ถวายวัดอินทวิชัยหมดเลย วัดนี้มีพระจำพรรษาอยู่เพียงรูปเดียว วันนี้ท่านมากับญาติโยม..๒ – ๓ คน ช่วยกันยกของขึ้นรถด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทางวัดรับมอบเงินที่เพื่อนผมเป็นเจ้าภาพ และก็มีญาติพี่น้องและเพื่อนสนิทมิตรสหายมากมายหลายคณะร่วมด้วยช่วยกันมา

วันที่สอง..ของการเดินทางที่เพื่อนผมไปแอ่วเหนือ..และถือโอกาสทำบุญทอดกฐิน ครั้งสำคัญของชีวิต เพราะวันทอดวันนี้..ตรงกับวันเกิดของเธอพอดี ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๐..เธอและคณะเดินทางไปถึงวัดแต่เช้า เพื่อจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้พร้อม..

จริงๆแล้ว..ก็พร้อมตั้งแต่ตอนค่ำที่เดินทางมาถึงวัดแล้วล่ะ ผมยังจำได้ที่จังหวัดน่าน..ปีก่อนที่ผมมีโอกาสเห็นบรรยากาศของกฐิน”เอื้ออาทร”ครั้งแรก พอไปถึงก็จัดโต๊ะก่อน จัดวางเครื่องอัฐบริขารประกอบด้วยพานแว่นฟ้าและตาลปัตร ต้องกางร่มใหญ่ๆที่เขาใช้แห่นาค มุมนี้ผมมองว่า เหมือนการปักกลดของพระธุดงค์..เพื่อเข้านั่งประจำที่..ให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย..

ผมนึกภาพออกเลย..ว่าวันนี้เพื่อนผมต้องทราบแล้วว่า อยู่โต๊ะหมายเลขใด ได้วัดใดที่จะเป็นผู้มารับมอบกองกฐิน จากทั้งหมดเกือบ ๓๐๐ กอง เพื่อนผมอยู่กองที่ ๑๙๖ ชื่อวัดอินทวิชัย อยู่ที่ ต.แม่ก้า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่..

เช้านี้..พอไปถึงโต๊ะที่ตั้งกองกฐิน..จัดความเรียบร้อยอีกครั้ง..เพื่อนบอกว่า..งานนี้ขาดคนช่วยดูจะยุ่งๆบ้างนิดหน่อย แต่ด้วยมีประสบการณ์..ก็เลยหน้าชื่นตาบาน เมื่อเห็นผู้คนเข้ามาทำบุญที่โต๊ะกันอย่างมากมาย..

ประมาณสักเก้าโมง..ญาติโยมก็ทยอยกันมา เดินเรียงกันไปเป็นแถวยาวคดเคี้ยวเหมือนเขาวงกต..เพื่อนผมต้องคอยรับแบ๊งร้อยแบ๊งยี่สิบที่คนทำบุญมาขอแลกเป็นเหรียญต่างๆ เพื่อนำเหรียญไปทำบุญใส่ลงในบาตร ทุกโต๊ะจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน ซึ่งเพื่อนผมเอง ก็ต้องหาโอกาสเดินไปทำบุญใส่บาตรที่โต๊ะอื่นๆด้วย..

ขณะที่มีคนเดินมาทำบุญที่โต๊ะหมายเลข ๑๙๖ เพื่อนผมก็ต้องบริหารเวลา ด้วยการนับยอดเงินไปพลางๆ เพราะถ้าช้าจะไม่ทันการ ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ก็ได้เวลานำผ้าพระกฐินไปเวียนรอบพระอุโบสถ..ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของงานบุญวันนี้ และถือเป็นของขวัญล้ำค่าอย่างยิ่ง.ในวันเกิดของเพื่อนผม..ก็เป็นอันเสร็จพิธี ครึ่งวันพอดี

เกือบลืม..สรุปยอดปัจจัยไทยทานกันหน่อยว่าได้เท่าไหร่ ถวายวัดอินทวิชัยหมดเลย วัดนี้มีพระจำพรรษาอยู่ ๔ - ๕ รูป วันนี้มาเพียงรูปเดียว ท่านมากับญาติโยม..๒ – ๓ คน ช่วยกันยกของขึ้นรถด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทางวัดรับมอบเงินที่เพื่อนผมเป็นเจ้าภาพ และก็มีญาติพี่น้องและเพื่อนสนิทมิตรสหายมากมายหลายคณะร่วมด้วยช่วยกันมา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๓๓,๔๐๐ บาท....

ทานมื้อเที่ยงอิ่มหนำสำราญกันเป็นที่เรียบร้อย..ก็ได้เวลาท่องเทียว ตะลอนทัวร์กันอย่างเป็นทางการเสียที เริ่มกันที่วัดอุโมงค์กันก่อนเลย..ก่อนอื่นขอแนะนำวัดอุโมงค์พอเป็นสังเขป..ดังนี้

วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองเชียงใหม่ และตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

ประมาณปี พ.ศ. 1839 พระยามังรายทรงสร้างอาณาจักรล้านนาร่วมกับพระสหาย คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช กษัตริย์ปกครองสุโขทัย และพระเจ้างำเมือง กษัตริย์ปกครองพะเยา มาสร้างเมืองเวียงเหล็ก (บริเวณวัดเชียงมั่นในปัจจุบัน) และตั้งชื่อเมืองว่า “นพบุรี ศรีนครพิงค์” ท่านมีความใฝ่ในศาสนาพุทธ จึงทรงทำนุบำรุง ส่งเสริมศาสนาให้รุ่งเรืองในล้านนา...     

ในขณะนั้น ทางฝ่ายพระเจ้ารามคำแหงมหาราชได้ส่งคนนิมนต์พระสงฆ์จากลังกามาอาศัยอยู่ใน จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อที่พระสงฆ์ได้เผยแพร่พระพุทธศาสนาในสุโขทัย เมื่อพระยามังรายทราบข่าวดังกล่าว จึงส่งคนไปนิมนต์พระลังกาจากพระเจ้ารามคำแหง 5 รูป โดยมีพระกัสสปะเถระเป็นหัวหน้าคณะสงฆ์นี้ โดยจำพรรษาที่วัดการโถม ต่อมาพระยามังรายสร้างวัดเวฬุกัฏฐาราม (ปัจจุบัน คือ วัดอุโมงค์) เมื่อสร้างเสร็จจึงอาราธนาพระมหากัสสปะเถระจำพรรษาที่วัดแห่งนี้...

ทุกวันนี้นอกจากที่นี่จะเป็นสถานปฏิบัติธรรมของผู้ที่สนใจทั่วไปแล้ว ยังถือเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของใครอีกหลายๆ คนที่ชื่นชอบบรรยากาศสงบร่มเย็น เพราะตั้งแต่เมื่อก้าวเข้ามายังเขตรั้วของวัด บรรดาต้นไม้น้อยใหญ่ต่างก็ทำหน้าที่ให้ร่มเงากับผู้มาเยือนอย่างเป็นมิตร...    

กระทั่งเมื่อเดินเข้ามาข้างในก็จะพบกับหอสมุดธรรมโฆษณ์ ซึ่งด้านในอัดแน่นไปด้วยหนังสือมากสาระ ถัดไปจากจุดนี้ไม่ไกลก็จะพบกับ เสาหินขนาดใหญ่อยู่หน้าอนุสาวรีย์ของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ เรียกว่า เสาอโศก ซึ่งสร้างจำลองขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์อันแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของพระพุทธ ศาสนาในครั้งอดีต รวมถึงยังเป็นการรำลึกถึงพระเจ้าอโศกมหาราชผู้ทรงเผยแผ่ศาสนาพุทธที่ยิ่ง ใหญ่ของโลก และบริเวณเดียวกันนั้นยังสามารถพบร่องรอยของพระพุทธรูปโบราณเก่าแก่จำนวนมาก ที่แม้บางส่วนจะอยู่ในสภาพชำรุดผุพัง และถูกมอสส์สีเขียวเกาะจนแทบจะมองไม่เห็นเนื้อเดิมขององค์พระ แต่กลับให้ความงดงามไปอีกรูปแบบหนึ่ง

ช่วงบ่าย..ของวันทอด กฐินเอื้ออาทร เพื่อนผมกับคณะทัวร์สายบุญ ลัลล้ากันแบบเรียบร้อยๆ เพราะอยู่ในวัด แต่พรุ่งนี้สิ..มีโปรแกรมหนักหน่วง ทานข้าวแล้วต้องพักนอนแต่หัวค่ำ เพราะวันรุ่งขึ้นต้องไปแข่งรถที่ “ม่อนแจ่ม” กับฟอร์มูล่าม้ง..ต้องติดตามกันหน่อยนะครับ..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๐