จะต้องไปขอรับของที่สถานฑูตญี่ปุนในประเทศไทยภายใน 3 เดือนนับจากวันออกหนังสือนี้ โดยกุญแจที่อยุ่ในซองเล็ก ๆ ที่มอบมาพร้อมกันนี้ จะเป็นกุญแจสำหรับไขตู้นิระภัยเฉพาะตัวของโอสุเกะ และสุดท้ายเป็นหลักฐานยอดเงินช่วยเหลือที่จะได้รับจากทางราชการ ต่อมาก่อนที่ผมจะจบการอบรม ผมและภรรยาได้ตกลงขอให้มิสซ..เป็นผู้ช่วยดูแลบ้านและสวนผลไม้รอบบ้าน ของพ่อแม่ของภรรยาซึ่งตอนนี้ตกเป็นกรรมสิทธิของเธอแล้ว ในว้นผมพาน้องสาวโอสุเกะเดินทางกลับกรุงเทพฯมิสซ.และสามีได้เดินทางไปส่งที่สนามบินฮาเนด้าด้วย มิสซได้ฝากฝังผมให้ดูแลเธอให้ดีที่สุดอย่าให้เกิดปัญหาใด ๆ ได้ ซึ่งผมก็รับปากรับคำอย่างเเข็งแรง ในการเดินทาง เราแวะค้างคึนที่ฮ่องกง 1 คืน ก่อนมืดค่ำเราก็พากันเที่ยวทั่วเกาะฮ่องกงและได้ขมทัศนียภาพของฮ่องกงยามราตรีอย่างตื่นตาตื่นใจและมีความสุข เปรียบสเหมือนการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ของเราทั้งสองปานนั้น รุ่งขึ้นเราก็จับเครื่องบิน ของเจแปนแอร์ไลน์ ไปกรุงเทพ ฯ ที่สนามบินดอนเมือง ภรรยาผมและลูก ๆ ทุกคนมารอรับอยู่แล้ว ทุกคนทราบดีว่าผมจะพาน้องสาวโอสุเกะมาด้วยต่างก็ตื่นใจอยากเห็นหน้าเธอตาม ๆกัน เมื่อออกมาจากด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ผมก็พาเธอ ออกมาพบกับภรรยาและลูกๆ ที่รอรับอยู่ ผมและภรรยายิ้มให้กันส่วนลูก ๆ ผมก็เรียก คุณพ่อ ๆ อย่างเซงเเซ่ ผมดึงภรรยาเข้ามากอดไว้ข้างหนึ่งอีกข้างหนึ่งก็ดึงลูก ๆ เข้ามากอดเช่นกัน แล้วแนะนำให้หญิงสาวไหว้ภรรยาผม เธอก็โค้งกายลงต่ำตามแบบฉบับธรรมเนียมขาวญี่ปุ่น แล้วยกมือไหว้ พูดเป็นภาษาไทยที่ผมสอนไว้ว่า สวัสดีค่ะ คุณนายใหญ๋แล้วก็หันไปโค้งให้ลูก ๆ ผมทุกคน และกล่าวต่อทุกคนเหมือนกันว่า สวัสดีค่ะ ดิฉันขอเป็นเพื่อนด้วยนะคะ ลูกผมทุกคนต่างยิ้มให้เธอ แสดงความเต็มใจจะเป็นเพื่อนกับเธอเหมือนกัน ผมต้องอธิบายเรื่องต่าง ๆ ให้ภรรยาผมทราบอย่างตรงไปตรงมาว่า ตอนนี้เธอเหลือตัวคนเดียว ประกอบกับโอสุเกะได้ฝากฝังไว้ให้ช่วยดูแลแทนเขาด้วย ในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมสาบานต่อกันไว้ก่อน จึงต้องยอมรับเพื่อมนุษยธรรม ส่วนการจดทะเบียนแต่งงานก็เพื่อให้เธอได้สถานะเป็นคนไทยจะได้มีหนังสือเดินทางไทยเดินทางมาประเทศไทยได้เลย แต่โกหกนิดหน่อยว่ารับรองว่ายังไม่ได้ล่วงเกินเธอแต่อย่างใด จึงอยากให้เห็นใจและสงสารเธอ รับ เธอไว้เป็นเพื่อนด้วย สักคน ......(โปรดรออ่านต่อตอนหน้า )
149---ผมกับเพื่อนทหารญี่ปุ่นคนนั้น ( ตอน 19 )
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น