
เมื่อวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2549 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสทำบุญครั้งหนึ่งร่วมกับเพื่อนเก่าชาวจุฬา...เรานัดกันไปดูคอนเสิร์ต ไทยธนาคาร...ภูมิใจไทย ครั้งที่ 6 ที่สนใจเพราะมี 4 ประการคือ
- ได้ทำบุญโดยรายได้ทั้งหมดทูลเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อสมทบกองทุน กว. และอีก ๒ องค์กรการกุศล คือ มูลนิธิป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
- ได้ไปฟังเพลงรุ่นเก่าโดยครูเพลงชั้นนำ หลายๆ ท่านที่สมัยก่อนรุ่นพ่อ รุ่นแม่เปิดให้ฟัง เช่น ชินกร ไกรลาศ, ชรินทร์ นันทนาคร, วินัย พันธุรักษ์, วิชัย ปุญยะยันต์ และวิรัช อยู่ถาวร
- อยากเห็นความแปลกใหม่ของเพลงและอยากไปฟังบรรเลงของวงBangkok Symphony Orchestra (BSO) …..ซึ่งเป็นวงของคนไทย....
- ได้เจอเพื่อนเก่าที่ไม่ค่อยเจอกันเท่าไหร่ 3-4 เดือน เจอกันที
เมื่อครบข้อดีทั้ง 4 ประการจึงตัดสินใจไปดูคอนเสริต์นี้.....จ๊ะจ๋าจึงเริ่มออกเดินทางไปดูคอนเสิร์ตด้วยการเดินทางที่แสนจะสบายคือนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย..เดินด้วยเท้าซัก 5 นาทีก็ถึงจุดหมาย..ตรงตามเวลาแป๊ะ ...หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ...ได้เจอผองเพื่อนตามที่นัดไว้...และได้เวลาเปิดให้เข้าหอประชุมในเวลา 13.30 น. เริ่มแสดง 14.00 น.
เมื่อเข้างานต้องลงทะเบียนเพื่อรับสูจิบัตรเล่มใหญ่ให้เราอ่าน....ต้องอุทานว่า..โอ้คุ้มค่าจริงๆ ที่ตัดสินใจมางานนี้..เพราะได้เห็นความปราณีตของการทำงาน เห็นรายละเอียดของเนื้อหาในสูจิบัตรซึ่งมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ก็รู้สึกว่า การเตรียมงานมีความปราณีตมาก....ในสูจิบัตรมีรายละเอียดของกำหนดการ เนื้อเพลงต่างๆ ที่จะถูกขับร้องในเวทีนี้ได้ถูกบรรจุไว้ในสูจิบัตร...ประวัติของเพลง.....มีรายชื่อศิลปิน...แม้กระทั่งประวัติของศิลปิน...(ทุกคนต้องคิดว่าค่าบัตรแพงมาก...ไม่หรอกคะ..จ๊ะจ๋าเสียค่าบัตรเข้าชมเพียงแค่ 300 บาท...แต่จริงแล้วราคาบัตรมีหลายราคาตั้งแต่ 300 500 1000 1500 บาท ไล่ระดับชั้นคะ... ชั้น 3 ชั้น 2 ชั้น 1 (1000 และ 1500) ..เรียกได้ว่า อยากติดขอบเวทีก็เสียค่าบัตรแพงหน่อย... แต่สำหรับจ๋าไม่ยึดติดมาก แค่ได้เสพบรรยากาศก็เพียงพอแล้ว

เมื่อจับจองหาที่นั่งตามหมายเลขของบัตร...ซึ่งจ๊ะจ๋าอยู่ชั้น 3 ของหอประชุมก็ได้เห็นว่า กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าชมมีหลากหลายวัยมาก ตั้งแต่ เด็ก...วัยรุ่นจนถึงวัยคุณลุง คุณป้า คุณน้า คุณอา....
การแสดงเริ่มได้ตรงเวลามาก เมื่อถึงเวลา 14.00 น. ปุ๊บ เริ่มการแสดงปั๊บ ซึ่งการแสดงนี้มี 4 องค์ แต่ละองค์ใช้ระยะเวลา 1 ชม. มีพัก 10 นาทีหลังจากเล่นไปแล้ว 2 องค์ เท่ากับว่าระยะเวลาทั้งหมดของการแสดงคอนเสิร์ตนี้มี 4 ชั่วโมง เต็มอิ่มกันไปเลย
4 องค์ที่ว่าคือ
องก์ที่ 1 ขับคีตกาล ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของดนตรีไทย ที่จะพาให้คุณดื่มด่ำ ประทับใจไปกับความงามทางดนตรี ในบทเพลงไทยเดิมตามแบบฉบับของการบรรเลงโดยวง ดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ (BSO) ที่หาฟังไม่ได้จากที่อื่นๆ เช่น
• ลาวเสี่ยงเทียน บรรเลงโดยวง BSO
• นกเขาขะแมร์ บรรเลงโดยวงBSO
• เพลงเมดเลย์ 12 ภาษา บรรเลงโดยวงBSO
• เพลงอธิษฐาน บรรเลงโดยวง BSO และคณะนักร้องประสานเสียงวิทยาลัยนาฏศิลป์
• เพลงเมดเลย์รำวง บรรเลงโดยวงBSO และคณะนักร้องประสานเสียงวิทยาลัยนาฏศิลป์
องก์ที่ 2 นิราศสยามศิลปิน ความทรงจำแห่งศิลปินคุณภาพ ที่มีมาตั้งแต่อดีตและยังคงคุณภาพจนถึงปัจจุบัน หลากหลายบทเพลงที่จะทำให้หวนรำลึกถึงอดีต เช่น
• ยอยศพระลอ ขับร้องโดย ชินกร ไกรลาศ
• อิฐเก่าเล่าตำนาน ขับร้องโดย ชินกร ไกรลาศ
• น้ำตาแสงไต้ ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร
• หยาดเพชร ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร
• ผู้ชนะสิบทิศ ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร
• สายชล ขับร้องโดย จันทนีย์ อูนากูล
• ลองรัก ขับร้องโดย จันทนีย์ อูนากูล
• สิ้นกลิ่นดิน ขับร้องโดย วินัย พันธุรักษ์
• ความรักเพรียกหา ขับร้องโดย วินัย พันธุรักษ์
• รอยเท้าบนผืนทราย ขับร้องโดย วิชัย ปุญยะยันต์
• จงรัก-วันนี้ ขับร้องโดย วิชัย ปุญยะยันต์
• แต่ปางก่อน ขับร้องโดย วิรัช อยู่ถาวร และ จันทนีย์ อูนากูล
• เหมันต์ที่ผ่านพ้นไป ขับร้องโดย วินัย พันธุรักษ์, วิชัย ปุญยะยันต์ และวิรัช อยู่ถาวร
องก์ที่ 3 เอื้อนจินตนาการ สายเสียงของเพลงในสมัยปัจจุบัน ที่ยังคงมีกลิ่นอายของความเป็นไทยให้ได้ชื่นชม ผ่านศิลปินมากความสามารถทั้งในรุ่นกลาง และดาวจรัสแสงรุ่นใหม่ ที่ยังคงสืบทอดความเป็นศิลปินคุณภาพเต็มเปี่ยม เช่น
• คิดถึง ขับร้องโดย หรั่ง - ร็อคเคสตร้า
• แค่หลับตา ขับร้องโดย อุ๊ – หฤทัย ม่วงบุญศรี
• อย่ามองฉันเป็นคนอื่น ขับร้องโดย อุ๊ – หฤทัย ม่วงบุญศรี
• ช่างไม่รู้เลย ขับร้องโดย เบน – ชลาทิศ
• ฤดูที่แตกต่าง ขับร้องโดย เบน – ชลาทิศ
• รักเธอเสมอ ขับร้องโดย เบน – ชลาทิศ และ อุ๊- หฤทัย
• บัลลังก์เมฆ ขับร้องโดย ธีรนัยน์ ณ หนองคาย
• เป็นเกียรติเกินพอ ขับร้องโดย ธีรนัยน์ ณ หนองคาย
• คนที่ไม่เข้าตา ขับร้องโดย ป๊อป Calaries Blah Blah
• ทางเดินแห่งรัก ขับร้องโดย ป๊อป Calaries Blah Blah
• ตะวันยังมีให้เห็น ขับร้องโดย อ๊อฟ – ปองศักดิ์
• คำถามที่ต้องตอบ ขับร้องโดย อ๊อฟ – ปองศักดิ์
• ก้อนหินก้อนนั้น ขับร้องโดย โรส – ศิรินทิพย์
• เกิดมาแค่รักกัน ขับร้องโดย โรส – ศิรินทิพย์
• หากันจนเจอ ขับร้องโดย โรส – ศิรินทิพย์ และ อ๊อฟ – ปองศักดิ์
องก์ที่ 4 บทเพลงแห่งแผ่นดิน ภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยบนแผ่นดินไทย ตอกย้ำความภาคภูมิใจและสำนึกในบุญคุญแห่งแผ่นดินนี้ โดยนักเปียโนมือหนึ่งของไทย อาจารย์ ณัฐ ยนตรรักษ์ เจ้าของรางวัลศิลปาธร สาขาคีตศิลป์ ปี 2549 ซึ่งจะมาโชว์การเดี่ยวเปียโน รวมถึงการขับร้องของนักร้องกิตติมศักดิ์ พ-วงเดือน ยนตรรักษ์
• รักเธอประเทศไทย ขับร้องโดย หรั่ง - ร็อคเคสตร้า
• แผ่นดินของเรา ณัฐ ยนตรรักษ์ เดี่ยวเปียโน และขับร้องโดย พ-วงเดือน ยนตรรักษ์
• ความฝันอันสูงสุด ณัฐ ยนตรรักษ์ เดี่ยวเปียโน และขับร้องโดย พ-วงเดือน ยนตรรักษ์
สิ่งที่ประทับใจคือ
- การแสดงแต่ละองค์มีความโด่ดเด่นและเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัว
- องค์สุดท้ายมีการขอให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมด้วยการชวนให้ร่วมร้องเพลง ความฝันอันสูงสุด ทำให้ทุกคนรู้สึกร่วมเป็นหนึ่งเดียวในการร้องเพลง..แสดงให้เห็นถึงการรู้รักสามัคคี.....
- ทุกคนรู้สึกประทับใจและเมื่อการแสดงเสร็จสิ้นทุกคนอยากให้จัดการแสดงเช่นนี้อีกเรื่อยๆ ไปในทุกๆ ปี
- ได้เห็นเครื่องดนตรีทุกชิ้นที่ประกอบขึ้นเป็น Symphony Orchestra และยิ่งไปกว่านั้นคือ ได้เห็นความสามารถของคนไทยที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าชาติอื่นเลย...เป็นการเล่นดนตรีของคนไทยเกือบทั้งวง (มีชาติอื่นปนเล็กน้อย)
- ได้ฟังเพลงจากคนที่เป็นต้นฉบับ....บอกได้คำเดียวว่า เยี่ยม!!!
- เป็นคนหนึ่งที่ภูมิใจว่าที่ไหนก็ไม่เหมือนบ้านเรา...เมืองไทยของเรา...เรารักประเทศไทย รักในหลวงมากๆ
- เป็นไปตามความคาดหวังและเกินความคาดหวังมากๆ คือ การสุขใจที่เห็นทุกคนร่วมร้องเพลงกันอย่างไม่เคอะเขิน..และเปล่งเสียงกันดังลั่นหอประชุม
ขอบอกคำเดียวว่า งานนี้คุ้มจริงๆ และยิ่งทำให้จ๊ะจ๋ารู้สึกว่าเพลงสมัยก่อนมีความนุ่มนวลมากกว่าเพลงสมัยนี้เสียจริงๆ ....