1. ปัญญาเป็นสิ่งสร้างสรรค์ขึ้นในตัวผู้เรียนเอง

               2. ผู้สอนทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตร ช่วยชี้นำทางการเรียน

               3. วิธีสอนอุบายและกลวิธีต่างๆ เป็นสื่อหรือเป็นเครื่องมือผ่อนแรงการเรียนการสอน

               4. อิสรภาพในทางความคิด เป็นอุปกรณ์สำคัญในการสร้างปัญญา

ข้อความข้างต้น แสดงถึงหลักการเรียนการสอนที่สะท้อนบทบาทของครูยุคปฏิรูปการเรียนรู้  คล้ายคลึงกันมากกับที่เสนอไว้ในตอนที่แล้วจากคำกล่าวเปิดงาน Qudwa 2017 Global Teacher's Forum โดย Sheik Abdullah Zayed เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2560 

ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคือ ข้อความข้างต้นแสดงไว้เมื่อ 47 ปีมาแล้ว !  เป็นส่วนหนึ่งของข้อสรุปในคำบรรยายของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ตั้งแต่เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระศรีวิสุทธิโมลี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2513 ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ที่มาของข้อสรุปข้างต้นซึ่งท่านกล่าวว่า

      

"......พุทธธรรมทั้งหมดเป็นเรื่องของระบบการศึกษาระบบหนึ่งนั่นเอง....." 

โดยท่านขยายความไว้ว่า

".....ตามหลักพุทธศาสนาถือว่า ในการดำรงชีวิตของมนุษย์นั้น ความขัดแย้งแปรปรวน ความเดือดร้อนลำบาก ความเจ็บปวดสูญเสีย ความพลัดพรากและปัญหาชีวิตต่างๆ ซึ่งทางพุทธศาสนารวมเรียกว่าทุกข์นั้น เป็นสิ่งที่มีอยู่ มนุษย์จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องและได้ประสบแน่นอน....มนุษย์จะต้องยอมรับความจริงอันนี้.....ชีวิตที่เป็นอยู่อย่างดีและมีความสุขที่สุดคือ ชีวิตที่กล้ารับรู้ต่อปัญหาทุกอย่าง ....ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่พระพุทธศาสนาสอนเป็นข้อแรกคือ ความทุกข์....และระบบการศึกษาก็คือ การช่วยให้แก้ปัญหาของตนได้......

ความทุกข์ ความเดือดร้อนและปัญหาชีวิตนานาประการของมนุษย์นั้นเกิดจากตัณหา คือ ความอยาก ความต้องการ ความเห็นแก่ตัว จึงทำให้มนุษย์มีทัศนคติต่อสิ่งต่างๆคาดเคลื่อนจากที่มันเป็นจริง....ด้วยอำนาจความอยากความยึดถือของตน คือ ไม่จัดการตามที่มันควรจะเป็นโดยเหตุผลแท้ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ย่อมเป็นการสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นเกิดความขัดข้องชัดแย้งและความทุกข์ ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น.....

ตัณหานั้นเกิดจากความไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่มองเห็นสิ่งทั้งหลายตามที่มันเป็น มีทัศนคติต่อสิ่งทั้งหลายอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งเรียกว่า อวิชชา ....การจะแก้ปัญหาหรือแก้ความทุกข์ จึงต้องกำจัดอวิชชา สร้างวิชชาให้เกิดขึ้น

โดยนัยนี้ ภารกิจของการศึกษาก็คือ การฝึกอบรมบุคคลให้พัฒนาปัญญา ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในข้อเท็จจริงและสภาวะของสิ่งทั้งหลาย มีทัศนคติต่อสิ่งทั้งหลายอย่างถูกต้อง ปฏิบัติและจัดการกับสิ่งทั้งหลายตามที่ควรจะเป็น เพื่อให้เกิดเป็นประโยชน์ตน คือความมีชีวิตอยู่อย่างสำเร็จผลดีที่สุด มีจิตใจเป็นอิสระ มีสุขภาพจิตสมบูรณ์ และประโยชน์ผู้อื่น  คือสามารถช่วยสร้างสรรค์ประโยชน์สุขแก่ชนทั้งหลายที่อยู่ร่วมกันเป็นสังคมได้

จากข้อความที่กล่าวมา มีข้อที่ควรกำหนดคือ

  1. ภารกิจสำคัญของการศึกษาได้แก่ การช่วยให้บุคคลเกิดทัศนคติที่ถูกต้องคือ รู้จักมองสิ่งทั้งหลายตามที่มันเป็น และสามารถจัดการกับสิ่งเหล่านั้นตามที่ควรจะเป็น...
  2. ทัศนคติและความสามารถจัดการดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นได้ด้วยการพัฒนาปัญญา และปัญญาเป็นความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นในตัวบุคคลนั้นเองเท่านั้น ผู้อื่นจะนำมายัดเยียดให้หรือบังคับให้รับเข้าไว้ไม่ได้
  3. ในเมื่อปัญญาต้องเกิดจากความรู้ความเข้าใจที่พัฒนาขึ้นในตัวบุคคลเอง ภารกิจของผู้สอนและผู้ให้การศึกษาทั้งหลาย จึงเป็นเพียงผู้ชี้นำทางหรืออำนวยโอกาส ช่วยให้ผู้เรียนหรือผู้รับการศึกษาอบรม ดำเนินเข้าสู่ปัญญา สิ่งที่ดีที่สุดที่ผู้สอนที่ดีจะทำได้ก็คือ ตั้งใจช่วยเหลือ พยายาม สรรหาอุบาย กลวิธี และอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะมาช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงปัญญาอย่างได้ผลดีที่สุด อย่างที่สำนวนบาลีเรียกว่าเป็น กัลยาณมิตร
  4. โดยเหตุผลเดียวกัน ในระบบการศึกษาเช่นนี้ ผู้เรียนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในฐานะเป็นผู้สร้างปัญญาให้เกิดแก่ตน จึงต้องเป็นผู้มีส่วนร่วม และเป็นผู้ได้ลงมือกระทำให้มากที่สุด เท่าที่จะช่วยให้ตัวเขาเกิดปัญญานั้นขึ้นได้ และโดยนัยนี้ ความสามารถ ความถนัด อุปนิสัยเป็นต่างๆของผู้เรียน เป็นสิ่งที่ผู้สอนต้องคำนึงถึงสำคัญ เพื่อจัดสภาพการเรียนและกลวิธีสอนต่างๆ เป็นต้น ให้ผู้เรียนเรียนอย่างได้ผลดีที่สุด
  5. ในเมื่อปัญญาเป็นของยัดเยียดบังคับให้รับเอาไม่ได้ การเรียนการสอนจึงต้องใช้วิธีการแห่งปัญญา คือ ผู้เรียนต้องเป็นอิสระในการใช้ความคิด และในการที่จะซักถามโต้ตอบสืบเสาะค้นหาความจริงต่างๆ ให้ได้รับคววามรู้ความเข้าใจขึ้นในตน ในระบบการศึกษาแบบนี้จึงมีการปฏิบัติอย่างกาลามสูตร ไม่มีการบังคับให้เชื่อ ความเชื่อหรือศรัทธาในระบบการศึกษานี้ หมายเพียงความเชื่อมั่นในหลักการ วิธีการและสมมุติฐานต่างๆที่ตนได้ตั้งขึ้น โดยมีเหตุผลเป็นฐานรองรับอย่างเพียงพอแล้วว่า จะทำให้ดำเนินไปสู่จุดหมายได้อย่างแท้จริง และจะพิสูจน์ได้ต่อไปตามลำดับในระหว่างดำเนินไปสู่เป้าหมายนั้น "

สรุปเป็นสี่ข้อข้างต้น และตามด้วย ฯลฯ

ท่านที่สนใจโปรดศึกษาจาก หนังสือพุทธวิธีในการสอน (102 หน้า) โดยดาวน์โหลดได้จาก https://www.scribd.com/document/359221041/Buddha-s-Teaching-Method

อำนาจ ศรีรัตนบัลล์

29 ตุลาคม 2560