ทุกเช้าทุกค่ำ แต่ก็ไม่มีเรื่องที่หวั่นใจเกิดขึ้น จากนั้นไม่นาน ผมก็พาโอสุะเกะ ไปจดทะบียนสมรสที่สถานฑูตไทย แล้วขอหนังสือเดินทางในคราวเดียวกันเลย อาทิตย์ต่อมา กรมทหารผ่านศึกฯก็จัดการฌาปนกิจศพสิบเอกโอสุเกะ อย่างสมเกียรติชายชาติทหารชาติ ระหว่างพิธีสดุดีผู้ตาย ผมได้รับการประกาศให้ทุกคนทราบว่าเป็นคนไทยที่ช่วยชีวิตโอสุเกะ ทหารของเขาไว้คราวสถุานีรถุไฟบางกอกน้อยถูกเครื่องบินอเมริกั้นทิ้งระเบิด พร้อมบรรยายเรื่องราวการช่วยชีวิตร นั้นให้ทราบย่อ ๆ พอจบคำบรรยาย ผู้มาร่วมงานพร้อมใจกันปรบมืออย่างกึกก้องและยืนขึ้นโค้งคำนับมาทางผมอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ผมงี้ขนลุกซ่าทั่วตัวในบัดดล ผู้บัญชากาารกรมทหารผ่านศึก ได้ทำพิธีมอบเหรียญกล้าหาญให้แก่น้องสาวสุเกะ และมอบเหรียญเชิดชูเกียรติแสดงขอบคุณให้แก่ผม ในฐานะผู้ที่ได้ช่วยชีวิตรทหารของพระเจ้าจักพรรดิ์ ในครั้งนั้น แล้วได้มอบเอกสารลับมากของทางการทหารให้แก่ภรรยาผม 1 ฉบับ ในคราวเดียวกันด้วย จากนั้นพิธีเผาศพก็เริ่มขึ้นด้วยเสียงแตรเดี่ยวของทหารดังอย่างโหยหวลขึ้น 3 ครั้งเจ้าหน้าที่พิธีเข้ามาเชิญท่านผู้บัญชาการไปจุดเพลิงศพเป็นคนแรก จากนั้นพลปืนเล็กจากกองเกียรติยศได้ยิงปืนเล็กขึ้นฟ้าจำนวน 3 ชุด แล้วบรรดาแขกรับเชิญต่าง ๆ ก็ทะยอยกันไปวางดอกไม้จันทร์ เมื่อกลับถึงที่พัก เราได้เปิดดู เอกสารต่าง ๆ ที่ได้รับจากท่านผู้บัญขาการฯ ปรากฏว่า มีจดหมายและกุญแจสองดอก อยู่ในซองเล็ก ๆ แยกต่างหาก ในจดหมายฉบับแรกระบุว่า หนังสือนี้เป็นเอกสารสำคัญสำหรับแสดงตัวขอรับเอกสารและสิ่งของที่สิบเอกโอสุเกะ ได้ฝากไว้กับหน่วยตู้นิรภัยลับสุดยอดยามสงครามของทหารจำนวนหลายชิ้น ระหว่างปฏิบัติงานที่ประเทศพะม่าและไทย โดยระเบียบของหน่วยงานนี้จะจ่ายสิ่งของต่าง ๆ ที่ฝากไว้เมื่อสงครามสงบ หรือ หากตายก่อน ก็จะมอบให้แก่ทายาทที่นำหลักฐานการนำฝากนี้ไปรับเท่านั้น สำหรับกรณีย์ของโอสุเกะ จะต้
148---ผมกับเพื่อนทหารญี่ปุ่นคนนั้น ( ตอนที่ 18 )
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น