“ รอจังหวะเปลี่ยนเวรอีกครั้งแลัววิ่งเข้าไปแอบมุมมืดหลังตึกไว้ก่อน “ จ่าหมานฯกระซิบบอกจ่าสมพงษ์ อีกไม่นานนัก พวกยามมีการเคลื่อนไหวจะเปลี่ยนเวรกันอีกดังคาด พวกมันเปลี่ยนเวรอีก แล้วคนมาไหม่ฉายไฟผ่านไปหลังบังเก้อ มันจึงไม่เห็นพวกเขา พอมันเบนไฟไปที่รั้ว ถัดไป พวกจ่า ฯ ก็วิ่งเข้าไปถึงหลังอาคารหลังนั้น แล้วแอบเลาะเข้าไป ๆ โผล่หัวขึ้นมองบนชั้นลอย ก็เห็นยามอีก 2 คน ยืนถือปืนยาวอยู่ใกล้ ๆ โต๊ะวางถุงของสิ่งนั้น จึงหันไปชูนิ้ว 2 นิ้วให้จ่าหมานฯทราบ จ่าหมานพยักหน้า หันไปที่ลูกน้อง 2 คนที่อยู่ใกล้ ๆ พร้อมชี้มือไปทางบ้นใดที่จ่าสมพงษ์ ฯ หมอบอยู่ ลูกน้องทั้ง 2 ผงกหัว ปราดไปที่นั่นเงียนกริบ ส่วนอีกคนที่เหลือ สมาน ฯ ชี้ให้ไประวังหลังไว้ จ่าสมพงษ์ ฯ กับ 2 ลูกน้องล้วงมีดปลายแหลมสำหรับขว้างออกมาจับปลายมีดง้างมือตวัดไปที่ยามคนละคน โดยหมายที่คอหอยเพื่อไม่ให้ร้อง มีดทั้ง 2 ต่างเข้าเป้าอย่างแม่นยำ พวกมันต่างยกมือขี้นกุมคอหอย ตาเหลือกลาน ส่งเสียงครอกเบา ๆ ออกมา 2 ครั้ง ก่อนมันจะล้มลง จ่าสมพงษ์ ฯ กับลูกน้องถลันเข้าไปรับตัวไว้ไม่ให้ตัวกระทบพื้นชั้นลอยเกิดเสีนงดัง แล้วลากร่างมันทั้ง 2 เข้าไปซ่อนในห้อง จากนั้นก็ลงมือถอดเสื้อกางเกงพวกมันมาสวมไส่แทน แล้วถือปืนของมันพาเดินไปมาทีระเบียงข้าง ลวงให้คนข้างล่างที่เห็นคิดว่าเป็นพวกมันตามปรกติ
จ่าสมาน ฯ พุ่งขึ้นมา ปราดไปที่ถุงกลางโต๊ะ จับขยับประเมินน้ำหนักดูแล้วแจ้งเข้าศูนย์ “ จ่าสมานฯถึงศูนย์ ฯ เข้าถึงถุงบนโต๊ะแล้ว ถุงหนักประมาณ 20 กิโล “ “ ศูนย์ ฯถึงจ่าหมาน ฯ เอาเชือกมัดรอบถุงให้แน่น ม้วนปลายอีกด้านทำเป็นวง 2-3 วงพอให้แข็งตัว ตั้งให้ด้านช่องกลมหันไปทางทิศตะวันออกเหนือพิ้นห้องประมาณ 50 เซ็นต์ให้ได้ เสร็จแล้วรีบแจ้งยืนยัน “ “ ทราบแล้ว “จ่าหมาน ฯ ตอบ แล้วรีบมัดถุงทุกด้านด้วยเชือกที่ศูนย์ฯ ให้เตรียมไว้ก่อนแล้ว และมัวนเชือกอีกด้านทำบ่วงวงกลมโตตามสั่ง ห้นด้านบ่วงไปทางทิศตะวันออก จนแล้วเสร็จ ทดลองดึงไม่หลุดจากกันแล้วจึงแจ้งยืนยันไปศูนย์ “ ศูนย์ ฯ จากจ่าสมาน ฯ มัดและม้วนเชือกหันด้านบ่วงไปทิศตะวันออกแล้ว แต่ตั้งบ่วงไม่ได้ จะคอยยกวงกลมเชือกให้แทนเพราะบนนี้ไม่มีไม้หรืออะรที่จะนำมาใช้ยกได้ “ “ ทราบ “ศูนย์ฯตอบ จากนั้น วินาทีสำคัญ ไขข้อสงสัย ของจ่าสมาน ฯ “จากศูนย์ ถึงร่มบิน 1 เป้าหมายพร้อมแล้ว ปฎิบัติตามแผน ( โปรดรออ่านต่อตอนหน้า )
โ