.....ข้อศอกเธอเบา ๆ  หญิงสาวหันมาทางผม  ลืมตาขึ้นมองผมอยู่นานก่อนจะรับจดหมายจากมือผมไปเปิดอ่าน  อย่างเชื่องช้าและอ่านแล้วอ่านอีกเช่นกัน   ผมเอื้อมมือไปบีบแขนเธอเป็นการปลอบใจและแสดงความห่วงใยอย่างไม่รู้ตัว   เธอหันมองผมอย่างเต็มตา  ผมก็มองตอบเธออย่างเต็มตาเช่นกันจนเธอต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาไปทางอื่นเอง  พักใหญ่  เธอก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วถลาไปทีร่างไม่ไหวติงของโอสุเกะที่เตียงนอน  ซบหน้าลงที่หน้าอกพี่ชายร้องไห้โฮ พึมพำแต่คำว่า 'พี่โอสุเกะคะ...ขอให้พี่จงอย่าได้เป็นห่วงอะไรเลยค่ะ   สิ่งที่พี่สั่งไว้น้องจะทำตามทุกอย่าง " ,มิสซิส เข้ามาประคองเธอออกมาจากศพไดสุเกะ บอกเบา ๆ ว่า 'หักห้ามใจไว้บ้างเถอะน้อง  ไหน ๆ พี่เขาก็เสียไปแล้ว  ทำยังไงก็ไม่มีวันกลับฟื้นมาอีกได้หรอก ' ผมเข้าไปช่วยพยุงเธออีกด้านหนึ่งพาไปนั่งที่เก้าอี้นวมข้างห้อง พอนั่งลงได้เธอก็หันมาซบหน้ากับอกผม  เอาแต่ร้องไห้  กะซิกกะซิกอยู่อย่างงั้นนานพอดูแล้วพูดแผ่วเบาว่า'ต่อไปนี้หนูต้องอยู่คนเดียวแล้ว  ฮิอ ๅๅ 'อย่าเอาแต่ร้องไห้ไป น้อง  ตอนนี้พี่สกลซังเขาก็อยู่ทั้งคนแล้ว เขาจะช่วยดูแลน้องเองไม่ต้องห่วง 'มิสซิสพูดอ่อนโยนปลอบใจ   'ครับ น้อง พีสกลซังจะไม่ทิ้งน้องไปไหน  พี่จะพาน้องกลับเมืองไทยตามที่โอสุเกะฝากฝังพี่เอาไว้ 'ผมรีบพูดเสริม  น้องสาวไดสุเกะคงเอาแต่กะซิกกะซิกต่อไปอีกไมีมีเสียงตอบอะไรออกมาจนนาน  อกเสื้อของผมงี้  เปียกไปด้วน้ำตาของเธอไปหมดแต่ผมไม่กังวล  โอบร่างน้อยนั้นไว้เบา ๆ ตลอดเวลา  "มิสซิสครับ  ผมอยากขอปรึกษามิซอีกครั้บ คือว่า โอสุเกะเขามีจดหมายยกน้องสาวเขาให้ผม และให้ผมพรเธอไปอยู่เมืองไทยด้วย  ผมควรจะทำอย่างไรดีครับ ' ผมเอ่ยเบา ๆ กับมิสซิส  ๅ ทำหน้าตาตื่น ๆ  อุทานเบา ๆ ว่า "จริงเหรอ"    "จริงครับ"   ผมว่า  แล้วส่งจดหมายใดสุเกะให้มิสซิสอ่าน  มิสซิสรับไปอ่านแล้วอ่านอีก  แล้วพูดค่อย ๆ ว่า "แต่สกลซังก็แต่งงานแล้วนี่"    "ครับ" ผมยอมรับ  มิสซิสพูดต่อไปว่า "แม้คุณโอสุเกะจะไม่ถือในเรื่องนั้น  แต่  มิสก็กลัวจะมีปัญหากับทางครอบครัวคุณนะ"    "ครับ นั่นก็เรื่องหนึ่ง  แต่ผมจะทำไงดีถ้าเธอยินยอมเลือกจะทำตามที่พี่ชายเธอสั่งไว้"  ฺ "ฮืม  แต่ดูแล้ว ดูเธอก็ไม่มีท่าทีรังเกียจคุณเลยนะนี่"   "ผมว่าให้เป็นการตัดสินใจของเธอเองดีกว่าครับ"สามีของมิสซิสเอ่ยขึ้นบ้าง    มิสซิสเอ่ยอีกว่า "ว่าแต่ว่าสกลซังมีฐานะพอจะให้การดูแลเธอได้หรือไม่ ว่างั้นเถอะ  " เรื่องการกินอยู่และเงินรายได้ผมก็คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรนักครับ ผมว่าจะหาทางให้เธอเป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่นที่กรุงเทพฯอีกทางหนึ่ง"  "คุณเคยเล่าเรื่องช่วยโอสุเกะให้รอดชีวิตรตอนหลังสงครามให้ภรรยาคุณและลูกคนทราบบ้างใหม"  "เล่าแล้วครับทุกคนรู้เรื่องดี  รวมทั้งยังได้เห็นรูปของเธอในโปสการ์ดที่โอสุเกะนำติดตัวไว้ตลอดเวลาด้วย    ยังเล่าอีกว่าโอสุเกะฝากฝังน้องสาวด้วยหากเขาต้องตายในเมืองไทย รวมทั้งบอกว่าหากเขารอดตายกลับไปญี่ปุ่นและยังมีโอกาศได้พบกันอีกก็อยากได้ผมเป็นน้องเขยด้วย ...... (โปรดรออ่านต่อตอนต่อไป )