[13]
"ต้นเล็กค้ำจุนต้นใหญ่"
เมื่อหลายปีก่อนเคยครุ่นคิดเรื่องการปลูกป่าและมุ่งไปปลูกต้นไม้ใหญ่ ในตอนนั้นได้ข้อคิดจากองค์หลวงปู่ และพ่อครูบาสุทธินันท์ ต้นไม้เล็กช่วยเกื้อกูลต้นไม้ใหญ่ ค้ำจุนให้ต้นไม้ใหญ่อยู่ได้
จากนั้นก็เริ่มปลูกต้นไม้เล็กๆ แซมลงไปบนพื้นที่ว่าง
เวลาผ่านไปต้นไม้ใหญ่ชุ่มชื่นขึ้น จอมปลวกที่คอยเกาะลำต้นหายไป (หายไปตอนไหนมิได้ทันสังเกต) แต่ตอนนี้พื้นที่แห้งแล้งดังกล่าวชุ่มชื่นมากๆ รวมทั้งต้นไม้ใหญ่ที่มียอดอ่อนแตกออกโดยมิได้ขาด
เช้าวันนี้ขณะที่เดินอยู่ท่ามกลางแมกไม้บนพื้นที่ดังกล่าว ได้พิจารณาเรื่องราวนี้ และนึกไปถึงในองค์กร จากที่เคยเขียนเรื่องการมีส่วนร่วม (https://www.facebook.com/nipaporn.lakornwong/posts/1446134958767798) ทุกคนต่างเป็นต้นไม้ต้นเดียวกัน หรือในขณะเดียวกัน ก็อาจจะเป็นต้นไม้ต่างต้นแต่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน
ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติ "ต้นใหญ่ก็ไม่ทะนงตน" ต้นเล็กก็นอบน้อม ร่วมกันทำให้เกิดความร่มเย็นในพื้นที่ที่ดำรงอยู่ เหมือนคนในองค์กรต่างมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน คนหนึ่งทำหน้าที่เป็นผู้บริหาร คนหนึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติ ต่างให้ทำหน้าที่ที่ตนพึงทำอย่างจริงใจและเต็มใจ และคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เมื่อไรก็ตามความขัดแย้งเกิดขึ้น ความดูหมิ่นเกิดขึ้น หรือการไม่เคารพซึ่งกันและกันเกิดขึ้น ความรุ่มร้อนก็จะเกิดขึ้นในองค์กรนั้น หาความสุขไม่ได้
การยึดมั่นในความคิดของตนมาปฏิสัมพันธ์กัน ความไม่เข้าใจกันมีโอกาสเกิดขึ้นได้สูง การฝึกฝนการฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) ที่มีเรื่องของการใคร่ครวญแทรกเนียนไปในการฟังนั้น จะช่วยทำให้จิตใจเราร่มเย็นขึ้น การสนทนาด้วยวาจาที่นอบน้อมทำให้เราเต็มเปี่ยมไปด้วยสติ หรือบางบุคคลไม่อาจสามารถทำได้ แต่การฝึกฟังจะทำให้เรามองเห็นความทุกข์และความเจ็บปวดที่ผ่านวาจานั้นออกมา สิ่งที่เราพึงปฏิบัติต่อเขาคือ ความเข้าใจและฝึกหัวใจแห่งความกรุณาของเรา
การก้าวผ่านอารมณ์และความคิดด้านลบและสื่อสารออกมาเป็นพลังบวกได้นั้น สะท้อนถึงการแปรเปลี่ยนที่เกิดขึ้นภายในจิตใจเรา (Transformation) การนิ่งอยู่จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย ถ้าเราไม่ลงมือฝึกฝนผ่านสถานการณ์จริงเมื่อเรากำลังมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลต่างๆ ถ้าบุคคลในองค์กรได้เกิดการตระหนักรู้เช่นนี้ องค์กรนั้นจะเต็มไปด้วยความตื่นรู้และเบิกบานที่ผ่านการเรียนรู้ในทุกๆ ขณะจิต
#KMtoTransformativeLO
01-09-60
I am reminded of recent popular sayings about 'รากแก้วอยู่ได้เพราะรากฝอย' and 'หากินกับรากหญ้า'. The meanings of these are not the same as in your story here though ;-)