เส้นชัย... พิธียกยอดฉัตร มหาวิทยะเจดีย์(2)

.............................................................

และแล้วคืนสำคัญในวันสุดท้ายของปี พ.ศ. 2557 ก็มาถึง(วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ) ค่ำคืนของวันนี้ มีงานรื่นเริงในช่วงเย็นและหัวค่ำ ประมาณ 20.00 น.เป็นงานสดับตรับฟังพระธรรมเทศนา ของพระภิกษุสงฆ์จากไทย และพม่า ในช่วงหัวค่ำนั้น  พระเดชพระคุณ พระราชไพศาลมุนี ท่านได้ เข้าเยี่ยมชม ความพร้อมของงานในพีธี  โดยมีกรรมการชาวพม่าได้พูดแนะนำ ความสำคัญของพระพุทธรูป และสิ่งมีค่าที่จะนำขึ้นไปประดิษฐานบนยอดเจดีย์ และบริเวณองค์เจดีย์โดยรอบ

การสดับตรับฟังพระธรรมเทศนาในค่ำคืนนี้  ผู้เขียนได้นิมนต์ พระเดชพระคุณพระราชไพศาลมุนี  ขึ้นให้โอวาทธรรม และแสดงธรรม  แก่พุทธศาสนิกชนชาวพม่า และชาวไทย ที่เข้ามารับฟังพระธรรมเทศนาในคืนนี้  และหลังจากนั้น  จะเป็นการแสดงธรรมเทศนา  โดยพระภิกษุสงฆ์ชื่อดังของพม่า  ที่ทางคณะกรรมการสร้างเจดีย์ได้นิมนต์มา

                เมื่อเวลาอันสมควรมาถึง  ผู้เขียนมีโอกาสได้นั่งฟังโอวาทธรรม ของพระเดชพระคุณพระราชไพศาลมุนี  และได้รวบรวมถ้อยคำที่ท่านได้พูดไว้ ลงในหนังสือเล่มนี้  ความสำคัญในโอวาทธรรมของท่านมีดังนี้

"พุทธศาสนิกชนชาวพม่า คณะสงฆ์ไทย คณะสงฆ์พม่า และพุทธศาสนิกชนชาวไทย เรานั้นต่างนับถือพระศาสดาองค์เดียวกัน คือพระพุทธเจ้า ซึ่งท่านทรงตั้งพระพุทธศาสนาขึ้นมาบนโลกใบนี 

อาตมา มีความซึ้งใจ.. อิ่มเอมใจ ที่ทางสงฆ์พม่าและฆราวาสที่ให้ความสำคัญต่อพระพุทธศาสนา แม้นว่าเราจะได้จากบ้านจากเมืองมาอยู่ที่ประเทศไทย ก็ยังระลึกถึงว่าเรานั้นต่างนับถือพระพุทธศาสนาเหมือนกัน และอยากจะฝากสิ่งนี้ไว้เป็นประจักษ์พยานว่า ครั้งหนึ่งนั้นพวกท่านได้มาสร้างเจดีย์ถวายเป็นประจักษ์พยานไว้ที่วัดโมกขธรรมาราม เจดีย์นี้เป็นพระสถูป เป็นสัญลักษณ์ ทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเจดีย์นี้อาจจะอยู่ได้เป็นร้อยปีหรือกว่าร้อยปี"

หากพูดในทางบุญแล้ว ก็จะได้บุญใหญ่ ได้อานิสงส์มาก และการได้เข้ามาก่อสร้าง ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้นั้น อาตมาก็ดูอยู่ห่าง ๆ ไม่ได้เข้ามาวุ่นวายอะไรเลย เรียกได้ว่าปล่อยตามอัธยาศัย ....ซึ่งพวกท่านก็ตั้งใจ พยายามบริจาคเงินส่วนตัวบ้าง ไปบอกบุญจากประเทศของตนเองบ้าง หรือตามสถานที่ต่าง ๆ ที่พวกท่านมาทำงานอยู่ในประเทศไทยบ้าง เรียกว่าพวกท่านนั้นมีจิตใจเป็นสาธารณะ เป็นบุญเป็นกุศล  จริง ๆ คืนนี้ คุณพงศ์เพชร์ แกอารธนานิมนต์มาให้พูดทักทายปราศรัยกับคณะของท่าน   แต่จริง ๆ แล้ววันนี้(31 ธันวาคม 2557) อาตมาต้องไปอยู่ศาลหลักเมือง  จังหวัดสุราษฎร์ธานี  อาตมาขอให้พวกท่านสร้างสมคุณงามความดีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างทานบารมี ศีลบารมี หรือเมตตาบารมี ก็ตาม อาตมาขอต้อนรับพวกท่านด้วยความยินดียิ่ง และวันพรุ่งนี้(1 มกราคม 2558) จะเป็นวันยกยอดฉัตรขึ้นสู่ยอดเจดีย์ หากจะมีอะไรให้ช่วยก็ไม่ขัดข้อง                สุดท้ายนี้อาตมาขออวยพรเนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของปี พ.ศ.2557 และวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันขึ้นปีใหม่ อาตมาขอให้สิ่งที่เป็นอัปมงคล ไม่ว่าจะเป็นทุกข์โศก โรคภัย ให้เราทิ้งมันไปในปีนี้ และคืนนี้เวลาเที่ยงคืน ณ ศาลาการเปรียญจะมีพระมาเจริญพระพุทธมนต์ ที่เรียกว่า เจริญพระพุทธมนต์ข้ามปี หากใครไปร่วมได้ก็ไป  และท้ายสุดอาตมาขออวยพรแก่ท่าน ขอให้อานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม และขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ ขอให้มีความสุข ความเจริญและขอให้สำเร็จสมปรารถนาทุกประการ เทอญ

ใจความสำคัญทั้งหมดนี้ ผู้เขียนเห็นว่า  หากมิได้เขียนบันทึกเก็บไว้  วันเวลาที่ผ่านพ้นไป  ถ้อยคำที่ท่านได้พูดไว้นี้จะเป็นตำนาน ที่สามารถใช้เตือนสติ เตือนใจ ให้กับอนุชนคนรุ่นต่อๆไป ได้เป็นอย่างดีนะครับว่า... การสร้างสมคุณงามความดีนั้น ตัวเราเองสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างทานบารมี ศีลบารมี หรือเมตตาบารมี ก็ตาม ทำไว้เถอะครับ และอานุภาพแห่งบุญนี้  จะเป็นอาภรณ์ห่อหุ้มกายของเรา ...ติดตามเราไป..ในทุกภพ..ทุกชาติ(ผู้เขียนรู้สึกและเชื่อมั่นเช่นนั้นจริงๆ)

หลังจากพระเดชพระคุณพระราชไพศาลมุนี ท่านให้โอวาทธรรม จบลง  เวลาที่เหลืออยู่ในค่ำคืนนั้น คือการแสดงธรรมจากพระภิกษุสงฆ์ จากพม่า และพิธีกรรมทางศาสนาในการสวด พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ไปจนกระทั่งถึงเช้าของวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกบุญ...ครั้งหนึ่งในชีวิต



ความเห็น (3)

-สาธุ...

เขียนเมื่อ 

ขออนุโมทนา  สาธุในผลบุญ จ้ะ

เขียนเมื่อ 

สาธุ ด้วยค่ะ ... บุญใหญ่นะคะ