ถึงแล้ว "บ้านนาสะอุ้ง" สถานที่คุ้นเคยของพวกเรา กับการเดินทาง 11 ชั่วโมงอันมีค่า
ผมเดินทางขึ้นมาถึงเป็นกลุ่มสุดท้ายของ คาราวานรากแก้ว เห็นเด็ก ๆ ตระเตรียมของอย่างรีบเร่งเพื่อให้ทันช่วงเวลามืดของวันนี้ ซึ่งต้องขอบคุณทางองค์การบริหารส่วนตำบลวังบาล และเจ้าพนักงานทุกท่านทุกนาย ที่สละเวลาอันมีค่าขึ้นมาส่งพวกเราถึง 2 คันรถก่อนหน้านี้ รวมทั้ง รถ 2 คันของบ้านนาสะอุ้งที่ผมโดยสารขึ้นมาในครั้งนี้
ผู้ใหญ่มี เป็นผู้ใหญ่บ้านอย่างเป็นทางการคนแรกของหมู่บ้านแห่งนี้ ต่อจาก พี่กิตติพันธ์ ผู้ใหญ่บ้านด้วยหัวใจคนก่อน ท่านได้เดินทางมาต้อนรับพวกเราพร้อมคณะอย่างอบอุ่นด้วยรอยยิ้มแบบจริงใจ
เราเลือกทำเลที่ตั้งในการพักครั้งนี้ บริเวณสถานีอนามัยของหมู่บ้าน ซึ่งผิดไปจากทุกครั้งที่เราจะกางเต็นท์หน้าอาคารเอนกประสงค์ที่เป็นลานโล่งกลางหมู่บ้านอย่างเช่นทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากว่าหมู่บ้านมีการต้อนรับคณะที่มาเยือนหลายคณะ เราในฐานะผู้เป็นหนึ่งในเจ้าบ้านจึงหลบมาพักที่เป็นสัดส่วนเพื่อไม่ไปรบกวนผู้อื่นที่แวะเวียนเข้ามา ครัวก็เตรียมพร้อมอย่างเร่งด่วนสำหรับอาหารเย็น มีแม่แยมเป็นหัวเรือใหญ่ของครัวในครั้งนี้
ต่างคนช่วยกันอย่างเต็มที่ ทุกคนเรียนรู้การช่วยเหลืองานกันเป็นอย่างดี และต้องขอบคุณพี่หมอ ที่ให้สถานที่พักและเก็บของเพื่อความสะดวก เนื่องจากไม่สามารถใช้ที่อาคารเอนกประสงค์ได้ และภายใต้ความไม่พร้อมในด้านต่าง ๆ อาหารวันแรกของเราที่นี่จึงมาแบบง่าย ๆ โดยอาศัยของบริจาคที่ได้มาจากวัดอมราวราราม และ โรงเรียนนิเวศน์วารินทร์ รวมทั้งผู้มีน้ำใจดีงามทุกท่าน

อาหารเย็น (ค่ำ) แบบเรียบง่าย มีเหมือนเดิมในทุก ๆ ครั้ง ที่เรามาทำกิจกรรมร่วมกัน เวลาในการทานอาหารร่วมกันแบบนี้ถือเป็นประสบการณ์ี่หาได้ไม่ง่าย เรามาทานข้าวกับเพื่อน คนรู้จักร้อยพ่อพันแม่ อาหารที่ไม่หรูแต่ดูความตั้งใจของคนทำ เราจะได้กินอะไรในมื้อต่อไปเราก็ไม่รู้ แล้วแต่วัตถุดิบและอารมณ์ของคนครัว เราจะทานข้าวพร้อมกันเสมอ เว้นแต่ผู้มีภารกิจจริง ๆ ผมเห็นเด็ก ๆ นั่งคุยกันล้อมวงอาหาร สนุกสนานมีความสุข สิ่งสำคัญเราจะได้รับความปรารถนาดีจากพ่อแม่พี่น้องในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผ้าห่ม เครื่องนอนที่เราเตรียมมาได้ไม่มากจากความจำกัดของพื้นที่สัมภาระ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ข้าวเหนียวอุ่น ๆ ในกระติบ ที่มาหยิบยื่นให้ทุกครั้งที่พวกเรากินข้าว เพียงแต่ว่า การทานอาหารร่วมกันในมื้อนี้ "มันหนาวมากกกกก" กับอุณหภูมิต่ำสิบ
เราประชุมเตรียมงานกันอย่างเต็มที่เพื่อสานต่อจากที่เราได้ทำงานแต่ละชั่งของปีที่ผ่านมา งานในปีนี้มันมีค่าสำหรับพวกเราและชาวบ้านมาก เพราะเราจะต้องได้ output ที่วัดได้ให้กับชุมชน และสร้างการเรียนรู้ร่วมกันของคนในชุมชนให้ได้ แต่ทว่าปีนี้ อากาศช่างเป็นอุปสรรคมากจริง ๆ ทำให้เราคุยงานกันไปด้วยความทรมานและต้องแยกย้ายกันเข้าพักผ่อนอย่างรวดเร็ว
พรุ่งนี้...กิจกรรมที่ท้าทายของเรา จะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ร่วมกับเครือข่ายของเรา นั่นคือ บริษัทบางกอกกล๊าส ที่ส่งทีมงานมาร่วมกิจกรรมกับเราในทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา



