เรียนรู้มหาวิทยาลัยหุ้นส่วนสังคมที่สหราชอาณาจักร ๖. วิชาชีพเชื่อมโยงหุ้นส่วนสังคม
ผมเคยเสนอไว้เมื่อ ๗ ปีมาแล้วว่า สถาบันอุดมศึกษาไทยต้องการคนที่ไม่เป็นอาจารย์ ทำหน้าที่เชื่อมโยงหุ้นส่วนสังคม ดังบันทึก https://www.gotoknow.org/posts/386479 และตอนเตรียมตัวเดินทางก็พบจากการศึกษาเว็บไซต์ว่า สหราชอาณาจักรใช้นักวิชาชีพเชื่อมโยงหุ้นส่วนสังคม เป็นกลไกสำคัญในขบวนการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเข้าไปทำงานเป็นหุ้นส่วนสังคม (Public Engagement)
เขามีมาตรการสร้างและพัฒนา “นักวิชาชีพเชื่อมโยงหุ้นส่วนสังคม” (Public Engagement Professionals - PEP) เป็นกลไกสำคัญอย่างหนึ่ง โดยมี Public Engagement Academy (http://www.cs.ox.ac.uk/blogs/researchsupport/files/2015/02/public_engagement_academy_course_outline-1.pdf ) ทำหน้าที่ฝึกอบรมและพัฒนานักวิชาชีพเหล่านี้
ใน Engage Conference 2017 วันแรก ช่วงเยี่ยมชมโปสเตอร์ มีรายการ Engage Academy (https://www.publicengagement.ac.uk/work-with-us/engage-academy) เป็นเรื่องของการพัฒนานักวิชาชีพเชื่อมโยงหุ้นส่วนสังคม ผมไม่ได้เข้าฟัง แต่กลับมาอ่านเอกสารการประชุมที่เขาส่งให้เป็น pdf file ที่บ้าน พบรายการนี้ และค้นด้วยกูเกิ้ล พบเว็บไซต์ดังกล่าว อ่านพบว่า เขาจัดกิจกรรมในลักษณะโครงการการพัฒนานักวิชาชีพเชื่อมโยงหุ้นส่วนสังคมที่ทำงานในมหาวิทยาลัย เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยกับสังคม เป็นกิจกรรม ๒ วัน รวม ๓ ครั้งในช่วงปี ๒๕๖๑ – ๒๕๖๒ โดยผู้สมัครเข้าร่วมต้องเสียค่าลงทะเบียน เขาไม่ได้บอกว่าจะฝึกทักษะอะไรบ้าง
ผมกลับมาค้นที่บ้าน พบ EPLE (Engaged Practice Learning Exchange) https://www.publicengagement.ac.uk/work-with-us/engaged-practice-learning-exchange เป็นพื้นที่ที่ NCCPE สร้างขึ้นเพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนักวิชาชีพเชื่อมโยงหุ้นส่วนสังคม ทำโดยไปจัด workshop ในการประชุมนานาชาติต่างๆ เป็นตัวอย่างวิธีส่งเสริม Social Engagement ที่ Engagement Thailand น่าจะพิจารณาดำเนินการ เข้าไปร่วมจัดห้องย่อย หรือจัด pre- หรือ post-conference workshop ในการประชุมวิชาการต่างๆ ที่มีผู้จัดอยู่แล้ว
ในการประชุม Engage Conference 2017 ห้องย่อยพิเศษเรื่อง PE Quality Framework คนที่เข้าร่วม 15 คนรวมทั้งผม น่าจะมี PEP 13 คน เขาร่วมกันคิดว่าการจะทำงาน PE ให้มีคุณภาพต้องมีกรอบการทำงานอย่างไร ผมสังเกตว่ากว่าครึ่งของคนเหล่านี้มีความคล่องแคล่วในการคิดเชิงระบบและเชิงหลักการ มีความสามารถทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับอาจารย์และนักวิจัย ไม่ใช่ทำงานแบบรอรับคำสั่ง ผมคิดว่าระบบมหาวิทยาลัยหุ้นส่วนสังคมของไทยต้องการนักวิชาชีพเชื่อมโยงหุ้นส่วนสังคม ที่มีความสามารถระดับนี้
วันที่สองของ Engage Conference 2017 มีห้องย่อยชื่อ Public engagement services : what are our CPD needs? ที่ผมไม่ได้เข้าไปร่วม แต่กลับมาค้นที่บ้านด้วยคำว่า “CPD for Public Engagement Professionals” ได้เว็บไซต์ส่วนนี้ของ NCCPE https://www.publicengagement.ac.uk/work-with-us/training คือเป็นกิจกรรมด้าน CPD & Training ของ NCCPE
CPD ย่อมาจาก Continuing Professional Development มีความหมายถึงการพัฒนาคนทำงานให้มีความรู้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลับมาไตร่ตรองเรื่องนักวิชาชีพเชื่อมโยงหุ้นส่วนสังคมหลังจากกลับมาเมืองไทยแล้ว ผมตีความว่า วงการ PE ในสหราชอาณาจักรยกย่องการทำงานเชื่อมโยงหุ้นส่วนสังคมเป็น “วิชาชีพ” (profession) ซึ่งหมายความว่าต้องมีการเรียนรู้ฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ และสามารถสร้างความรู้ขึ้นใช้เองได้ มีความเป็นชุมชนในกลุ่มของตน เพื่อใช้ความเป็นชุมชนเป็นกลไกเรียนรู้และพัฒนาร่วมกัน
ความหมายในเชิงสังคม คือคนเหล่านี้ไม่ใช่ “ลูกน้อง” แต่เป็น “เพื่อนร่วมงาน” ของอาจารย์มหาวิทยาลัย ที่อาจารย์มหาวิทยาลัยไทยจะต้องเคารพและให้เกียรติ และในขณะเดียวกันฝ่ายบริหารในวงการอุดมศึกษาไทยก็ต้องสร้างตำแหน่งหน้าที่การงาน “นักวิชาชีพเชื่อมโยงหุ้นส่วนสังคม” และเลือกสรรคนที่มีความสามารถสูง และสร้างผลงานตามข้อกำหนดได้จริง
ผมเกิดข้อสงสัยว่า job description ของนักวิชาชีพเชื่อมโยงหุ้นส่วนสังคมเป็นอย่างไร ค้นพบในประกาศรับหัวหน้าหน่วยของมหาวิทยาลัย Bath ที่ https://www.bath.ac.uk/jobs/Upload/vacancies/files/4208/JD-Head%20of%20PE.pdf และพบประกาศรับ Public Engagement Offocer ของ Babaraham Institute ที่ https://www.babraham.ac.uk/fil...
นักวิชาชีพเชื่อมโยงหุ้นส่วนสังคมที่มหาวิทยาลัยบริสตอล
รายละเอียดการจัดรูปแบบการใช้งานนักวิชาชีพเชื่อมโยงหุ้นส่วนสังคม ได้จากการดูงานที่มหาวิทยาลัยบริสตอล แต่บันทึกของผมหายหมดเนื่องจากคอมพิวเตอร์เสีย มาได้รายละเอียดจากรายงานของ ดร. นงเยาว์ ศรีพรมสุข ที่เขียนให้แก่สถาบันคลังสมองฯ จึงขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
มหาวิทยาลัยบริสตอลมีหน่วยงานเชื่อมโยงหุ้นส่วนสังคมที่มี ๓ ทีมทำงานร่วมกัน คือทีมเชื่อมโยงการวิจัยและการสอน ทีมสร้าง impact และทีมสร้าง responsibility จะเห็นว่า เขาแบ่งงานกันตามผลลัพธ์ที่ต้องการ เพื่อให้แต่ละทีมพัฒนาความชำนาญในการสร้างผลลัพธ์
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ธ.ค. ๖๐