ค่อยเน้นของฝากเท่าไหร่

พี่ปูอยากแวะดูเรสิดังกัมปอร์ต ที่ อ.เมือง  ตามใจเลย ฉันไม่มีสารสนเทศ แต่แหลมงอบกับตราดห่างกันไม่เท่าไหร่ เรามีเวลาเยอะน่าจะแวะอะไรระหว่างทางได้หน่อย  

หาดทรายดำก็น่าสนใจ 

12 กม. ระหว่างทางจะเข้าเมือง หมุดแรกเราปักกันที่หาดทรายดำ 

เรียนรู้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้าง  ฟรีค่ะ ห้องน้ำสะอาด ทางเดินสะดวก เดินไม่ไกล มี wheel chair สำหรับผู้ที่เดินไม่สะดวกไว้บริการด้วย

แดดรำไร เดินสูดอากาศสดชื่นได้เต็มปอด พร้อมเรียนรู้เรื่องต้นไม้และสัตว์ในชายเลนไปด้วย  ต้นโกงกาง ต้นโปร่งทองงี้ ถ่ายรูปออกมาสวยยย

น่าเสียดายที่ตอนเราไปน้ำยังไม่ลง จึงเห็นหาดไม่ชัด อ่านในสารสนเทศพบว่า หาดทรายดำนี่มีไม่กี่ที่ในโลก ส่วนในประเทศไทยมีที่จ.ตราด และจ.ระนอง 

ลักษณะทรายจะร่วนไม่ติดมือติดเท้า  เป็นทรายที่เรียกว่า  “ไลโมไนต์” (Limonite) เป็นแร่ที่เกิดจากการยุบตัวของเศษเหมืองและเปลือกหอยผสมด้วยควอตซ์ ที่หาดทรายมีศาลากลางทะเลให้ชมวิว และถ่ายรูปเล่น หลายคนเชื่่อว่าทรายที่นี่รักษาโรคได้นะ

 

เดินชนรอบกลับมาถึงส่วนด้านหน้าเป็นศูนย์การเรียนรู้ มีการแสดงนิทรรศการ ที่ให้ความรู้หลายด้าน มีมัคคุเทศก์อาสาจากเยาวชนในชุมชนน่ารักมาก เราสนใจเมนูอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากป่าชายเลน เช่น ยำหอยขี้ค้อนกับใบขลู่ ตั้งใจจะเป็นเมนูมื่อเที่ยง 

ด้านหน้าอาคารที่ทำการหาดทรายดำ มีร้านขายของของชาวบ้านในชุมชน ไม่หลากหลาย แต่เป็นของชาวบ้านแท้ๆ

ฝักของพืชชายเลน เมื่อหล่นปักดินแล้วก็งอกเป็นต้นใหม่ได้ น้องๆ มัคคุเทศก์อาสาเล่าบอกถึงชื่อ แต่อิป้าดันจำไม่ได้

จบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เราก็เลาะมาตามถนน หมายเลข 3148 หาร้านอาหารชื่อ ทิวธารา ที่ตั้งอยู่ริมคลองน้ำเชี่ยว มีโฮมสเตย์บริการ  มีร้านกาแฟ และยังมีวิถีชาวประมงพร้อมธรรมชาติให้ชมระหว่างทานอาหาร  หากเป็นรถบัสท่องเที่ยวจะมีที่จอดรถอยู่ด้านนอกแล้วมีรถเข้ามาส่งที่ร้าน

โชคดีเราได้โต๊ะติดคลอง น้ำใสมองชัดแจ๋วแหว๋วทะลุพื้นทราย บางทีก็มีปลาแปลกๆ ว่ายเวียนมาให้ชม

ร้านอาหารมีขนาดใหญ่ รองรับนักท่องเที่ยวได้เยอะ แต่อาหารทำเร็ว บริการดี แต่ถ้ามีเด็กและคนชรา ควรจะไปถึงร้านก่อนเที่ยงเผื่อเวลาหิว

ทิวธาราเป็นร้านอาหารออกแขก ดังนั้นเมนูใบขลู่แบบบ้านๆ ที่ตั้งใจไว้จึงไม่มี เที่ยงนี้เน้นเป็นของทะเล อาหาร 5 อย่างพร้อมข้าวและน้ำอัดลม ประมาณ 1,500 บาท นับเป็นราคาที่พอฟัง อาหารที่นี่จานใหญ่นะ เราสั่งหลายเมนู ปริมาณมากจนเหลือได้ห่อกลับ

อยากแนะนำให้ทานเมนูสมุนไพรจากหน่อกระวานนะคะ เราเลือก ปลาดุกทะเลผัดกระวาน ปลาสดๆ หนึบๆ เด้งๆ ผัดได้รสชาติอร่อยมาก  ที่เห็นเป็นท่อนๆซอยเหมือนหน่อไม้ นั่นแหล่ะคือหน่อกระวาน "กระวานเมืองจันทร์ รสชาติเผ็ดร้อนชวนหลงใหล" เล่นเอาต้องสั่งไข่เจียวปูเพิ่มมากินแกล้มแก้เผ็ด 

มีหลายเมนูที่ใช้กระวานสดเป็นเครื่องเทศได้..หอมนิดๆ เผ็ดๆซ่าๆ ต้องลอง ขอบอก...คนตราด คนจันท์จะนิยมเอามาใส่ต้มยำด้วย เช่นต้มยำไก่หน่อกระวาน

ทิวธาราเด่นเรื่องปู มีปูให้เลืกทานหลากหลายชนิด ทั้งปูเนื้อ ปูไข่ ปูดำ ปูม้า น้ำพริกไข่ปูก็เสิร์ฟมาพร้อมผักสดและขมิ้นขาว ถูกใจคนแก่ เอ้ยยย ลืมตัว

ระหว่างรออาหารก็ดูการมัดปูที่มีชาวบ้านหาได้แล้วเอามาขายให้ร้านอาหารไปด้วย นอกจากกินข้าวแล้วยังได้ความรู้อีก

ท้องอิ่ม แดดจ้า เราเตลิดเข้าไปในตัวเมืองตราด อิป้าสนใจวัดโบราณหลายวัด แต่เวลาไม่ได้ไม่เป็นไร 

ไม่ถึงครึ่งชม. ณ เมืองตราด ไปปักหมุดที่ 2 กันที่พิพิธภัณฑ์เมืองตราด 

"พิพิธภัณฑ์เมืองตราด" เป็นศาลากลางหลังเก่า เป็นอาคารไม้สักทั้งหลังจนเราอยากนอนเกลือกกลิ้ง  ค่าเข้าชมคนไทยคนละ 10 บาท (จะได้ค่าแอร์ไหมนี่) แต่คงเป็นเพราะต้องการให้เป็นแหล่งความรู้แก่อนุชนคนรุ่นหลัง ซึ่งเราต้องขอบคุณ "ถูกดีมีที่ตราด" ที่นี่ปิดพักช่วง 12.00-13.00 น. 

เราได้ความรู้ เรื่องราวเมื่อครั้งสงครามฝรั่งเศส และการที่ประเทศไทยเสียดินแดน  พระราชกรณียกิจของ ร. 5 ที่ท่านเสด็จจ.ตราด หลายครั้ง เนื่องจากเป็นเมืองชายแดนและเมืองที่อยู่ระหว่างการเจรจาในสงคราม  ที่นี่ฉันปิ๊งฝรั่งคนนึงยังหนุ่มด้วย อิอิ  รู้สึกดีที่เค้ามาเมืองไทยแล้วสนใจประวัติศาสตร์ ปกติไม่ค่อยเห็นชาวต่างชาติมาชมพิพิธภัณฑ์ อิอิ ล่อลวงซะดีไหม๊

เรสิดังกัมปอร์ต เป็นจุดที่เราปักหมุดที่ 3 ของการท่องเที่ยววันนี้  

เรา 3 คนออกเสียงไม่เคยถูก ขับรถวนผ่าน 2 รอบ จอดถามทางแล้วยังไปไม่ถึง อ้าวพอถึงนี่รึ จนพี่ปูคนอยากชมว่า ชมผ่านรถนี่แหล่ะ เพราะเห็นประตูปิด แล้วถนนค่อนข้างแคบ ดูไปแล้วจะหาที่จอดรถไม่ได้

เรสิดังกัมปอร์ต เป็นโบราณสถานที่ถนนหลักเมือง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 3 ชั้น หลังคาปั้นหยาลดชั้น เคยใช้เป็นที่พำนักของข้าหลวงฝรั่งเศส ผู้ได้รับการมอบหมายจากรัฐบาลฝรั่งเศสให้ปกครองจ.ตราด และในลำดับต่อมาก็ใช้เป็นจวนผู้ว่าในอดีต

ตกลงหมุดที่ 3 ไม่ได้ปัก แค่ผ่าน เรามุ่งหน้าไปจันทบุรีกัน 

ระหว่างอยากกินกาแฟ แต่ไมได้แวะ เพราะพิกัดไม่แม่น ไม่ทำสารสนเทศมาก่อน  ขับกันไปเรื่อย ๆ เลยป้ายร้านของฝากหลายร้าน

คนขับอยากไปพิพิธภัณฑ์เรือ หรือพิพิธภัณฑ์พาณิชย์นาวี ที่เมืองโบราณค่ายเนินวง   แต่ตอนนี้มันบ่าย 3 ฉันให้ข้อคิดเห็นว่า บ่าย 3 ยังไม่ถึงเมืองจันท์เลย ไปถึงจันท์แล้วต้องออกไปเนินวงอีก แล้วรีบกลับมาเดินถนนคนเดิน ในชุมชนจันทบูรณ์ ซึ่งจะคึกคักในช่วงเย็น ถ้าวางแผนไม่ดีจะเสียรอบทั้ง 2 อย่าง  เวลาที่พิพิธภัณฑ์ก็จะน้อย ถนนคนเดินก็จะวาย

ตกลงทริปเราเลือกเที่ยวชมชุมชนจันทบูรณ์ เอาไว้พรุ่งนี้นะพิพิธภัณฑ์เรือ 

ในวันรุ่งขึ้นพิพิธภัณฑ์เรือก็ไมไ่ด้แวะ เพราะเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์  ตะลึ่งตึ่งโป๊ะ



หุหุ

การที่เราไม่ทำสารสนเทศกันมาก่อน ไม่ชัดเจนเรื่อง ระยะเวลา จุดพัก จุดกินกาแฟ ร้านของฝาก  เลยทำให้เกิดภาวะเสียอารมณ์เล็กน้อย นี่หล่ะจะได้เรียนรู้การท่องเที่ยวที่หลวมๆ ...เอ็งไม่รู้ ตรูไม่รู้ แล้วใครจะรู้ 5555+ ต่างคนก็ต่างเพิ่งมาเนาะ

-------------------

Footnote

-การออกแบบทริปแบบหลวมๆ อาจจะมีช้อยส์ที่จะต้องเลือกสำหรับจุดท่องเที่ยวที่โผล่เข้ามา... ในกลุ่มอาจองมีคนทำหน้าที่ "ยัน" ไม่งั้นอาจจะพลาดเป้าหมายทั้งหมด...ดังนั้นระยะทางและเวลาในการให้บริการของที่ท่องเที่ยวในแต่ละแห่ง จึงเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกที่จะปักหมุด

-พิพิธภัณฑโ์ส่วนใหญ่ปิดวันจันทร์ และวันนักขัตฤกษ์

-ตั้งใจจะไปเที่ยว ลานตะบูน ณ ชุมชนบ้านท่าระแนะ  ที่เป็นรากอากาศของต้นตะบูนเกาะเกี่ยวกันดูแปลกตา จะเห็นลานตะบูนก็ต้องเป็นเวลาน้ำลง เชคจากคุณสายชล 081-161-6694 ซึ่งจากการเชคพบว่าวันที่เราไปและช่วงเวลาที่ตาดว่าจะถึงลานตะบูนราวๆ 11-13.00 น. น้ำยังไม่ลด จึงต้องเปลี่ยนแผน

-แถวๆ หาดทรายดำ และร้านอาหารทิวธารา มีชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว น่าแวะ แต่เวลาของเราไม่ได้ทริปเราจึงไม่ได้แวะ

-ตราด เป็นเมืองต้องห้ามพลาด มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชนมาก เราเองมีเวลาน้อย ยังอยากกลับไปเที่ยวอีก

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โลกละไม-ใจมีสุข



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

สนุกมากค่ะ  ข้อมูลแน่นดี  อาหารน่ากิน  อิ อิ ขอบคุณนะคะ

หมายเลขบันทึก

644081

เขียน

20 Jan 2018 @ 20:26
()

แก้ไข

04 Feb 2018 @ 17:12
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 1, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง