นักเรียนควรได้อะไรที่หลากหลาย ที่นอกเหนือจาก..ความรู้ความจำ..ผมอยากสอนวิธีคิดให้เขา เป็นทักษะ..ที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน..ในทุกสถานการณ์...

              คำขวัญวันเด็กแต่ละปี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบให้เด็กๆ ผมจะนำมาพูดคุยขยายความให้นักเรียนเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อไม่ให้ผ่านเลยไปเฉยๆ หรือเพียงแค่ท่องจำให้ขึ้นใจเท่านั้น...

            ปีนี้..คำขวัญวันเด็ก ของท่านนายกฯประยุทธ จันทร์โอชา จำง่าย สั้น กระชับ และมีความหมายอย่างมีนัยสำคัญ  ท่านมุ่งมั่นตั้งใจให้เกิดขึ้นได้จริงๆในตัวตนของเยาวชนไทยทุกคน..ที่เป็นรากฐานให้นำไปสู่เมืองไทย..4.0

            ผมจึงไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป..ใช้คำขวัญวันเด็ก..เป็นเครื่องมือ..สื่อการสอน ในการคิด วิเคราะห์ ให้นักเรียน ป.๖ เข้าใจและเข้าถึงให้มากที่สุด ด้วยเป็นคำขวัญที่พิเศษสุด ที่ผมมองว่า..เป็นทักษะชีวิต..ขั้นพื้นฐานที่ควรปลูกฝังอย่างยิ่ง...

            วันนี้..จึงเกริ่นกล่าว ด้วยการนำเข้าสู่บทเรียน..บอกนักเรียนว่า..ชีวิตประจำวัน..สิ่งที่นักเรียนต้องมีติดตัวคือ..รู้คิด..รู้เท่าทัน..จากนั้น..นักเรียนก็ต้องใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีความขยันหมั่นเพียร จึงจะสร้างสรรค์เทคโนโลยีได้...

            นักเรียนไม่ได้งุนงง..เพราะทราบมาก่อนแล้วว่า..เป็นส่วนหนึ่งของคำขวัญวันเด็ก..ประจำปี ๒๕๖๑ และก็ไม่งุนงง ที่ผมจะสอนแบบนี้ แทนที่จะสอน(ติว) เหมือนครูท่านอื่น ที่ใช้ข้อสอบเก่าๆ..ซึ่งก็เป็นการสอนแบบหนึ่ง แต่ผมอยากสอนให้แตกต่าง...

            วันเสาร์..นักเรียนควรได้อะไรที่หลากหลาย ที่นอกเหนือจาก..ความรู้ความจำ..ผมอยากสอนวิธีคิดให้เขา เป็นทักษะ..ที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน..ในทุกสถานการณ์...

            การฝึกให้นักเรียนคิดวิเคราะห์เชื่อมโยง..ต้องทำบ่อยๆ และเลือกหัวข้อ หรือเหตุการณ์ที่นักเรียนสนใจด้วย ขณะเดียวกัน..ครูก็ต้องกระตุ้นให้นักเรียนพูด แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

            ผมฝึกนักเรียนบ่อยมาก..จนเด็กกล้าพูด โต้ตอบ..ผิดถูกไม่เป็นไร เดี๋ยวครูเสริมต่อได้ เริ่มจาก..คำว่ารู้คิด..นักเรียนคิดอย่างไร..? บอกครูมาคนละอย่าง..ในสิ่งที่เธอและเพื่อนๆคิดแล้วพูดออกมา..นักเรียนสามารถนำไปคิดต่อยอดใน..Mind Map

            ในส่วนของ..รู้เท่าทัน..น่าสนใจมาก..เหมาะกับช่วงวัยรุ่นของเด็กๆ ลองคิดดูให้ดี สังคมยุคปัจจุบัน.. เราควรรู้เท่าทันอะไรบ้าง.?.บอกมาทีละคน..

            ประเด็นสุดท้าย..เหมือนจะง่าย..แต่แท้จริง..นักเรียนยังเข้าไม่ถึงแก่นแท้ของคำขวัญ เชื่อว่าถ้าเขาเติบโตกว่านี้..จะเข้าใจได้ทันที แต่ถ้าเข้าใจเสียตอนนี้ก็คงไม่เป็นไร ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า..เทคโนโลยี..คืออะไร.?.ทำอย่างไรเราถึงจะไปถึงจุดนั้น...

            สนทนา..แลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นที่เรียบร้อย ผมก็แจกกระดาษให้นักเรียน แยกย้ายกันไปออกแบบ..Mind Map พร้อมกับบอกด้วยว่า..ถ้าสงสัยหรือไม่เข้าใจว่า..จะใช่หรือไม่? ก็ให้มาสอบถามเพิ่มเติมได้...

            ปรากฏว่า..มีนักเรียนมาถาม ๓ คน คนละคำถาม นักเรียนถามผมว่า..สร้างสรรค์เทคโนโลยีในการเกษตรได้หรือไม่? ผมบอกว่าได้ แต่ควรเขียนว่า..ใช้เครื่องจักรกลเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร..จะดีกว่า..

            นักเรียนถามผมว่า..รู้เท่าทันงานเกษตรได้หรือไม่..? ผมบอกว่า..มันไม่ตรงนะ ต้องบอกว่า..รู้เท่าทันสารเคมี..อีกคนหนึ่งก็ถามผมว่า..รู้เท่าทันเสื้อผ้า..ได้ไหม? ผมแนะนำไปว่า..รู้เท่าทันแฟชั่นการแต่งกาย..จะเหมาะสมกว่า..

            นักเรียนใช้เวลาเขียน ประมาณชั่วโมงครึ่ง...ผมรู้สึกมีความสุขที่ได้สอนแบบนี้ และสังเกตพบว่า..นักเรียนเริ่มคิดเป็น คิดกว้างไกลขึ้น..และไม่ติดกรอบความคิดแบบเดิมๆ ถึงแม้ว่า..แผนภูมิจะออกมาไม่สวยงามนัก..แต่ก็เกิดจากแนวคิดของเขาเอง

            ขอบคุณ..คำขวัญวันเด็ก ๒๕๖๑..ที่ใช้ถ้อยคำสวยงามและมีคุณค่า..ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปี..เด็กไทย..ก็ควรจะรู้คิด..รู้เท่าทัน..ในชีวิตประจำวัน..เพื่อร่วมสร้างสรรค์ชาติบ้านเมืองต่อไป...

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๖  มกราคม  ๒๕๖๑