ผมชอบดูหนังประวัติศาสตร์ล่าสุดดูเรื่อง Roman Empire ที่ฉายทาง Netflix  หนังเป็นเรื่องราวของรัชสมัยของ Commodus จักรพรรดิโรมันที่เป็นลูกของจักรพรรดิมาร์คัสออเรลเลียส...ถ้าใครชอบประวัติศาสตร์และปรัชญาจะเห็นว่ามาร์คัสออเรลเลียสเป็นจักรพรรดิโรมันที่ยิ่งใหญ่บริหารเก่งเป้นนักปรัชยาด้วยประพันธ์หนังสือเรื่อง Meditation ซึ่งเป็นอะไรที่คล้ายๆกับทางพุทธมากๆ  ตอนนี้มีแปลเป็นไทย ..  หนังพูดถึงคอมโมดัสที่เป็นต้นเหตุของความเสื่อมของโรมันจากเจริญๆสุดๆในยุคพ่อ ...  แรกๆก็มีคนสนับสนุนเนื่องจากบารมีพ่อสร้างสมไว้เยอะแต่สักพักก็เริ่มเห็นกับตามว่าคอมโมดัสเอาแต่ใจตัวเองไม่สนใจบ้านเมืองแถมแกล้งวุฒิสมาชิกที่เป็นตัวแทนของประชาชนบ่อยๆ  ตั้งคนไม่มีอำนาจมาครองเมืองเพื่อทำงานแทนตนเองจนทำให้เกิดความฉ้อฉล  ถึงกับทำให้อาณาจักรวิกฤติรวมทั้งทำตัวแปลกชนิดไปเป็น Gladiator (ปรกติเป็นงานของทาส)  

คอมโมดัสทำอะไรไม่สร้างสรรค์จนไม่เป็นที่ยอมรับและถูกปลงพระชนม์ราชวงค์สูญสิ้นและนำมาอยู่ยุคเสื่อมของอาณาจักรที่รุ่งเรืองและเรียงไกลที่สุดในยุคโบราณเพียงชั่วรัชสมัยเดียว  

ออเรลเลียสพยายามสอนลูกเสมอว่าเขาต้องการการสนับสนุนจากประชาชนหหารและสภาและก็พยายามทำเป็นตัวอย่างตลอด... 

ออเรลเลียสกำลังพูดถึงอะไรครับ ...”การได้รับการสนับสนุนนั่นเอง...  ตัวนี้เองที่ลูกทำไม่ได้  

การสนับสนุนนี้ทำให้ผมนึกถึงโมเดลการเปลี่ยนแปลงโมเดลหนึ่ง..นั่นคือ

คุณอยากทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดีๆอะไรเกิดขึ้นกับใครองค์กรไหนหรือในระดับประเทศชาติก็ตามคุณจำเป็นต้องทำอย่างนี้ครับ

ขั้นแรกคุณต้องทำคนได้ยินก่อนว่าคุณกำลังทำอะไร (Heard-of-it)

ขั้นต่อมาคุณต้องทำให้เขามาทดลองไอเดียของคุณ (Try-it)

ขั้นต่อมาจะเริ่มเห็นผลแล้ว ...จะมีใครบางคนชอบสิ่งที่คุณทำ (Like-it)

สุดท้ายจะทำให้กลุ่มคนที่กด Like คุณนั้นจะมีหลายคนที่เริ่มสนับสนุนคุณ (Champion-it)  

คนกลุ่มสุดท้ายนี่แหละครับที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนความสำเร็จให้คุณ 

คอมโมดัสทำแต่ละเรื่องนี่ทำให้คนเกลียดมากขึ้น ... 

พลาดอย่างแรกทำให้คนระดับผู้นำ ที่จะคอยสนับสนุนด้านทรัพยากร กำลัง เส้นสายเกลียดชัง นั่นคือการประกาศว่าจะจัดเล่นมหกรรมการแสดงที่พอสมาชิกสภาได้ยินก็ตกใจ (Heard-of-it) เพราะตอนนั้นบ้านเมืองกำลังเศรษฐกิจไม่ดี ที่สำคัญพอจัดขึ้นผู้หฬย่ในบ้านเมืองก็ต้องเจ็บแค้น เพราะกลายเป็นว่าคอมโมดัสหักดิบ ด้วยการให้บรรดานักการเมืองเป็นออกค่าใช้จ่าย (Try-it) นี่คือสร้างประสบการณ์ที่เลวร้าย ที่สุดผู้ใหญ่ทุกคนในบ้านเมืองไม่ชอบ (Like-it) นำมาสู่การเลิกการสนับสนุน (Champion-it)  

ไม่พอที่พังทั้งเมืองคือการเลือกคนคน..คอมโมดัส เห็นเคนๆหนึ่งดูดี (Hear-of-it) เลยคบหาเป็นเพื่อน จากนั้นก็ลองเล่นสนุกด้วยกัน เช่นสุมหัวแกล้งผู้ใหญ่ในบ้านเมือง แล้วสนุก แลก้งได้จริงจนสั่นสะเทือนทั้งวงการเมือง (Try-it) คอมโมดัสเลยชอบเพื่อน (Like-it) เลยสนับสนุนเพื่อน ตั้งเพื่อนมาครองเมืองแทน (Champion-it)

เมื่อได้อำนาจ เจ้าเพื่อนคนนี้ก็ลุแก่อำนาจกักเก็บธัญญาหารเพื่อที่จะหวังว่าพอคนในโรมเดือดร้อนมากๆ ก็จะเอาของตนมาแจกจ่าย เพื่อจะทำให้คนชอบ (Like-it) และสนับสนุนเขา (Champion-it) แต่พลาดถูกสมาชิกสภาจับได้ ..และที่สุดเนื่องจากเหตุการณ์บานปลายถึงแม้คอมมโมดัสจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร แต่ก็ไม่ทันแล้ว เพื่อนทำเสียทุกคนไม่สนับสนุนคอมโมดัสต่อไป (Champion-it)  

ที่สุดคอมโมดัสไม่รู้จะทำอะไร เพื่อต้องการให้ทุกคนยอมรับ เลยหันไปเป็น Gladiator ที่ผิดประเพณีมากๆ (Heard-of-it)  สมาชิกสภาก็พยายามมาคุยว่าไม่ดีแต่ที่สุดคอมโมดัสก็ฝืนทำ เมื่อคนมาเห็น (Try-it) เหล่าผู้นำขุนนางประชาชนจำนวนมากหมดความนับถือ (Like-it) ตามมาด้วยการไม่สนับสนุน (Champion-it) ที่สุดก็หมดภาวะความเป็นผู้นำ 

ไม่พอกับกลุ่มคนระดับล่างที่เป็นทาสที่คอมโมดัสหวังได้ใจ..ได้ยินว่าคอมโมดัสมาร่วมรบกับตัวเองก็ดีใจ (Heard-of-it) แต่หลังจากร่วมรบกันก็พบว่าคอมโมดัสใช้อำนาจจักรพรรดิเอาเปรียบในการแข่งขันด้วยการแอบให้ Gladiator คู่แข่งใช้ดาบทื่อเลยรบอย่างไรก็ชนะ..ที่สุดเหล่า Gladiator ก็ไม่ชอบและที่สุดไม่สนับสนุน... และ Gladiator เองก็กลายมาเป็นคนลอบสังหารจักรพรรดิตนเองเพราะรับไม่ได้ ... 


นี่ครับ  สี่ขั้นตอนเปลี่ยนชีวิต...ที่ออเรลเลียสเน้นนักเน้นหนา และทำได้ดีมาตลอด แต่ลูกไปไม่ถึง

Heard-of-it, Try-it, Like-it และ Champion-it  

คุณจะเห็นว่าสาเหตุที่คอมโมดัสไม้ได้รับการสนับสนุนมาจาก

1. ไม่ค่อยสนใจบ้านเมือง สนใจแต่ PR

2. ไม่คบคนดี สนับสนุนคนไม่ดี

3. ประพฤติตนออกนอกลู่นอกทางจนคนรับไม่ได้

4. ไม่สนใจหาการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ นักปราชญ์ ผู้รู้ 

5. คิดต่างแต่ไม่สร้างสรรค์ ไม่สอดคล้องกับงานที่ทำ

เลยพัง...

เอาเป็นว่า..

ถ้าคุณมีคนสนับสนุนคุณไปไกล ...แต่หากคุณไม่มีคนสนับสนุนคุณไปไม่ไกลแน่...   

จากยุคโรมันมาถึงยุคปัจจุบัน  มันดูเหมือนๆกัน ...ผมเห็นลูกศิษย์เพื่อนหลายคนอยากมาทำอาชีพวิทยากรโค้ชที่ปรึกษาอยากตั้งบริษัทผมอยากให้ดูสี่ขั้นตอนเปลี่ยนชีวิตนี้ไว้ด้วยครับ ...

เรามาดูตัวอย่างดีๆกัน เพื่อถอดแบบกัน..

คนเจ๋งๆที่ผมเจริญรอยตามก็ได้แก่ดร.วรภัทร์ภู่เจริญ  ...อาจารย์ทำให้ผมและคนจำนวนมากมาสนับสนุนอาจารย์ได้  ลองมากันว่าอาจารย์ทำอย่างไร  

Heard-of-it  อาจารย์ไม่ค่อยหวงวิชามักมี Clip อาจารย์สอนเนื้อหาดีๆชนิดไม่กั๊กออกมาทาง Youtube บ่อยๆ  และก็มีหนังสือราคาดีๆออกมาเรื่อยๆจะเห็นทาง FB  

Try-it  พอลองดู Clip อาจารย์หรือหนังสือหรือแม้กระทั่งมาเรียนกับอาจารย์โดยตรงก็ค้นพบว่าเนื้อหาไปไกลมากๆถ้าใครเรียนใครอ่านของฝรั่งมามากจะค้นพบว่าเนื้อหาของอาจารย์อาจล้ำหน้าจากส่ิงที่พูดอยู่ในไทยไปมาก...พอๆกับคนระดับโลกล้ำๆ ..ที่สำคัญผสมผสานภูมิปัญญาของเอเชียและไทยไว้อย่างกลมกล่อม ...ผมถึงกับไปบวชที่วัดหลวงพ่อกล้วยที่จ.ขอนแก่นตามที่ท่านลองตามที่ท่านพูดถึงบ่อยๆด้วยซ้ำ..แนวคิดหลายเรื่องก็เอามาใช้ในชีวิตเช่นการหยุดคิดสัตว์สี่ทิศเป็นต้น  

Like-it   ชอบครับเพราะไม่เหมือนใครบางทีเราก็รำคาญฝรั่งทุนนิยมหรือคนที่เดินตามฝรั่ง  แนวคิดของท่านกลมกล่อมจริงๆเอาไปใช้ได้ผมลูกศิษย์ผมที่ฟังผมเล่าแนวคิดอาจารย์ก็เอาไปต่อยอดได้จริงด้วย 

Champion-it เมื่อชอบมากๆรู้สึกอยากสนับสนุนก็บอกต่อครับเวลาบริษัทอาจารย์มี Train มีหลักสูตรอะไรผมมักจะบอกต่อหรือหลายครั้งจะแนะนำลูกศิษย์ไปต่อยอดกับอาจารย์....ผมส่งไปไม่รู้กี่คนแล้ว 

ลองถอดโมเดลดูว่าทำไมเราจึงสนับสนุนอาจารย์วรภัทร์...ผสมกับเรื่องราวที่เราได้ยินจากคอมโมดัส

ขั้นตอนน่าจะเป็นดังนี้

  1. อาจารย์ศึกษาตะวันออกตกไทยเอามาใช้งานในบริบทไทยให้ได้ต้องอ่านเยอะครับ .. ไม่ตามก้นฝรั่งหรือเดินตามคนอื่นถ้าอ่านมากทั้งสองฝั่งและสังเกตการเอาไปใช้ในบริบทของไทยจะเจอแนวทางเอง  อาจารย์สนใจในสิ่งที่เป็นหนัวใจของอาชีพนั่นคือความรู้ ไม่ได้เอาแต่ PR อย่างเดียว 
  2. ไม่กั๊กครับเผยแพร่ความรู้เยอะๆให้คนได้ยินได้ลองเดวคนชอบและสนับสนุนคุณเอง ...นี่ก็ความประพฤติดีงาม
  3. สนับสนุนคนดีคนเก่งมาช่วยงาน  ลูกศิษย์อาจารย์เก่งๆ ดีๆหลายคน 
  4. มิตรสำคัญมากๆ คบคนดูให้ดี มีคนบอกว่าอนาคตของคุณกำหนดได้ด้วยสองอย่างคือหนังสือห้าเล่มและเพื่อนห้าคนที่คุณคบอยู่ในปัจจุบัน  คอมโมดัสก็คบมิตรไม่ดี . จริงๆแล้วสนับสนุนคนไม่ดีนั่นเอง..เลยไปทำลายการสนับสนุนของคนดีๆ อาจารย์วรภัทร์มีครูดีครับ .. เป็นกัลยาณมิตรเลย เช่นหลวงพ่อกล้วย หลวงพ่อกัณหา   
  5. อาจารย์สร้างสรรค์มากๆ เช่นกรณีธนูโพชฌงค์ นี่ผมทึ่งสุด...เอาแนวคิดยิงธนูแบบเซนญี่ปุ่่นมาผสมผสานฝึกคนในแบบไทย ด้วยต้นทุนราคาถูก ทำอะไรแหกคอกแต่สร้างสรรค์ ไปในทางยกระดับคน  ไม่ใช่เชิงทำลาย

ดูแล้วอาจารย์วรภัทร์อยู่คนละขั้วกับคอมโมดัสเลย ไม่แปลกใจที่งานของอาจารย์จะมีอิทธิพลในทางบวกแผ่ไปในวงกว้างขึ้นเรื่อย  

คอมโมดัสและอาจารย์วรภัทร์จะเป็นอะไรที่คอยเตือนผมตลอดไป 

เลยฝาก Model นี้ไว้นะครับ ...  การเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองไม่ว่าจะไปทำธุรกิจหรือยังอยู่ในองค์กร ... ต้องให้คนได้ยินว่าคุณทำอะไรให้เขาได้ลองจะมีคนชอบและสนับสนุนคุณเอง...ถ้าถึงขั้นสนับสนุนได้นี่ยาวเลยครับแต่ไม่มีอะไรได้มาฟรีคุณต้องลงทุนต้องศึกษาต้องไปไกลกว่าคนอื่นและต้องกล้าที่จะสอนกล้าเปิดเผย  ไม่กั๊ก .ที่สำคัญการเป็นคนที่น่าเชื่อถือ น่าเคารพ ในที่นี้ก็คือความเป็นครู การวางตัว รักษาระยะห่าง ความประพฤติส่วนตัวก็สำคัญ หลายครั้งผมได้ยินมาว่าคนที่ Influencer ไม่สนับสนุนไม่ใช่เพราะไม่เก่ง แต่นิสัยไม่ดีจริงๆ บางคนก็โลภ บางคนก็ตระหนี่  มิตรภาพก็สำคัญมากๆ ...บางครั้งคุณไม่รู้ตัวคุณคบอยู่กับใคร ดูหน้าดูหลังสักเล็กน้อย ทบทวนครับ ..ตรงนี้จะเห็นชัดว่าการมีครูดีจะช่วยได้มาก ลองหาครูของท่าน..ตอนนี้ผมก็มีหลวงพ่อกล้วย อาจารย์วรภัทร์ ...จะช่วยให้เราเห็นอะไรบางมุมที่เราอาจมองไม่เห็น  

สรุปอยากประสบความสำเร็จ คุณทำงานคนเดียวไม่ได้ คุณต้องการคนสนับสนุน  โดย...คุณจะต้องทำสองอย่างมากๆ คือ Heard-of-it และ Try-it .. สร้างเหตุจึงได้ผลครับ  แต่ต้องเป็นเหตุดีๆ นั่นคือความรู้ ความประพฤติ คนรอบตัว.. ไม่ใช่ให้คนได้ยินด้วย Ad โฆษณาอย่างเดียวอ้างฝรั่งพื้นฐานไม่แน่น นิสัยบ้าบอคอแตก คนคนห่วยๆ ผิดศีลผิดธรรม ไม่รู้จักพัฒนางานตัวเอง  ก็ไปไม่ถึงไหนอาจได้ถึงระดับการลอง ...แต่ความชอบและการสนับสนุนจะหดหายไปเรื่อยๆ ...  

วันนี้ก็ยังไงขอบคุณหนังเรื่อง Roman Empire ที่ทำให้เห็นประเด็นเอามาสืบค้นต่อ 

และวันนี้พอเท่านี้เพียงเล่าให้ฟังลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ 

วันนี้ผมขอสนันสนุนอาจารย์ที่ผมรัก เคารพครับ

ด้วยรักและปรารถนาดี

ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ www.aithailand.org