....และกลัวเขาจะตายไปต่อหน้าต่อตา  เพื่อนมนุษย์ธรรม,  ผมจึงรีบกระโดดลงไปในหลุม  อุ้มร่างของทหารผู้นี้ให้พ้นน้ำที่ท่วมเอ่อตัวเขาอยู่ขึ้นมา ตอนนั้นร่างกายเขาเย็นชืดอ่อนปวกเปียก ผ้าพันแผลขาวและเครื่องแบบทหารเปียกชุ่มไปด้วยน้ำโคลนสีแดงขุ่น  เขายังพอรู้สึกตัวและยังคงมองตาผมอยู่  ผม และเพื่อนช่วยกันหามขาวิ่งฝ่าฝนและลมแรงไปหน้าโรงพยาบาล ที่อยู่ไม่ใกล  พอไปถึงก็พบว่าทีบริเวณหน้าโรงพยาบาล มีคนเจ็บจากระเบิดนอนเรียงรายอยู่กับพื้นเต็มไปหมดแล้ว หลายคนส่งเสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด  มีแพทย์ 4-5คนเและพยาบาลอีกหลายคนดินดูอาการบาเจ็บของคนเจ็บหล่านี้อยู่อย่างเคร่งเครียด คนเจ็บเหล่านี้ส่วนใหญ่จะฟกช้ำบวมโน  แขนขาเนื้อตัวเป็นแผลเหวอะหวะจากสิ่งสลักหักพังและแรงระเบิดปลิมาถูก บางคนหนักถึงกับแขนขาหัก,หรือขาดหายไปเลย ,บ้างก็ยังห้อยติดไหล่น่าหวาดเสียว พวกเราให้คนไปตามหาหมอที่รู้จักคือหมอสมชัยฯลูกศิษย์หลวงตาอีดคนหนึ่ง  ให้มาดูอาการของทหารญี่ปุ่นผู้นี้  ต้องตามหาอยู่นานกว่าจะพบตัว  เพราะเขาก็วุ่นกับการวนเวียนดูแลผู้บาดเจ็บเช่นกัน กว่าจะพบและพามาดูอาการได้  หมอสมชัยฯซึ่งอันที่จริงก็คือนักเรียนแพพย์ปี  4 เห็นอาการของเขาแล้วก็รีบอาศัยเส้น นำเขาไปห้องพยาบาลฉุกเฉินพิเศษ  รื้อผ้าพันแผลเดิมที่โชกน้ำโคลนออกทำการล้างแผล แล้วพันผ้าพันแผลให้ใหม่ และปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน   เพราเขาไม่รู้สึกตัวแล้ว.....คืนนั้น   เขารู้สึกตัวเอาตอนดึก  โดยมีผมนั่งดูแลเขาอย่างใกล้ชิดอยู่ข้างเตียง  ตอนนั้นผมดูเหมือนจะงีบซบอยุขอบเตียงเขานั่นเอง  ก่อนจะรู้สึกว่ามีมือมาแตะที่แก้มผม ๆ จึงงัวเงียลืมตาชึ้นดู   ก็พบเขากำลังมอง......