พิธีส่งมอบมหาวิทยะเจดีย์.... และความอัศจรรย์ใจที่เกิดขึ้น

ขณะที่ผู้เขียนพูดนั้นมีบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้น นั่นคือ... ลมหมุนก้อนเดียวที่หอบพัดเอาพุ่มผ้าป่า แก้วน้ำ และขวดน้ำ ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าท่านเจ้าคุณ ซึ่งท่านกำลังนั่งฟังในสิ่งที่ข้าพเจ้ากล่าวนำอยู่...พุ่มผ้าป่า แก้วน้ำ และขวดน้ำ ต่างหล่นลงมาจากโต๊ะ ล้มระเนระนาด ..เป็นสิ่งอัศจรรย์ใจสำหรับผู้เขียน และผู้อยู่ในพิธี "ลมหมุนก้อนเดียวที่หมุนและมาหยุดลงอยู่ตรงหน้าท่านเจ้าคุณ.... แล้วกระแสลมก็สงบนิ่งไป" ฤาว่า..เค้ามาเพื่อ...สาธุการ...พระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้าที่บรรจุไว้ในองค์เจดีย์แห่งนี้"

วันที่ 1 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2558 ตัวแทนของคณะผู้สร้างเจดีย์ ได้แก่ นายทุน ทุน นาย ,นายวินทุน อู และตัวผู้เขียนได้จัดพิธีส่งมอบมหาวิทยะเจดีย์(เจดีย์ไทย-พม่า) ให้กับวัดโมกขธรรมาราม(ดอนเกลี้ยง) ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีพระเดชพระคุณ พระราชไพศาลมุนี  เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี(ธ) เจ้าอาวาสวัดโมกขธรรมาราม เป็นผู้รับมอบ  พระทนดาละ  พระป๊อบปาลามมะ  พระปินิยาวันทา และพระสงฆ์พม่าชั้นผู้ใหญ่อีกหนึ่งรูป เข้าร่วมเป็นผู้ส่งมอบในการนี้  และในพิธีได้รับเกียรติจากนายกเทศบาลตำบลขุนทะเล รวมถึงพุทธศาสนิกชนชาวไทย และชาวพม่า ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน ในการครั้งนี้

เรือตรีลิขิต จันทร์นพเก้า  ให้เกียรติเป็นพิธีกรในงาน  การส่งมอบเจดีย์ เริ่มขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 9.00 น.  พิธีกรได้กล่าวความเป็นมาของการสร้างเจดีย์ พอสังเขป  ผู้เขียนในฐานะตัวแทนของคณะผู้สร้างเจดีย์ได้พูดขอบพระคุณ ทุกเรื่องราวและทุกเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นและสำเร็จลุล่วงลงไปได้ด้วยดี  

นายทุน ทุน นาย และนายวิน ทุน อู พูดกล่าวขอบพระคุณแขกผู้มีเกียรติ  หลังจากนั้นผู้เขียนได้กล่าวนำ     คำอธิษฐานจิตแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลในการสร้างเจดีย์ครั้งนี้มีความว่า...

.....................................................................    

อิทัง ปุญญะผะลัง...ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแล้ว ณ โอกาสนี้ ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่ เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่วันนี้ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน

และข้าพเจ้าทั้งหลาย ขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลายทั่วสากลภิภพ และพระยายมราช ขอเทพเจ้าทั้งหลายและพระยายมราช จงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงเป็นสักขีพยานในการบำเพ็ญกุศลของข้าพเจ้า ในครั้งนี้ด้วยเถิด

และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ...ให้แก่ท่านทั้งหลายที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี ขอท่านทั้งหลายจงโมทนาส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์ ความสุขเช่นเดียวกับข้าพเจ้าจะพึงได้รับ ณ กาลบัดนี้ด้วยเถิด

ผลบุญใดที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ณ โอกาสนี้ ขอผลบุญนี้... จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าได้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานในชาตินี้ หรือภพชาติต่อ ๆ ไปด้วยเถิด

.....................................................................

ขณะที่ผู้เขียนพูดนั้นมีบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้น นั่นคือ... ลมหมุนก้อนเดียวที่หอบพัดเอาพุ่มผ้าป่า แก้วน้ำ และขวดน้ำ ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าท่านเจ้าคุณ ซึ่งท่านกำลังนั่งฟังในสิ่งที่ข้าพเจ้ากล่าวนำอยู่...พุ่มผ้าป่า แก้วน้ำ และขวดน้ำ ต่างหล่นลงมาจากโต๊ะ ล้มระเนระนาด สิ่งเป็นสิ่งอัศจรรย์ใจสำหรับผู้เขียน และผู้อยู่ในพิธี

                    " ลมหมุนก้อนเดียวที่หมุนและมาหยุดลงอยู่ตรงหน้าท่านเจ้าคุณ.... แล้วกระแสลมก็สงบนิ่งไป"  

แต่พิธีก็ดำเนินต่อไป ด้วยการกล่าวชื่นชมการสร้างเจดีย์ในครั้งนี้ จาก นายกเทศบาลตำบลขุนทะเล   เคล็ดการส่งมอบเจดีย์ในความเชื่อของคนพม่า ก็คือ การขายคืนที่ดินสร้างเจดีย์ ที่ทางคณะผู้สร้างเจดีย์ได้ซื้อมาจากวัด โดยมีมัคนาายกวัดเป็นตัวแทนซื้อคืน

ขั้นตอนสุดท้ายคือ การขึ้นกล่าว สัมโมทนียกถา (ถ้อยคําที่แสดงความชื่นชมยินดี) จากพระเดชพระคุณ พระราชไพศาลมุนี  พิธีมอบของที่ระลึก  พิธีส่งมอบกุญแจ(ตัวแทนองค์มหาวิทยะเจดีย์) และการถ่ายรูปร่วมกัน จึงเป็นอันเสร็จพิธี

มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียน รู้สึกอัศจรรย์ใจมาก  ทั้งในขณะส่งมอบเจดีย์ และในคืนวันที่ได้ส่งมอบมหาวิทยาเจดีย์ ให้กับวัดโมกขธรรมารามไปแล้ว  มีอยู่ว่า...

...........................................................................

ค่ำคืนเดียวกันนี้เอง .... ณ เตียงนอนที่ผู้เขียนนอนอยู่ทุกวันภายในบ้านที่สร้างขึ้นใหม่ หาได้มีช่องโหว่ใด ๆ ที่สัตว์มีพิษจะคืบคลานเข้ามาได้ แต่มีบางสิ่งบางอย่างได้ขึ้นไต่อยู่ตามตัวของผู้เขียนในขณะที่ผู้เขียนกำลังเคลิ้มหลับไป และสิ่งนี้ได้เข้ามากัดแทะบริเวณเนื้อของผู้เขียนอย่างเบา ๆ ...

สิ่งนี้.ทำให้ผู้เขียน สะดุ้งตื่นท่ามกลางความมืด และพลันสายตาของตัวเองก็สังเกตลงไปในท่ามกลางความมืดนั้น ...ผู้เขียนเห็นภาพลาง ๆ ของตะขาบตัวหนึ่ง ที่ได้ไต่ลงไปจากตัวของผู้เขียนและหายวับไปในท่ามกลางความมืดนั้น

และด้วยความไม่ได้ใส่ใจเนื่องจากเห็นว่า...ภายในห้องนั้น มีผู้เขียนนอนอยู่คนเดียว ประกอบกับความล้าในช่วงกลางวันที่ผ่านมา...จึงได้ล้มตัวนอนหลับต่อไป.... โดยมิได้คิดอะไร?

เช้าวันรุ่งขึ้นผู้เขียน ได้เข้าไปที่วัดฯอีกครั้งหนึ่ง และได้รับฟังการพูดคุยกับพระเณรฯที่บวชใหม่ ประมาณ 10 รูป ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า...ในคืนที่ผ่านมาได้เกิดสิ่งอัศจรรย์ใจขึ้น นั่นคือ มีแมลงป่อง และตะขาบ เข้ามาอยู่ที่บริเวณร่องฐานรอบเจดีย์เป็นจำนวนมาก ในคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์  2558  พระเณรที่บวชเฉลิมฉลองในการสร้างเจดีย์ครั้งนี้ ได้เห็นสิ่งอัศจรรย์ใจ ท่ามกลางความมืดในช่วงกลางดึกคืนนั้น นั่นคือ ...การได้เห็นภาพบางอย่างเดินเวียนรอบบริเวณเจดีย์อยู่เป็นจำนวนมาก    ผู้เขียนได้นั่งฟังคำบอกเล่า...ที่พระเณรต่างเห็นและพูดเป็นเสียงเดียวกันในค่ำคืนนั้น 

ผู้เขียนนั่งฟังและคิดพิจารณาไตร่ตรองตามอยู่นานพอสมควร มีอยู่อย่างหนึ่งนะ..ที่ทำให้ผู้เขียนเกิดความแปลกใจนั่นคือ ...ณ ช่วงเวลานั้นตัวตะขาบที่ไต่อยู่บนตัวผู้เขียน อยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับเหตุการณ์ที่บริเวณรอบฐานเจดีย์  จากการที่พระเณรชาวพม่าที่เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง

............................................................................


ผู้เขียนฉุกคิดต่ออีกว่า.........มันช่างเป็นความบังเอิญที่อัศจรรย์ใจนัก......ฤาว่า....(ผู้เขียน ตั้งคำถามทิ้งไว้ในใจ??)  

จนกระทั่งวันหนึ่ง..วันที่ผู้เขียนได้เล่าสิ่งนี้ให้กับท่านเจ้าคุณฯท่านฟัง  ท่านตั้งใจฟังในทุกถ้อยคำที่ผู้เขียนพูด..........แล้วท่านก็นิ่งไป    สุดท้ายท่านก็พูดกับผู้เขียนว่า....สิ่งที่ได้เห็นนั้น

                      "เค้ามาเพื่อ... สาธุการ ... พระบรมสารีริกธาตุ

                                                          ของพระพุทธเจ้าที่บรรจุไว้ในองค์เจดีย์แห่งนี้"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกบุญ...ครั้งหนึ่งในชีวิต



ความเห็น (0)