ระหว่างอยู่รักษาตัวที่สถานีรถไฟกลางป่าเขาห่างไกล นั้น   ในวันต่อมาผมสังเกตุพบว่าลูกสาวนายสถานี ฯ อาสาสมัครพยาบาลคนหนึ่ง  ที่อาสารับพยาบาลผมตั้งแต่แรก  เกิดมาชอบพอผมเป็นพิเศษ พยายามแตะต้องตัวผมระหว่างการให้ยาให้อาหาร   คือว่า หากปลอดผู้คนเธอจะถือโอกาศจับแขนผมอยู่เป็นเวลานาน บางครั้งก็ก้มตัวลงจนหน้าอกนุุ่มของเธอกดแนนทับกับจมูกผม   ยิ่งผมใช้มือค่อย ๆ ดันเธอออก เพราะกลัวใครมาเห็น  เธอก็ยิ่งกดแน่นลงไปอีก   ตกค่ำของคืนนั้น ช่วงเวลาที่ปลอดผู้คนอีก    ผมก็ตะบะแตก    ผมยกมือกอดเธอเข้่าไปบ้าง  เธอชงัก  เพ่งมองหน้าผมนิ่งและนาน  จากนั้นก็พูดเป็นภาาษาญี่ปุ่นออกมาเบา ๆ คำสองคำ     ซึ่งผมไม่เข้าใจ และแกะมือผมออก ไม่ให้เลยเถิดไปกว่านั้น      ก็มีเสียงคนเดินเข้ามา  เธอจึงผงะออก   และทำท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ผู้ที่เดินเข้ามาคือบิดาของเธอนั่นเอง  ตัวผู้เป็นบิดา เห็นเหตุการที่ลูกสาวกอดกับผมตั้งแต่แรกแล้ว   เมื่อเข้ามาถึงได้พูดเป็นภาษาญี่ปุ่นสองสามคำที่ผมฟังไม่รู้เรื่องอีกเช่นเคย   ทำให้ตัวผู้เป็นลูกสาวทำตาแดง ๆ  น้ำตาคลอหน่วย  และเดินออกไปอย่างหงอยเหงา    ส่วนตัวบิดาเพียงแต่สอบถามอาการของผมตามปรกติ  แล้วบอกผมว่า  พรุ่งนี้  เจ้าหน้าที่จาก  OTCA  จะมารับกลับโตเกียว   แล้วก็เดินออกไป เหมือนไม่รู้ไม่เห็นอะไรระหว่างผมกับลูกสาวเขา      รุ่งขึ้น  เจ่้าหน้าที่  OTCA สองคนเดินทางมารับพวกเราที่ตกค้างอยู่ทั้งหมดกลับโตเกียว     ผมเห็นลูกสาวนายสถานี  ยืนร้องไห้อยู่ด้านหลังกลุ่มคนที่มาส่งพวกเรา สายตาของเธอที่มองมาที่ผมสร้อยเศร้าสุดอาลัย  เธอทำปากมุบมิบคล้ายกับจะพูดอะไรบางอย่างออกมา   ต่อมารถไฟก็พาผมออกห่างจากเธอ  ห่างออกไป  ห่างออกไป  จนมองเธอไม่เห็นผมจึงได้แต่ถอนใจเฮือก  เศร้าไปกับเธอไม่น้อย  คิดทบทวนดูแล้ว  ผมก็มีส่วนผิดเหมือนกันที่ดันเผลอไปตอบสนองความต้องการของเธอเข้า แม้เพียงนิดหน่อยก็เพียงพอที่ ทำให้เธอคิดว่าผมก็ชอบเธอเหมือนกัน  เธอคงเป็นสาวแรกรุ่นที่เพิ่งรักผู้ชายเป็นครั้งแรกในชีวิต  นี่หากอยูนานกว่านี้และผมเกิดได้เสียกับเธอตามความต้องการของเธอแล้ว  เหตุการจะเป็นอย่างไร     จะมิต้องยุ่งเหยิงยิ่งกว่านี้หรือ         ผมได้แต่ครุ่นคิดถึงการกระทำของเธอ  และการกระทำของผมอยู่เป็นเวลานานแสนนานจนกระทั่งถึงโตเกียว   กระทั่ง เจ้าหน้าที่ OTCA กลุ่มใหญ่ รวมทั้งมิสซิส.......  และภรรยาผม  มาต้อนรับ   จึงได้เลิกคิด     ที่บ้าน  ในตอนค่ำวันนั้น  ผมได้ตัดสินใจเล่าเรื่องราวที่ลูกสาวนายสถานีทำแก่ผม  และผมก็เผลอตอบสนองไปบ้าง  ตามประสาชาย  ให้ภรรยาผมฟังอย่างไม่ปิดบังอะไร      ภรรยาผมบอกว่า  ผู้หญิงญี่ปุ่นถ้ารักใครแล้วจะรักจริง  จะยอมทุกอย่างที่จะให้ได้อยู่กับผู้่ชายที่รัก  แม้จะต้องเป็นเมียน้อย  แล้วเธอก็ถามผมว่า  หากเธอตามมาคุณจะทำอย่างไร    " ไม่รู้ซิ " ผมตอบ  และชักหวั่น ๆ ใจเหมือนกันว่า เธออาจตามมาจริง  ๆ  ก็ได้   ถ้าเป็นเช่นนั้น  ผมจะทำอย่างไร  และภรรยาผมจะทำอย่างไร  มิสซิส.....จะไม่ว่าผมเเย่หรือ    ผมคิดจนปวดหัวไม่เป็นอันกินอันนอนอยู่หลายวัน  วันเวลาที่ผ่านมาแต่ละวันเอาแต่ผวาว่าเธอ หรือ พ่อของเธอจะโผล่เข้ามา    ทุกเช้าทุกค่ำ.......(โปรดรออ่านต่อตอนหน้า )