ดร.ปรเมศวร์ กุมารบุญ Ph.D. (Criminology and criminal justice)
นักกฎหมายเทคโนโลยีและวุฒิวิศวกรไฟฟ้าสื่อสาร
นักอาชญาวิทยาไซเบอร์

1. บทนำ
13 พฤศจิกายน 2016 พบศพนาง Amy allwine วัย 44 ปี คุณแม่ลูก 1 เสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้ถูกยิงที่ศีรษะในบ้านอันแสนสงบที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ราวกับเธอฆ่าตัวตาย

รูปที่ 1 ที่เกิดเหตุบ้านแสนอบอุ่นของครอบครัว Allwine ใน Minnesota ปกคลุมไปด้วยหิมะ
2 เดือนต่อมาเจ้าหน้าที่เห็นว่านั่นไม่ใช่การฆ่าตัวตาย จึงจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยคือ นาย Stephen allwine สามีวัย 43 ปี มีอาชีพเป็น IT specialist ไปสอบสวน
นาย Stephen สารภาพว่าเขาต้องการให้เธอตายจริงๆ แต่เขาไม่ได้ลงมือสังหารเธอเอง หากเป็นนักฆ่าคนใดสักคนใน dark web ชื่อเว็บไซต์ Besa mafia ที่ให้บริการรับจ้างสังหารหรือทำร้ายคน โดยเขา order สังหารภรรยาตนเอง และจ่ายค่าจ้างเป็น bitcoin เขาถูกตั้งข้อหาจ้างวานฆ่า
“Besa Mafia” จึงกลายเป็นข่าวโด่งดังกล่าวขานไปทั่วในแวดวงผู้สนใจเทคโนโลยีสมัยใหม่เกี่ยวกับ อาชญากรรมไซเบอร์สายพันธ์ใหม่ (New breed of Cybercrime) องค์กรรับจ้างสังหารออนไลน์ผ่าน Tor browser และจ่ายค่าจ้างด้วยเงินดิจิทัล (Crypto Currency)
การรวบรวมพยานหลักฐานทางดิจิทัลหรือการดำเนินคดีกับมือสังหารหรือหลักฐานการจ้างวานฆ่าแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะความเป็น Anonymous (ไร้ตัวตน) ทั้งเจ้าของเว็บไซต์ที่ใช้งานผ่าน Tor browser เป็น Virtual network และปกปิดเลขหมาย IP Server เว็บไซต์ และปิดบัง IP ผู้ใช้งาน อีกทั้งการจ่ายเงินด้วย bitcoin ก็ไร้การตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าใครเป็นเจ้าของบัญชีหรือแม้แต่หากสารภาพศาลจะเชื่อพยานหลักฐานหรือไม่ก็สุดที่จะคาดเดาเพราะเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์
Besa mafia จากกลุ่มอันธพาลชาวอัลบาเนียข้างถนนใน สหรัฐ อเมริกา เติบโตอย่างรวดเร็วจากธุรกิจผิดกฎหมาย และเริ่มต้นธุรกิจลอบสังหารผ่าน dark web ในปี 2014-2016 จึงเกิดการรวมกลุ่มอันธพาลจากย่านต่างๆ เข้ามาเสนอตัวรับงานในเว็บไซต์จนเป็นกลายมาเฟียกลุ่มใหญ่ทรงอิทธิพลกลุ่มหนึ่งใน สหรัฐ อเมริกา ขยายบริการสังหารและทำร้ายร่างกายอย่างรวดเร็วไปถึงยุโรปและเอเชีย

แต่แล้ว กุมภาพันธ์ 2017 นาย Chris monteiro ชาวอังกฤษอ้างตัวว่าเป็น White hacker ผดุงความยุติธรรม เขาอ้างว่าเขาและพวกเป็นคน Hack เว็บไซต์ Besa mafia ไปตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2016 และที่ Hack เว็บนั้นเพราะ Besa mafia เป็นเว็บต้มตุ๋นหลอกเอาเงินคน ไม่มีมือสังหารจริง และเว็บถูกปิดแล้ว
เขาได้ส่ง Data base ให้ FBI เพื่อคลี่คลายคดี Allwine เขาแสดงฐานข้อมูลให้เห็นว่า นาย Stephen เข้ามาในเว็บจริงเมื่อวันเวลาใด และได้ว่าจ้างสังหารภรรยาจริงเมื่อเดือน มิถุนายน 2016 อยากให้จัดเป็นอุบัติเหตุ แต่ไม่มีมือสังหารออกมาจริงเพราะเว็บไซต์นั้นเขาเป็นคน Hack ไปควบคุมเองแล้วตั้งแต่ พฤษภาคม
ดังนั้นเชื่อได้ว่านาย Stephen จึงเป็นผู้ลงมือสังหารภรรยาเอง เจ้าหน้าที่ FBI จึงได้ดำเนินคดีกับนาย Stephen ข้อหาฆ่าคนตายจนต้องโทษจำคุกในที่สุด และที่น่าสลดคือลูกชายเพียงคนเดียวที่ต้องขาดพ่อและแม่
นอกจากนั้นนาย Chris ยังเปิดเผยข้อความการสนทนาของนาย Stephen กับ Admin เว็บไซต์ด้วยว่าเขาได้จ้างให้สังหารลูกชายด้วย โดยให้ข้อมูล GPS ที่ติดตัวใน Smartwatch ของลูกชายเพื่อให้คนร้ายเลือกเวลาเหมาะสมลงมือสังหาร

รูปที่ 2 ภาพครอบครัว Allwine ในอดีต
FBI เปิดเผยว่าอาจจะด้วยความที่นาย Stephen เป็น IT specialist เขาจึงมีทักษะในการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว และได้เข้าไปท่อง Dark web เพียงไม่นานเขาก็สั่งยากล่อมประสาทชื่อว่า scopolamine จาก dark web แห่งหนึ่งมาเสพมากมายจนอาจนำมาซึ่งเหตุสลดดังกล่าว
แต่เมื่อไม่นานมานี้ เริ่มมีนักวิเคราะห์ข่าวสารบางท่าน และ White hacker บางคน ออกมาเขียนบทความวิพากษ์คดี Allwine กับการกระทำของนาย Chris ว่ามีความไม่ชอบมาพากล
บทความต่างๆ ที่วิเคราะห์ปรากฏการณ์ดังกล่าว ชี้ว่าในโลกของเรามีเพียงนาย Chris ชาวอังกฤษและนางสาว Eileen ชาวออสเตรเลียที่เขียนบทความอ้างว่า Besa mafia ไม่มีจริงเป็นเว็บหลอกลวง และพวกเขาเป็นผู้ Hack มัน ซึ่งนั่นเป็นไปไม่ได้ที่จะ Hack เว็บใน Tor network เพราะมันไม่มี server ไม่มีหมายเลข IP ของเว็บไซต์ server แล้วจะรู้เป้าหมายได้อย่างไร ถ้านาย Chris สามารถ Hack เว็บไซต์ Deep web ใน Tor network ได้จริงเขาต้องเขียนวิธีการ Hack และโด่งดังไปทั่วโลกแล้ว
ผู้วิจัยได้ค้นคว้าเว็บ Blog ต่างๆ ในเว็บไซต์หลายแห่งที่มีบันทึกประสบการณ์ผู้เคยว่าจ้างมากมายแม้ไม่สามารถระบุตัวตนที่แน่ชัดให้เป็นที่ประจักษ์ได้ แต่เนื้อหาเรื่องราวเชื่อมโยงกันอย่างน่าสนใจ และเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศอีกหลายแห่ง ยังจับพิรุธมากมายจากการกระทำของนาย Chris และกล่าวหาว่า ที่แท้นาย Chris นั่นล่ะคือ web admin ของ Besa mafia
ซึ่งสาเหตุที่ต้องมาสร้างเรื่องว่าเป็นเว็บปลอมเพราะต้องการหลบเลี่ยงจากตำรวจและ FBI บริการจ้างสังหารไม่ได้ต้องการโด่งดังชักชวนลูกค้าจำนวนมาก แต่ให้บริการคนเฉพาะกลุ่มโดยมีสมาขิกเก่าชักชวนเข้ามาเมื่อเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นจึงต้องแก้ไขปัญหาทำให้คนเลิกสนใจหรืออาจจะมีเหตุขัดแย้งกับทีมงานเยแยกย้ายกัน
องค์กรอาชญากรรมนั้นเป้าหมายหลักคือทำธุรกิจผิดกฎหมาย และหาเงินจำนวนมากอย่างรวดเร็ว Business model ใหม่ของธุรกิจลอบสังหารอย่าง Besa Mafia จึงอาจจะเชื่อได้ว่าเป็นปรากฏการณ์สังคมที่อาจจะเกิดขึ้นจริง บทความนี้จึงมีเป้าหมายการวิจัยเพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับธุรกิจจ้างสังหารแห่งศตวรรษที่ 21 Dark web and Crypto currencies เมื่อการฆ่าคนจะง่ายดายเพียงปลายนิ้วและไร้หลักฐานมีจริงหรือไม่

2. วัตถุประสงค์การวิจัย
2.1 ค้นหาร่องรอยหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าเว็บไซต์ Besa Mafia เคยให้บริการจ้างสังหารจริงหรือไม่
2.2 ค้นหาร่องรอยหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าเว็บไซต์ Besa Mafia เป็นเว็บหลอกเอาเงินจริงหรือไม่
2.3 ค้นหาความเป็นไปได้ของผู้ที่เป็น Admin เว็บไซต์ Besa Mafia คือใคร
2.4 ผลกระทบจาก Business model ใหม่ของธุรกิจลอบสังหาร Besa Mafia องค์กรอาชญากรรมกลุ่มอื่นจะเกิดการลอกเลียนแบบหรือไม่
3. วิธีการวิจัย
เนื่องจากข้อมูลและหลักฐานเรื่องราวของการรับจ้างสังหารผ่าน Dark web ของ Besa Mafia เป็นเรื่องใหม่ที่ลึกลับ และก่ออาชญากรรมผิดกฎหมาย จึงยากที่จะหาหลักฐานเชิงประจักษ์หรือพยานบุคคลมายืนยันว่าผู้ใดเคยใช้บริการจ้างสังหารคนมาก่อน
มีเพียงข้อมูลต่างๆ ที่นาย Chris Monteiro เปิดเผยออกมา เว็บ Blog ต่างๆ ที่มีบันทึกประสบการณ์ผู้เคยว่าจ้าง และเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศอีกหลายแห่งที่วิเคราะห์ Besa Mafia
บทความวิชาการชิ้นนี้ จึงใช้วิธีการวิจัยแบบ การวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) ซึ่งเป็นระเบียบวิธีวิจัยโดยตรงกับการวิเคราะห์ข่าวสารเพื่อค้นหาความจริงให้ได้มากที่สุด โดยมุ่งเน้นการตีความข้อมูลต่างๆ จากเนื้อหาข่าวสาร บริบทของสังคม ความเป็นไปได้ ผลของการสื่อสาร คุณลักษณะผู้ส่งสาร พฤติกรรมและเป้าหมายผู้ส่งสาร ด้วยการค้นคว้าผ่านอินเทอร์เน็ต จากนั้นสร้างเครื่องมือการวิจัยเป็นการให้น้ำหนักความเชื่อถือ (Weight) ข้อมูลที่รวบรวมมา คะแนนจากน้อยไปมากจำนวน 5 ระดับ โดยสอบถามจากผู้ที่มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 10 ปี ในวงการข่าว และเทคโนโลยีการสื่อสาร จากนั้นนำมาเปรียบเทียบและบรรยายเพื่อหาข้อสรุป
4. ผลการวิจัย
การวิจัยได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องด้วยการค้นคว้าผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อรวบรวมเนื้อหาและหลักฐานในสื่ออินเทอร์เน็ตที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
4.1 Dark web
หากเปรียบประเภทของเว็บไซต์เป็นดังก้อนนำแข็ง Iceberg ที่ลอยอยู่ในมหาสมุทร ส่วนที่ลอยพ้นผิวน้ำทะเลก็คือ เว็บไซต์ปกติเรียกว่า Surface Web หรือ Clear Net เป็นเว็บไซต์สะอาดที่ไม่มีเนื้อหาอะไรที่ต้องการปิดบังไม่ให้รัฐตรวจสอบกรอก URL ใน Browser ปกติหรือค้นใน Search engine ก็เจอเลย

รูปที่ 3 ประเภทของเว็บไซต์แบ่งตามระดับความยากในการเข้าถึง
Deep Web ก็ คือเว็บไซต์ปกติหรือบางเว็บไซต์ URL อาจจะเป็นคำที่สะกดภาษาไม่ได้ต้องส่ง Link ให้เฉพาะหรือมีปราการ Firewall ให้ซ่อนตัวอยู่ และต้องกรอกรหัสลับ (Password) จึงจะเข้าถึงเนื้อหาในเว็บไซต์นั้นได้ เช่น เว็บบริการบทความวิชาการ ฐานข้อมูลราชการ บริการธนาคาร เป็นต้น
แต่เว็บที่อยู่ชั้นในลึกสุดเรียกว่าเว็บมืด Dark web ไม่สามารถกรอก URL ผ่าน Browser ปกติแล้วเข้าเว็บไซต์ได้และไม่ได้แค่ใส่รหัสผ่าน Link เฉพาะกลุ่มปกติที่ใช้กันประจำได้ แต่เป็นการเข้าเว็บที่มีความซับซ้อนชั้นลึกกว่าปกติ
ผู้ใช้งานต้องเข้าเว็บผ่าน Browser พิเศษชื่อ TOR ซึ่งเป็น Browser ปกปิดตัวตนสำหรับผู้ที่ login เข้าใช้งานในเว็บมืด โดยมีระบบ Virtual Private Network (VPN) ที่เป็นโครงข่ายแบบไร้ศูนย์กลาง (Distributed ledger) สมาชิกในกลุ่มนำคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันแล้วจะโยนข้อมูลกันไปมาตลอดเวลา และมี Proxy ถึง 3 ชั้น ทำให้ไม่ทราบที่ตั้ง Server เว็บไซต์ และช่วยปิดบัง IP address ของผู้เข้าใช้งานในเว็บไซต์ มีให้ดาวน์โหลดฟรีที่ torproject.org
รูปที่ 3 สมาชิกเครือขาย Tor Browser จะโยนข้อมูลกันไปมาตลอดเวลาทำให้ไม่ทราบที่ตั้ง Server เว็บไซต์ และปกปิดตัวตนผู้เข้าใช้บริการเว็บมืด

4.2 Bitcoin
Bitcoin เป็นเงินดิจิทัลที่มีความต้องการสูงสุด เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขียนให้ทำงานในเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ไม่มีศูนย์กลางการเก็บข้อมูลทั้ง Server หรือ Data center คล้ายหลักการทำงานของ Tor network เปิดบัญชีโดยไม่ต้องแสดงตัวตนเพราะไม่มีคนกลางอย่างธนาคารคอยตรวจสอบ ระบบถูกสร้างให้ทำงานวิ่งอัตโนมัติไม่สามารถแก้ไขทำลาย จึงได้รับความเชื่อถือว่าปลอดภัย เพียงได้รหัสที่อยู่กระเป๋าเงิน (Bitcoin address) เช่น 1N2VwcfGTXA1J9FGNG3uit3VYA4D6zMoP2 ก็สามารถแลกเปลี่ยนเงินตราได้จากทั่วโลกโดยไร้ตัวตน เป็น Criminal Financial network ที่เหล่าอาชญากรปรารถนา

4.3 Besa Mafia
Besa Mafia พื้นเพเป็นชาวอัลบาเนียที่รวมกลุ่มเป็นมาเฟียทำธุรกิจผิดกฎมายทุกประเภทหรือเป็นองค์กรอาชญากรรมใน สหรัฐ อเมริกา กลุ่มใหม่ที่กำลังมีอิทธิพลขึ้นเรื่อยๆ
มาเฟียชาว อัลบาเนีย แตกต่างจากมาเฟียกลุ่มอื่นในอเมริกาตรงที่ไม่มีหัวหน้าใหญ่เป็นการบริหารองค์กรแบบ Flat management แบ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มเล็กๆ ที่สามัคคีกัน

Besa หมายถึงความไว้ใจกันและเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติ ความภักดี และรักกันแบบครอบครัว Besa Mafia เป็นองค์กรอาชญากรรมที่ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย อาทิเช่น ค้ายาเสพติด ค้าอาวุธ โสเภณี เรียกค่าไถ่ การพนัน ค้ามนุษย์ ค้าอวัยวะมนุษย์ รับจ้างทำร้ายร่างกาย และรับจ้างสังหาร มีเครือข่ายกว้างขวางไปถึงยุโรป และเอเชีย มีสมาชิกในองค์กรหลายแสนคน

Besa Mafia ถูกใช้นำมาเรียกชื่อเว็บไซต์รับจ้างสังหารใน Dark web เข้าใช้บริการผ่าน Tor browser โดยมี URL นามว่า http://oiiuv2gwl2jhvg3j.onion และจ่ายค่าจ้างด้วย Bitcoin


รูปที่ 4 Besa Mafia เว็บไซต์รับจ้างสังหารใน Dark web (http://oiiuv2gwl2jhvg3j.onion)
จากการค้นคว้าข้อมูลเพื่อหาแหล่งข่าวสารในเว็บไซต์ต่างๆ อาทิเช่น http://www.besa-mafia.com/ http://fightingbesamafia.blogs... https://www.quora.com/Is-the-B... ฯลฯ มีลักษณะบริการดังนี้
เว็บไซต์รับจ้างสังหาร Besa Mafia มี Package ให้เลือกความต้องการว่าจะทำร้ายเหยื่อระดับไหนมีค่าจ้างเท่าใด หากอยู่ที่ความยากในการสังหารเหยื่อหากเป็นนักการเมืองก็จะแพงขึ้นเป็นลำดับ ค่าจ้างตั้งแต่ 5,000-200,000 ดอลลาร์ สหรัฐ พร้อมภาพและคลิปวิดีโอประกอบผลงานที่ผ่านมา

รูปที่ 5 ผลงานที่อ้างว่ารับจ้างสังหารที่ผ่านมา
ปัจจุบัน ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2560 ผู้วิจัยได้เข้าไปค้นหาข้อมูลพบว่าเว็บไซต์ Besa Mafia ซึ่งมี URL เป็น http://oiiuv2gwl2jhvg3j.onion ได้ถูกปิดบริการจริง และมีข้อความขึ้นว่า “Besa Mafia ปิดเพื่อธุรกิจ หลังจากเหล่าอาชญากรเปิดให้บริการมา 6 เดือน เพื่อหลอกลวง และ Bitcoin ได้ถูกขโมยไปกว่า 100 เหรียญ (ปัจจุบัน 1 Bitcoin ประมาณ 510,000 บาท) เว็บไซต์ได้ถูกปิดแล้ว และไม่มีใครเคยถูกทำร้ายหรือถูกฆ่าจากบริการของเว็บนี้”

รูปที่ 6 เว็บไซต์รับจ้างสังหาร Besa Mafia ใน Dark web (http://oiiuv2gwl2jhvg3j.onion) ขึ้นข้อความว่าถูกปิด ไม่เคยก่อมีคดีใดมาก่อน เป็นเว็บต้มตุ๋น และ Bitcoin ถูกขโมยไปแล้ว
4.4 ผู้อ้างว่า Hack เว็บไซต์ Besa Mafia
จากบทความเรื่อง Bitcoin Ethical Hacking Leads to Solving FBI Murder Case เขียนโดย Charles Dearing เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2017 (https://cointelegraph.com/news... ) ใจความว่า
แฮกเกอร์คุณธรรม ผู้ใช้นามแฝงว่า “bRpsd” เป็นผู้ให้เบาะแสวิธีการ Hack เว็บไซต์ Besa Mafia แก่นาย Chris Monteiro จากประเทศอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง Cybercrime และเป็น System admin ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเว็บไซต์ จึงสามารถนำข้อมูลมาช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจและ FBI คลี่คลายคดี Allwine ได้สำเร็จ
โดยอ้างถึงบทความที่ นาย Chris ได้เขียนบทความเมื่อ พฤษภาคม 2016 ในเว็บไซต์ priate.london (https://pirate.london/besa-maf... ) อ้างว่าเขาได้ทำงานร่วมกับนักเขียนด้าน Cybercrime และผู้เชี่ยวชาญ IT จากประเทศออสเตรเลียชื่อ Eileen Ormsby เข้ายึดเว็บไซต์ Besa Mafia ไขความลับว่าเป็นเว็บต้มตุ๋นหลอกลวงเพื่อเอา Bitcoin จากผู้หลงเข้ามาใช้บริการ แต่ไม่มีการส่งนักฆ่าไปลงมือสังหารจริง
จากบทความเรื่อง How a Bitcoin Whitehat Hacker Helped the FBI Catch a Murderer เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2017 เขียนโดย Benjamin Vitaris ในเว็บไซต์ชื่อดังของโลกด้าน Bitcoin อย่าง bitcoinmagazine.com (https://bitcoinmagazine.com/ar... ) นาย Chris Monteiro ได้ upload ข้อมูลผู้จ้างวานฆ่า ข้อมูลเหยื่อ สู่สาธารณะใน Link (https://archive.fo/PWsAA#selec... ) และให้ข้อมูลข้อมูลการสนทนาของผู้จ้างวานฆ่ากับ Web admin (https://allthingsvice.com/2016... ) แก่ FBI ติดต่อเหยื่อเพื่อยับยั้งอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้น

รูปที่ 7 ตัวอย่าง Data base ที่นาย Chris มอบให้ FBI
ส่วนใน Data base ที่มีสถานะ Pending approve หมายถึงยังไม่ได้ลงมือสังหาร เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่หยุดรับรับงานตั้งแต่ พฤษภาคม 2016 ที่ผ่านมา รวมถึงคดี Allwine ด้วย
นาย Chris ยังได้ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงของผู้ใช้บริการใน Dark web ที่ใช้นามว่า “dogdaygod” มีความเชื่อมโยงกับ email [email protected] ซึ่งเป็น email ของ นาย Stephen Allwine และเจ้าหน้าที่ FBI ได้ตรวจโทรศัพท์มือถือของนาย Stephen พบข้อมูลการโอน Bitcoin ไปยัง Bitcoin address ของ Admin เว็บไซต์ Besa Mafia จริง (ซึ่งประโยคนี้อาจจะเป็น Chris ให้ข่าวเอง เพราะไม่มีการเปิดเผยเรื่อง Bitcoin transction)

4.5 ร่องรอยหลักฐานผู้ให้บริการจ้างวานฆ่า
ผู้วิจัยได้พยายามค้นคว้าร่องรอยหลักฐานจากบันทึกใน Blog ที่เชื่อว่าน่าจะเกิดจากบุคคลที่อาจจะมีตัวตนจริงเป็นผู้เขียนขึ้น มิใช่เกิดจากนักเขียนบทความ มีตัวอย่างดังนี้
4.5.1 กรณี maryrhamilton65
บันทึกใน blog จากผู้ใช้นามว่า maryrhamilton65 เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2016 เรื่อง Besa Mafia true story: How I did murder (https://besamafiastories.wordp... ) ผู้เขียนมีทำนองการเขียนเป็นหญิง เธอต้องการเล่าประสบการณชีวิตในการเป็นฆาตกรของเธอ และเธอเขียนโดยใช้ Tor browser ปิดบัง IP เธอเล่าว่า
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ เพื่อนสาวของเธอถูกเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งชื่อ Giovanni ทำร้ายและข่มขืนในที่ทำงาน เพื่อนของเธอร้องไห้ไม่หยุดและไม่อยากจะไปแจ้งความ เธอเจ็บปวดอยากจะแก้แค้นแต่เธอไม่รู้เรื่องวิธีการที่จะต่อสู้กับใครได้ และเธอก็เกรงว่า Giovanni จะกลับมา blackmail หรือทำร้ายเพื่อนเธออีก
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ เธอใช้ google ค้นหาบริการรับจ้างทำร้าย จนมาพบ Besa Mafia ที่มีราคาค่าจ้างเริ่มต้นที่ $5000 เธอศึกษาวิธีการเข้าใช้งานใน Dark web และวิธีสมัครสมาชิก จากนั้นเธอเริ่มส่งข้อความไปยัง Admin เว็บไซต์ Besa Mafia เพื่อสอบถามว่ารับงานที่ Ohio หรือไม่
Admin เว็บไซต์ Besa Mafia ตอบข้อความกลับมาว่าทำได้และขอรายละเอียดเหยื่อ สถานที่พร้อมภาพถ่าย จากนั้น 2 วันต่อมาเธอศึกษาวิธีซื้อ Bitcoin และโอนไปยังบัญชีของ Admin เว็บไซต์ Besa Mafia และสนทนาเลือกวันลงมือสังหารเป็นวันที่ 7 มีนาคม 2016 เนื่องจากเธอจะออกนอกเมืองไปสังสรรค์กับเพื่อนสมัยมัธยม หากมีการสืบสวนจากตำรวจมาถึงตัวเธอจะได้มีข้ออ้าง
วันที่ 7 มีนาคม 2016 Admin เว็บไซต์ Besa Mafia ส่งข้อความมาให้เธอ เป็นภาพ Giovanni ถูกยิงตายในรถของเขา เธอตกใจมาก และสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่? จนกระทั่งชั่วโมงต่อมาเธอได้เห็นข่าวว่า Giovanni ถูกยิงตามข่าวนี้ (http://www.newsnet5.com/news/l... )

รูปที่ 8 ภาพที่อ้างว่าเหยื่อถูกสังหารจากบริการของเว็บไซต์ Besa Mafia
maryrhamilton65 บันทึกว่าเธอรู้สึกประทับใจกับบริการจ้างสังหารนี้มาก มันไร้ตัวตนจนเธอไม่รู้สึกกลัวตำรวจ แม้แต่การเขียนบันทึกนี้ก็เช่นกันก็ไม่สามารถสืบสวนมาถึงเธอได้
4.5.2 กรณี บุรุษนิรนามจ้างวานฆ่าลูกนอกสมรส
จากบันทึกเรื่อง Besa Mafia my experience with them ของบุรุษนิรนามเมื่อวันที่ 10 มีนาคม (https://sites.google.com/site/... ) เขาได้ค้นหาบริการจ้างสังหารเพื่อฆ่าลูกนอกสมรสจนมาเจอ Besa mafia และได้ซื้อ Bitcoin จากเว็บ coinbase.com จากนั้นเขาได้ว่าจ้างในราคา $5000 แล้วส่งภาพถ่ายพิกัดสถานที่นัดวันเวลา เขาตื่นเต้นรอคอยทั้งวันจนตกเย็น Admin เว็บไซต์ Besa Mafia ส่งข้อความมาให้เป็นภาพลูกนอกสมรสของเขาที่ถูกสังหาร เขารู้สึกพอใจในบริการมาก มันไร้ตัวตนจนเขาไม่รู้สึกกลัวตำรวจ แม้แต่การเขียนบันทึกนี้ก็เช่นกันก็ไม่สามารถสืบสวนมาถึงเขาได้ และเขาได้โพสต์ link ไว้ http://oiiuv2gwl2jhvg3j.onion และ http://oiiuv2gwl2jhvg3j.onion.link

4.6 บทความนิรนามที่ให้เหตุผลสนับสนุนว่า Besa Mafia เคยมีอยู่จริง
หลังจากนาย Chris Monteiro ได้เขียนบทความเรื่อง Besa Mafia murder-for-hire scam exposed following hack เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2016 ใน blog ของเขา pirate.london
(https://pirate.london/besa-maf... ) เนื้อหาอ้างว่า Besa Mafia เป็นเว็บไซต์ต้มตุ๋นเพื่อเอา Bitcoin
21 พฤษภาคม 2016 ได้มีบทความตอบโต้ทันทีชื่อเรื่อง Reputable deep web admins, links to Besa Mafia ใน blog (https://reputabledeepwebadmins... ) ที่ไร้นามผู้เขียน โดยเนื้อหากล่าวว่า Chris Monteiro เจ้าของ blog ชื่อดัง pirate.london และ Eileen Ormsby เจ้าของ blog ดัง allthingsvice.com คือ 2 ใน 3 Admin เว็บไซต์ Besa Mafia ที่เกิดความขัดแย้งกันแล้วแยกตัวออกมา คนที่พัฒนาเว็บไซต์คือ Chris Monteiro ส่วน Eileen Ormsby ทำหน้าที่โปรโมตเว็บไซต์
Besa Mafia บริหารเว็บไซต์ด้วยกัน 3 คน มีสมาชิกมาเฟียรับงานและลูกค้าจำนวนมากเข้ามา Sign up ไว้ ทางเว็บไซต์หักค่าบริการ 20% อีก 80% จ่ายให้มือสังหารที่รับงาน
Chris และ Eileen วางแผนโปรโมตเว็บไซต์ด้วยการเขียนบทความในทำนองต่อต้านเว็บไซต์นี้ว่าเป็นมหันต์ภัยของสังคมยุคใหม่ แต่ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมทะเลาะกัน ซึ่ง Chris Monteiro และ Eileen พยายามนำเสนอาภาพว่าพวกเขาสะอาดไม่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ดังกล่าว และยืนยันว่าเว็บนี้หลอกลวงต้มตุ๋นไม่เคยมีการจ้างสังหารเกิดขึ้นจริง และบทความอ้างว่าข้อมูลที่ Chris Monteiro ส่งให้ FBI เป็นข้อมูลที่ถูกถอดรหัสออกมาแล้วเขียนบน notepad มีเพียง 1/3 ของทั้งหมด และถูกลบรายการที่งานว่าจ้างสังหารเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้วออกไปหมด
หากเว็บนี้เป็นเว็บต้มตุ๋นหลอกลวงทำไมไม่เคยมีใครร้องเรียนให้เห็น หลังจาก Chris Monteiro อ้างว่า Hack เว็บไซต์แล้วยังคงเปิดรับลูกค้าก่อน FBI ปิด และทำไมมีเพียงสองคนนี้พยายามทำลายเว็บไซต์ Besa Mafia แล้ว Admin อีกคนคือใครกัน? แน่นอน Chris และ Eileen ไม่ใช่มือสังหารแน่นอน แต่พวกเขามีกลุ่มมาเฟีย อัลบาเนีย หนุนหลังอยู่เป็นร้อยๆ คน อีกทั้งคลิปวิดีโอการเผาทำลายรถมีแต่ Chris และ Eileen เป็นผู้เผยแพร่ใน blog ของพวกเขา เหตุผลเหล่านี่ทำให้เชื่อว่าสองคนนี้คือ 2/3 Admin เว็บไซต์ Besa Mafia
5 มิถุนายน 2016 ได้มีการเผยแพร่บทความเรื่อง Besa Mafia admins exposed: Eileen Ormsby and Chris Monteiro ใน blog (https://besamafiaadminseileene... ) ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียนเนื้อหากล่าวว่า
Besa Mafia ไม่เคยถูก Hack และวิเคราะห์ว่า Chris Monteiro เจ้าของ blog ชื่อดัง pirate.london มีนามปากกา Deku-Shrub ใน reddit และ Eileen Ormsby เจ้าของ blog ดัง allthingsvice.com มีนามปากกา OzFreelancer ใน reddit.com ทั้งคู่โปรโมตเว็บไซต์ Besa Mafia ด้วยการเขียนบทความใน blog และ reddit
Chris เป็น Programmer ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง Cybercrime เขาเขียนบทความเรื่อง Dark web จำนวนมาก Chris และ Eileen เป็นเพื่อนกันเคยทำงานเขียนหนังสือเกี่ยวกับ Cybercrime ร่วมกันและสร้าง Deep web ร่วมกัน ทั้งสองคนนี้ฉลาดมากในการหาวิธีโปรโมตเว็บไซต์ Besa Mafia ด้วยการเขียนเรื่องราวดึงดูดคนและพวกเขาปลอดภัย การที่ Data base ไม่เปิดเผย bitcoin transaction นั้นเพราะอาจจะสืบไปถึงพวกเขาก็เป็นได้ และที่สำคัญรูปแบบเว็บไซต์ Besa Mafia กับไซต์ Pirate London ของ Chris ดูคล้ายกันมากในเทอมของ internal programming

4.7 ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ความเชื่อถือ (Weight) ข้อมูล
ในการวิจัยได้สร้างมือการวิจัย ด้วยการตั้งตัวแทนวิเคราะห์ข่าวที่มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 10 ปี ในวงการข่าว และเทคโนโลยีการสื่อสาร ให้คะแนนน้ำหนักความเชื่อถือ (Weight) ข้อมูลที่รวบรวมมา คะแนนจากน้อยไปมากจำนวน 5 ระดับ โดยให้อ่านเรื่องราวตาม Link ที่ให้ไว้ในข้อ 4.3 ถึงข้อ 4.5 ได้ผลดังนี้

5. อภิปรายผล
รูปแบบการประกอบธุรกิจรับจ้างสังหารผ่าน Dark web และจ่ายค่าจ้างด้วย Bitcoin จากเรื่องราว Besa Mafia นั้น นับว่าเป็น Business model ในอุดมคติขององค์กรอาชญากรรมและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ต้องการความไร้ตัวตนและรวดเร็ว ซึ่งก็คือการสื่อสารที่ไม่สามารถตรวจสอบได้และเส้นทางการเงินที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้
จากคดีของครอบครัว Allwine ทำให้เรื่องราวของ Besa Mafia โด่งดังและเกิดการนำข้อมูลมาเปิดเผยรายละเอียดจำนวนมากจาก Chris Monteiro และ Eileen Ormsby ทำให้วิเคราะห์ได้ว่า
5.1 Besa Mafia เป็นเรื่องจริง
การตีความเหตุผลที่ 1 จาก Data base ลูกค้าและเหยื่อที่เปิดเผยซึ่ง Chris Monteiro อ้างว่าได้ Hack เว็บไซต์ Besa Mafia แต่เดือน พฤษภาคม 2016 จึงเป็นข้อมูลนับตั้งแต่นั้นมา แต่ข้อมูลก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งตัวอย่างบันทึกของ maryrhamilton65 ในข้อ 4.5.1 เกิดขึ้นวันที่ 7 มีนาคม 2016 ก่อนที่จะถูก Hack ซึ่งกรณีของ maryrhamilton65 ตัวแทนวิเคราะห์ข่าวสารในข้อ 4.6 (ไม่อาจเปิดเผยชื่อเนื่องจากกลัวผลกระทบจากอาชญากรรม) เชื่อว่ามีความเป็นได้สูงมากที่จะเป็นเรื่องจริง เพราะภาพข่าวไม่มีภาพของ Giovanni ถูกยิง และการแต่งเรื่องจะรวดเร็วในวันที่เกิดเหตุคงเป็นไปได้ยาก จะทราบได้อย่างไรว่าตำรวจไม่สามารถหาชนวนการสังหารของเหยื่อได้ จึงเชื่อว่าต้องมีคนอ่านเข้าไปใช้บริการ Besa mafia อีกแน่นอน และถ้าหากเป็นเว็บต้มตุ๋นหลอกลวงต้องมีคนออกมาโวยวายก่อนหน้าที่เว็บจะถูก Hack หรือมา Comment ในข่าว
การตีความเหตุผลที่ 2 แต่ข้อมูลก่อนหน้าเว็บจะถูก Hack นั้นที่ไม่มีการเปิดเผย นั่นคือการโฆษณา เว็บไซต์ ต่างหากว่าการก่อคดีทั้งหมดที่ผ่านมาไร้หลักฐาน เพื่อให้เห็นว่าผู้ใช้บริการและมือสังหารจะไร้ตัวตนปลอดภัยจากการจับกุมจากรูปแบบการว่าจ้างผ่าน Dark web และจ่ายค่าจ้างด้วย Bitcoin
การตีความเหตุผลที่ 3 มีการเผยแพร่ URL การเข้าเว็บไซต์ในคลิปวิดีโอ เผารถของเหยื่อ http://www.dailymotion.com/vid... ซึ่งหาย Comment ไม่เชื่อว่าเป็นการโฆษณาเพื่อต้มตุ๋น

5.2 เว็บไซต์ Besa Mafia เป็นเว็บหลอกเอาเงินจริงหรือไม่?
การตีความเหตุผลที่ 1 ใน data base ที่อ้างไว้ไม่มีข้อมูล bitcoin address ของ Besa mafia และการออกมาเปิดเผยว่าเป็นเว็บหลอกลวงเอา Bitcoin นั้นก็เชื่อได้ว่าเพื่อเลี่ยงความสนใจจาก FBI ไม่ต้องการโด่งดังในสาธารณะเพราะลูกค้าพวกเขามีเฉพาะกลุ่มพอแล้ว และการจะเข้ามาใช้บริการต้องมีสมาชิกเก่าแนะนำเข้ามา
การตีความเหตุผลที่ 2 ความย้อนแย้งในข่าวสารเป็นประเด็นเมื่อ Chris Monteiro อ้างว่าได้ Hack เว็บไซต์ Besa Mafia แต่เดือน พฤษภาคม 2016 แต่ Stephen Allwine ได้จ่าย Bitcoin ว่าจ้างไปแล้ว นั่นหมายความว่า Chris Monteiro ต้องรับรู้ และลูกค้าอีกหลายคนจ่ายเงินแล้วขึ้นสถานะว่า Pending นั่นคือการหลอกลวงเกิดขึ้นหลังจากถูก Hack แล้วค่อยมาปิดเว็บหลังจากส่ง Data base ให้ FBI

5.3 นาย Chris Monteiro คือผู้ต้องสงสัยเป็น Admin ของ Besa Mafia
การตีความเหตุผลที่ 1 นาย Chris Monteiro อ้างว่าเป็นผู้ Hack เว็บไซต์ Besa Mafia แต่เหตุใดไม่เปิดเผยวิธีการ Hack เพราะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ทางทฤษฎี และถ้าหากเขาอ้างตัวเป็น White hacker ช่วยเหลือ FBI เหตุใดไม่ปิด Dark web อื่นๆ ที่ให้บริการซื้อขายยาเสพติดของผิดกฎหมายอีกมากมาย ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะเข้าถึง Data base และปิดเว็บไซต์ได้ หากเขาไม่ใช่ Admin
การตีความเหตุผลที่ 2 แม้นาย Chris Monteiro อยู่ในประเทศอังกฤษอาจจะไม่กลัวการพัวพันคดีอาชญากรรมในสหรัฐอเมริกา และเขามั่นใจว่าไม่น่ามีหลักฐานเอาผิดอะไรกับเขาได้ แต่เขามั่นใจได้อย่างไรว่าแม้หาก Besa Mafia เป็นเว็บต้มตุ๋นจริง อาชญากรเหล่านั้นคงได้เงินไปหลายร้อยล้านบาท เหตุใดจึงไม่หวั่นเกรงว่าอาชญากรนั้นอาจจะโกรธแค้นมาเล่นงานเขา อีกทั้งองค์กรอาชญากรรมอย่างมาเฟียอัลบาเนียในอังกฤษก็มีการกล่าวหารุนแรงเช่นนี่ย่อมสร้างความไม่พอใจให้เกิดขึ้นได้ เช่นนั้นแล้วย่อมหมายถึง นาย Chris Monteiro คุยกับมาเฟียอัลบาเนียได้

5.4 ผลกระทบจาก Business model ใหม่ของธุรกิจลอบสังหาร Besa Mafia องค์กรอาชญากรรมกลุ่มอื่นจะเกิดการลอกเลียนแบบหรือไม่
การตีความเหตุผลที่ 1 ธันวาคม 2018 ผู้วิจัยได้เข้าไปค้นคว้า ใน dark web ปัจจุบันมีบริการลอบสังหารมากมายหลายรายเปิดให้บริการอยู่ ที่น่าสนใจคือ chechen mob กลุ่มมาเฟียรัสเซียหน้าเว็บรูปแบบเหมือน Besa Mafia ราวกับว่าคนสร้างคือคนเดียวกัน หากการกระทำของ Chris ทำให้เห็นความปลอดภัยของผู้ใช้และผู้ให้บริการ นั่นอาจจะหมายถึงการได้งานรับจ้างทำเว็บแบบเดียวกับ besa mafia



อ้างอิง
Data base ลูกค้าของ Besa mafia (https://archive.fo/PWsAA#selec... )
ข้อมูลการสนทนาของผู้จ้างวานฆ่ากับ Web admin (https://allthingsvice.com/2016... )
https://www.riskbasedsecurity....
https://www.quora.com/Is-the-B...
https://www.deepdotweb.com/201...
https://reputabledeepwebadmins...
HEATHER SUTFIN. THE MURDER OF AMY ALLWINE. 14 Mar 2017.
(http://swordandscale.com/the-m... )