เช้าวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๐ ผมไปร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายหน่วยพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย ที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล    เกิดปิติสุขจากพัฒนาการสำคัญ ๓ เรื่อง คือ (๑)meta R2R ลดอุบัติการณ์การตกเลือดหลังคลอด จ. ปทุมธานี  (๒) การขับเคลื่อนงานวิจัยในภาควิชาวิสัญญีวิทยา ในลักษณะงานวิจัยแบบมุ่งเป้า   (๓) การขับเคลื่อนเครือข่าย R2R ร่วมกับภาคี ในระดับประเทศ และต่างประเทศ      

ในข้อ ๓ ผมตีความว่า เป็นงาน social engagement ของศิริราช    คือหน่วยงานวิชาการของมหาวิทยาลัยเข้าไปทำงานร่วมกับระบบบริการสุขภาพของประเทศ    ขับเคลื่อนให้คนที่ทำงานประจำมีจริตและวิธีพัฒนางานของตน โดยใช้ R2R    การพัฒนางานวิจัยของศิริราช และขับเคลื่อนสู่ระบบบริการสุขภาพของประเทศ    จึงมีคุณค่าในเชิง engagement    ขับเคลื่อนภาพใหญ่ของประเทศในลักษณะหุ้นส่วนกับภาคี    ซึ่งเป็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงบทบาทของสถาบันอุดมศึกษายุคใหม่ 

ศ. นพ. ประเวศ วะสี ชี้ให้เห็นว่า  ผู้ที่ทำงาน R2R เป็นการเรียนรู้ร่วมกันผ่านการปฏิบัติ    นำไปสู่ transformation    เกิดปิติสุขจากการทำงานและผลงานในการทำประโยชน์แก่ผู้อื่น      

ท่านชี้ให้เห็นว่า การวิจัยในลักษณะมองภาพใหญ่ ช่วยให้คนมองภาพใหญ่เป็น    และในหลายกรณีเกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต

สาระข้อ ๒ นำไปสู่การอภิปรายโดยกรรมการที่เป็นหัวหน้าภาควิชา    ว่าภาควิชาต้องการการสนับสนุนการวิจัย R2R แบบมุ่งเป้า ในลักษณะเดียวกันกับของภาควิชาวิสัญญีวิทยา    และผมชี้ให้เห็นร่องรอยของ transformation ที่กำลังจะเกิดของหน่วยสนับสนุน R2R   จาก ๑๓ ปีที่ผ่านมา ทำงานสนับสนุนให้เกิดงานวิจัยเป็นชิ้นๆ (individual project)    ต่อจากนี้ไปจะมีส่วนที่ยกระดับไปเป็นทำงานสนับสนุนการวิจัยที่จัดการโดยภาควิชา (institutional/departmental project)

ผมเกิดปิติสุขที่ได้มีส่วนเล็กๆ ในการสร้างการผุดบังเกิดของความสร้างสรรค์นี้

วิจารณ์ พานิช       

๑๔ ธ.ค. ๖๐