ระยะที่สอง คือ อนุพันธนาได้แก่การติดตามลมอย่างะเอียดใกล้ชิดถึงที่สุด โยทุกวิถีทางนั้น ส่วนใหญ่เป็นลักษณะของปฏิบัติแห่งอานปานสติขั้นที่ ๓ โดยตรง กล่าวคือการกำหนดรู้ซึ่งลมหายใจทั้งปวง หายใจเข้อยู่ หายใจออกอยู่ สำหรับวิธีปฏิบัติในขั้นนี้ ก็ยังเป็นการกำหนดลดหมายใอยุู่นั้นเอง หากแต่ว่าเป็นชั้นที่ละเอียดยิ่งขึ้นไป โดย การขจัดอาการหรือวิะีการต่างๆ ที่เป็นภาระในการกำหนดให้นอ้ยลง เท่าที่จะให้นอยได้ อธิบายว่ เมื่อมีการกำหนดชนิดที่เป็นการนับ หรือชนิดที่กำหนดเป็น เบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุดอยู่เพียงใด การกำหนดก็ต้องยังหยาบอยู่เพียงั้น คือต้องมีความรู้สึกที่เกิดดับ เกิดดับ ทุกคราวที่กำหนดว่าเบื้องต้น หรือท่ามกลาง หรือที่สุด การกำหนดขนาดนี้เรียกว่า วิตก ซึ่งจะเป็นองค์ฌานข้าหน้าก็ยังหยาบอยู่ หรือมีวิตกไปในทางความมหายของคำนั้นๆ : แทนที่จะวิตกอยู่ที่ลมหายใจเพียงจุดเดียว ก็ไปมีวิตกเป็นเบื้องต้นบ้าง ตรงกลางบ้าง ที่สุดบ้าง เป็นการบกวนจิตอยางอยาบอยุ่ การลำการกำหนดเช่นนั้น ส่งสติไปตามดดยไม่ต้องการกำหนดเ็นระยะเช่นนั้น ย่อมเป็นการกำหนดที่เขาถึงตัวลมอย่าประณีตกว่า หรือละเอียดกว่า ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดตลอดสาย หรือเฉพาะจุดก็ตาม ยิ่งสำหรับกรนับด้วยแล้ว ยิ่งหยาบไปกว่านั้นอีก จึงควรเว้นเสียโดยสิ้นเชิงในชั้นนี้
เนื่องจากการเจิรญอานาปานสติขั้นที่สาม ซึ่งเป้ฯการกำหนดลมหายใจโดยประการทั้งปวงนั้น ก็ยังสามารถปฏิบัติให้เขยิบสุงขึุ้นมา จนถึงขั้นที่ไ่มีการกำหนดว่าเป็นเบื้องตน ท่ามกลาง หรือที่สุด ภายหลัวได้ทำการกำหนดโยอาการเช่นนั้นมาแล้วอย่างเพียงพอ : ด้วยเหตุนี้ แม้การกำหนดลมเฉพาะที่ผ่านตรงช่องจมุก ก็ยังเป็นสิ่งที่กล่าวได้ว่าเป็นการกำหนดกายสังขาร หือลมหายใจ "ทั้งปวง" อยู่นั่นเอง ทั้งที่ติไม่ได้วิ่งตามลมหยใจเข้าออก คงกำหนดอยู่เฉพาะที่ตรงนั้น เหมือนนายประตูที่ตรวจตราอยู่ตรบที่ประตูแห่งเดียว ก็เป็นอันชื่อว่าตรวจคนทั้งหมด ทั่วทั้งในเมืองและนอกเมือง ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเข้าหรือออกหรือเดินวกไปวนม ชนิพใดก็ตาม ฉันดก็ฉันั้น การกำหนดอยู จุดๆ เดียว โดยหลักเภณฑ์เช่นนี้ มผลเท่กับเป็นการกำหนดวกกลับไป กลับม เท่ากับเป้นการกำหนดเป็นวงกลม และเท่ากับเป้นการกำหนดอย่างถี่ยิบ ไม่มีระยะว่างเว้นดดยประการทั้งปวง อย่างนี้ โดยความมหายอย่างนี้เอง จึงไ้ชื่อว่า อนุพันธนา คือกาตติดตามอยางใกล้ชิดถึงที่สุด และไม่มีระยะว่างเว้น และจัดเป้นระยะที่สองของกรรมวิะีแห่งมนสิการอานาปานสติกัมัฉฐาน ซึ่งผุ้ปฏิบัติจะต้องสังเกตให้เข้าใจอย่างแจ้งชัดจริงๆ เป็นพื้นฐานก่อน จึงจะสามรถปฏิบัติก้าวหน้าในอันดับต่อไปได้โดยสะดวก
หลักสำคัญมีอยู่ว่ ยิงกำหนดลมที่ละเอียดยิ่งขึ้นไปเพียงใต หรือโดยวิะีเข้ถึงตัวลมโดยละเอียดประณีตยิ่งขึ้นไปเพียงใด จิตก็จะยิ่งกลายเป็นของละเอดียหรือสงบรำงับประณีตยิ่งขึ้นไปเพียงนั้น ดดยอาการแห่งอัตโนมัติ คือเป้ฯไปในตัวเอง ; เพราะฉะนั้นผุ้ปฏิบัติะต้องสนใจในลม หรือในการกำหนดลม โดยวิะีที่เรกว่า ละเอียดแยบคาย ยิ่งขึ้นไปทุกที่ ให้เพียงพอกัน...
- (บ้างส่วน) จาก อานาปานสติภาวนา พุทธทาสภิกขุ....
