ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของผม ในรอบปีที่ผ่านมา

ทำให้ผมเห็นอะไรบางอย่าง...ที่มันงอกเงย.. อยู่ในใจของพวกเขา

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เอง..

เมื่อผมย้อนกลับมาดู.. กลับมาเห็น..สีหน้าและแววตาของพวกเขาเหล่านั้น..อีกครั้งแล้ว

มันทำให้ผมได้เห็น.. อะไรบางอย่างที่มันซุกซ่อนอยู่ในใจของพวกเขาเหล่านั้น..จริง ๆ

..

พวกเขาพูดถึงสิ่งเหล่านี้ ครับ

@ หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ดี และมีประโยชน์ต่อนักโทษมากที่สุด ในด้านการพัฒนาจิตใจของนักโทษ ทำให้พวกเขาทุกคน กลับคืนสู่สังคมด้วยความภาคภูมิใจ และกลับเป็นคนดีของสังคม และประเทศชาติต่อไป

@พวกเรารู้สึกดีใจมาก แม้กระทั่งตัวเองที่เป็นนักโทษอยู่ในคุก ในเรือนจำ  ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่เห็นคุณค่าของความเป็นคนของพวกเรา  เข้ามาทำให้พวกเราได้เห็นคุณค่าของความดี และการมีชีวิตอยู่ต่อไป พวกผมกราบขอบพระคุณพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์มากครับที่ทำให้พวกผมเป็นคนดี มีสมาธิมากขึ้น นิ่งขึ้น ใจเย็นขึ้น จากคนที่อยู่นิ่งๆ ไม่เป็น มีความคิดฟุ้งซ่าน ไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ กราบขอบพระคุณพระอาจารย์หลวงพ่อฯมากครับ ที่ท่านเห็นความสำคัญของคนคุกอย่างผม.... พวกผมมีที่พึ่งทางใจแล้วครับ

@อาจารย์และผู้มาถ่ายทอดความรู้ของพระอาจารย์หลวงพ่อฯทุกคน มีความตั้งใจและมีจิตอาสาที่ดีมาก ในการถ่ายทอดความรู้ และให้แสงสว่างแก่นักโทษ ซึ่งเป็นผู้หลงผิด ทำความผิดพลาดมาในชีวิต  พวกเขาจะได้กลับตัวกลับใจเป็นคนดีต่อไป

@ถามว่า..พวกผมได้อะไรจากการเรียนสมาธิ? จากเมื่อก่อนผมทำอะไรไม่มีเหตุผล แต่เดี๋ยวนี้จะคิดก่อนทำ และใจเย็นมากกว่าเดิม พวกผมมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์มากขึ้น.. จากที่ไม่คิดคิดถึงคำๆ นี้...เลย

@คำพูดของอาจารย์  หลาย ๆ คำ โดนใจและความรู้สึกของผม ทำให้ผมสามารถเปลี่ยนความคิดของผม ทำให้ผมมีสติมากขึ้น รู้จักการให้อภัยคน มีเมตตาต่อเพื่อนๆ  ทำให้ผมได้ข้อคิด เตือนสติตัวเอง ว่า "อย่ามองท่านผู้สอน ว่าเป็นแค่ครูบาอาจารย์ แต่จงมองว่าท่านคือ "แสงสว่าง" ที่นำมาให้พวกผม ให้ได้รับกับความสุขสงบ และผมจะนำสิ่งนี้ไปใช้ในชีวิตของผม และครอบครับของผม ต่อไป

@ 7 ปีที่ผ่านมา ผมป่วยเป็นโรคที่ไม่มีวันรักษาหาย  ผมได้แต่กินยาต่อชีวิตไปวัน ๆ  ผมมีความทุกข์ มีความกังวลกับวันเวลาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ผมจึงตั้งใจหาความสุขใส่ตัวอย่างเดิม เพราะคิดว่า "เดี๋ยวก็ตาย"....แต่ความสุขที่หามาได้มันเป็นเพียงความสุขที่ไม่จีรัง ยั่งยืน ไม่อิ่มเลย..แต่ตอนนี้เวลานี้ผมได้พบแล้วครับ  มันเป็นความสุขที่ดีจริง พึ่งได้จริง...สิ่งนั้นคือ  ความสุขจากการปฏิบัติสมาธิ   ...ผมไม่ต้องซื้อ ผมไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากมาย...เมื่อผมลงมือทำผมก็ได้ความสุขตัวนี้มา....ผมขอกราบขอบพระคุณหลวงพ่อวิริยังค์ฯ และคณะอาจารย์ทุกคน ที่นำสิ่งดี ๆ มามอบให้ผม และตอนนี้ผมไม่เป็นกังวลแล้วครับ  ถึงผมตายไป  ผมก็ได้ไปดี และผมจะทำสิ่งนี้ให้ถึงที่สุดครับ

..

และนี่คือ ถ้อยคำส่วนหนึ่ง... ที่ออกมาจากปากของพวกเขา

และสิ่งนี้เอง...ที่ทำให้ผมรู้สึกสุขใจอย่างประหลาดครับว่า...การมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้....มันไม่เคยเปลี่ยวเหงาเลยสักนิดเดียว หากเราได้ทำความดีและมีความดีนี้ห่อหุ้มเรือนกายของเรา 

ผมจะไม่เร่งรัดตัวเอง  เมื่อไหร่ ก็เมื่อนั้น 

เมื่อผมมีโอกาส ...มีวาสนา ผมจะทำสิ่งนี้ ..ให้เหมือนกับตัวปลวก ที่มันเพียรขนเม็ดทรายทีละเม็ด.. เพื่อสร้างรังของมัน อย่างไม่ขาดสาย 

..

..ผมจะไม่ท้อที่จะทำความดี ..

..

วันหนึ่งข้างหน้าครับ  เม็ดทรายเหล่านี้แหละ!! จะเป็นจอมปลวกที่ยิ่งใหญ่

..

และผมขอให้คุณงามความดี  ที่พวกเขาทำไปนี้...จงนำพาพวกเขากลับคืนสู่สังคมและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขสงบสืบไป...