ในช่วงวันที่ 6 - 8 พฤศจิกายน 2549 ข้าพเจ้าและคณะกรรมการชดที่ 2 ได้แก่ นางมุยณา ช่างภิญโญ นางสาวนุตอนงค์ ทัดบัวขำ ได้ออกนิเทศเยี่ยมโรงเรียนก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 และเยี่ยมโรงเรียนที่มีผลกระทบจากสภาวะน้ำท่วม จากสภาพทั่วไปของโรงเรียน จำนวน 11 โรงเรียน ปรากฎว่า ด้านอาคารสถานที่เกี่ยวกับนักเรียนมีความเพียงพอกับจำนวนนักเรียน การจัดบรรยากาศของห้องเรียน สภาพของโรงอาหาร ห้องน้ำ ห้องส้วม สนามเด็กเล่น แหล่งเรียนรู้ทั้งภายใน - ภายนอก และสภาพแวดล้อมทั่วๆไป ทุกโรงเรียนอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงดีมาก เว้นโรงเรียนวัดสุนทรธรรมิการามที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังซึ่งมีระดับน้ำสูงจากพื้นห้องประมาณ 50 เซนติเมตรแต่โรงเรียนสามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ตามปกติ โดยผู้บริหารได้ดำเนินการให้จัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ ได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนบนชั้นสองของอาคารเรียนและนักเรียนในชั้นอนุบาลย้ายไปเรียนที่ที่อาคารอเนกประสงค์ของเทศบาลเมืองปลายบาง พร้อมทั้งเป็นที่รับประทานอาหารของนักเรียนทั้งโรงเรียน ส่วนโรงเรียนวัดชลอก็ประสบปัญหาน้ำท่วมเช่นเดียวกันแต่เป็นลักษณะไม่ท่วมขัง คือจะท่วมในช่วงบ่ายและจะลดลงในช่วงตอนเย็น มีปริมาณนำท่วมสูงจากพื้นสนามประมาณ 30 เซนติเมตร โรงเรียนสามารถเปิดทำการสอนได้ตามปกติเช่นกัน นอกจากนี้ได้พูดคุยกับทีมบริหารโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์เทคโนธุรกิจ ได้บรรยายถึงสภาพโดยทั่วไปเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนโดยเปิดสอนสองระดับ คือ ระดับ ปวช.และระดับ ปวส. และในปีการศึกษา 2550 จะเปิดสอนในระดับ ปริญญาตรี ในสาขาค้าปลีก และโลจีสติกส์ สำหรับในระดับ ปวช.และปวส.ในสาขาวิชา ธุรกิจค้าปลีก การบัญชี คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ช่างไฟฟ้ากำลัง ธุรกิจอาหาร แทคคาทรอนิกส์ และโลจีสติกส์ ปัจจุบันมีนักศึกษาทั้งสิ้น 863 คนเป็นสถาบันอาชีวศึกษาเป็นระบบการศึกษาแบบทวิภาคีหรือระบบการเรียนควบคู่กับการฝึกภาคปฏิบัติ ซึ่งแนวคิดหลักของ ซี. พี . เซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่ นักศึกษาจะสามารถหารายได้ระหว่างเรียน โดยจะได้รับ่าจ้างตามมาตรฐานแรงงานทั่วไป ด้วยเครือข่ายในธุรกิจค้าปลีกที่มีอยู่ทั่วประเทศของบริษัทฯ โดยเรียนจบแล้วจะได้เข้าทำงานกับบริษัทในเครือหรือพันธมิตรของซี.พี. เซเว่นอิเลฟเว่น สุดท้ายได้ไปเยี่ยมนิเทศโรงเรียนรุ่งโรจน์ ศึกษาเป็นโรงเรียนสังกัดเอกชน จัดการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับอนุบาล - มัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นโรงเรียนที่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ประสบผลสำเร็จได้ระดับหนึ่ง จากการพูดคุยกับผู้บริหาร พบว่า โรงเรียนสามารถจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และให้บริการกับนักเรียนและผู้ปกครองได้อย่างดี
นิเทศตรวจเยี่ยมโรงเรียน
นักเรียนควรได้รับการพัฒนาด้านสติปัญญา อารมณ์ และสังคม จากห้องเรียน
บันทึกได้ละเอียดดีนะ แต่อยากเห็นการบันทึกเชิง Storry telling(เรื่องเล่าเร้าพลัง) เจาะลงไปถึง best practices ของครู ของผู้บริหารเป็นรายคน รายกลุ่ม โดยเขียนบล็อกละคน บล็อกละกลุ่ม ที่ลงลึกให้เห็นรายละเอียดการปฏิบัติ ที่สามารถเป็นแบบอย่าง แบ่งปันให้แก่ผู้ปฏิบัติอื่นๆได้
ผมว่าถ้า ศน.ทำอย่างนี้น่าจะเป็นยุทธศาสตร์การนิเทศที่ดีของ ศน.วิธีหนึ่งนะ