นวดกดจุดลดความอยาก “บุหรี่” เคล็ดลับช่วยเลิกที่ รพ.สต.หินสี

           แม้จะทราบถึงพิษภัยของบุหรี่ แต่คนไทยกลับมีแนวโน้มสูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้น โดยแต่ละปีคนไทยเสียชีวิตจากบุหรี่ไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน ดังนั้นภาครัฐจึงต้องออกมาตรการต่างๆ เพื่อรณรงค์การไม่สูบบุหรี่  หนึ่งในนั้นคือ การขึ้นภาษีบุหรี่ และการทำงานเชิงรุกระดับพื้นที่

          จากความร่วมมือของกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ในการขับเคลื่อน “โครงการควบคุมยาสูบโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน” ซึ่งดำเนินการรณรงค์ให้ความรู้ เพื่อการลด ละ เลิก บุหรี่ ในพื้นที่ระดับชุมชนจนประสบความสำเร็จ และที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหินสี (รพ.สต.หินสี) ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เป็นอีกพื้นที่หนึ่งซึ่งเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ปี 2559 และยังดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในการส่งเสริมให้คนในชุมชนตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่

          “การชักชวนให้คนมาเลิกบุหรี่ในตอนแรก ทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะขอบเขตพื้นที่รับผิดชอบของเรากว้างมาก ซึ่งชาวบ้านมีหลายเชื้อชาติ ทั้ง  ไทย พม่า มอญ กะเหรี่ยง ลาว เขาสูบกันมาเป็น 10-20 ปี อยู่ดีๆ ไปบอกให้เขาเลิก ทำได้ยาก” สุณี  กาเหว่าลาย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหินสี เล่าถึงสภาพปัญหาก่อนการทำงาน

แม้การเริ่มต้นจะเป็นไปได้ยาก และขอบเขตงานจะมีมากมายเกินสรรพกำลังเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ที่มีรวมกันเพียง 3 คน การทำงานโครงการจึงต้องมีกำลังเสริม นั่นคือ อสม. ที่เข้ามาช่วยเหลือทำให้การขับเคลื่อนโครงการง่ายขึ้น

           จากการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลการสูบบุหรี่ของอสม.ในพื้นที่หมู่.4 และ หมู่.8 ซึ่งอยู่ในเขตความรับผิดชอบของ รพ.สต. พบว่า ในจำนวน 5 คน จะมีผู้สูบบุหรี่ 2 คน และส่วนใหญ่อยู่ในวัย 30 ปีขึ้นไป นิยมสูบยาเส้นมากกว่าบุหรี่มวนร้อยละ 80 ต่อร้อยละ 20 และส่วนใหญ่สูบมาไม่น้อยกว่า 10-20 ปี

          สุณี กล่าวด้วยว่า ชาวบ้านนิยมสูบยาเส้นเพราะต้องเข้าป่า เข้าไร่ ต้องสูบยาเส้นเพื่อให้ควันไล่แมลงต่างๆ เช่น ยุง ลิ้น ไร่ และยังเป็นกิจกรรมยางว่างของคนสมัยก่อน เหมือนการเคี้ยวหมาก หรือเมี่ยง เช่นกัน สูบบ่อยๆ ก็ติดโดยไม่รู้ตัว และไม่คิดว่าจะเป็นอันตราย ดังนั้นคนสมัยก่อนโดยเฉพาะผู้ชายจึงมีน้อยรายที่ไม่สูบบุหรี่

            “ดังนั้นเราจึงได้เริ่มคัดกรองจำนวนผู้สูบบุหรี่ และรับสมัครผู้ที่สนใจเลิกบุหรี่ให้มาเข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีจำนวน 120 คน คนกลุ่มนี้อยากเลิกอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีวิธีหรือแรงจูงใจที่มากพอในการเลิกบุหรี่ในทันที หลังจากนั้นจะเป็นการให้ความรู้เรื่องพิษภัยบุหรี่ และการปฏิบัติตน” ผอ.รพ.สต.หินสี กล่าว

          เมื่อมีผู้สมัครใจเข้าร่วมโครงการ ทางรพ.สต.หินสี จำได้นำ “การนวดเท้า” เพื่อให้อยากเลิกบุหรี่ มาเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ประสงค์จะเลิกบุหรี่ เลิกได้ง่ายขึ้น เพราะเครือข่ายงดสูบบุหรี่ ได้นำวิธีนี้ไปใช้และได้ผลจริงในหลายพื้นที่ ส่วนที่รพ.สต.หินสีมีผู้มานวดและเลิกบุหรี่ได้แล้วกว่า 40 คน

          น.ส.สุแคท  ซิดา อสม.บ้านหมูสี บอกว่า การนวดเท้าเพื่อให้อยากเลิกบุหรี่เป็นกิจกรรมหนึ่งของโครงการ ซึ่ง อสม.ทุกคนจะต้องเข้ารับการอบรมการนวด ซึ่งการนวดเท้านี้จะมีทั้งนวดลดเบาหวาน ความดัน และลดความอยากบุหรี่ได้ด้วย โดยการนวดแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ  3 นาที

สำหรับการนวดกดจุดสะท้อนเท้า อาศัยกระบวนการที่เรียกว่า การสะท้อนกลับของร่างกาย เพราะการะสะท้อนของเท้าจะสัมพันธ์กับทุกส่วนของร่างกายมนุษย์ ดังนั้นการนวดกดจุดที่เท้าจะกดไปที่ตำแหน่งจุดสะท้อนที่สะท้อนไปยังส่วนของสมองเป็นสำคัญ เพื่อกระตุ้นให้หลั่งสารเคมีออกมา เหมือนกลไกการทำงานของนิโคติน รวมถึงสะท้อนไปยังอวัยวะต่าง ๆ เช่น จมูก ลำคอ ท่อหายใจ ปอด เพื่อปรับการทำงานของร่างกาย ทำให้มีส่วนช่วยในการที่จะอยากสูบบุหรี่ลดน้อยลง  

“อสม.จะลงพื้นที่ไปทำการนวดให้ที่บ้านกลุ่มเป้าหมายเป็นระยะเวลา 10 ครั้ง ขณะเดียวกันได้สอนวิธีนวดกดจุดให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อไปนวดด้วยตัวเองได้ที่บ้านยามว่างอีกด้วย หรือสะดวกจะเดินทางมาที่ รพ.สต. เราก็ให้บริการนวดทุกวันได้เช่นกัน” น.ส.สุแคท กล่าว

          ขณะที่ ชุก ชนมาก วัย 64 ปี ซึ่งสูบยาเส้นมากว่าค่อนชีต ภายหลังจากเข้าร่วมโครงการแล้ว เขาบอกว่าเลิกบุหรี่ได้อย่างเด็ดขาด ทำให้มีสุขภาพดี ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสกว่าแต่ก่อน

          ลุงชุก เล่าว่า สูบยาเส้นมาตั้งแต่อายุ 22 ปี ตอนนั้นบวชเป็นพระ เห็นพระรูปอื่นสูบ ก็สูบบ้าง จนติด จากนั้นก็สูบยาเส้นเรื่อยมาไม่น้อยกว่าวันละ 20 มวน พออายุมากเข้าๆ เวลาทำงานนิดๆ หน่อยๆ ก็รู้สึกหอบ เหนื่อยเร็ว ต้องพักบ่อย สุขภาพก็ไม่ค่อยดีมากนัก

           “เมื่อ อสม.มาชักชวน จึงได้เข้าร่วมโครงการ เพราะเราก็อยากจะเลิกอยู่แล้ว จึงไปเข้ารับการนวดกดจุดที่ รพ.สต. และให้ อสม.มานวดที่บ้านด้วย ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำ ทำให้ตอนนี้เลิกสูบบุหรี่ได้แล้ว  สุขภาพก็ดีขึ้น และที่สำคัญยังเป็นการประหยัดเงินค่ายาเส้นด้วย”     ลุงชุก บอก

          เป้าหมายต่อไปของ รพ.สต.หินสี คือ การนำเอาผู้ที่เลิกบุหรี่มาเป็นบุคคลต้นแบบ และฝึกอบรมการนวดกดจุดให้กับ อสม.ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ ขยายผลโครงการให้ครอบคลุมทั้งตำบล เพื่อให้ตำบลยางหักเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ต่อไปในอนาคต

หากไม่มีการทำงานเชิงรุกในระดับพื้นที่แล้วมาตรการรณรงค์การเลิกสูบบุหรี่ที่ออกมาต่างๆ ก็คงไม่มีทางบรรลุผล และทุกวันที่   31 พ.ค.ของทุกปีซึ่งเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก ก็คงเป็นได้เพียงแค่สัญลักษณ์เท่านั้น