ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่และการเลิกสูบบุหรี่  

: กรณีศึกษา ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล

วิลาวัลย์  พนาโชติสกุลและคณะ 

โรงพยาบาลสตูล  สตูล

             ในปัจจุบันการควบคุมการบริโภคยาสูบที่ทั่วโลกให้ความสำคัญและตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม  อย่างไรก็ตามสถานการณ์การสูบบุหรี่ในกลุ่มประชาชนต่างๆ ยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป  การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทของชุมชนเกี่ยวกับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ความตระหนัก การรับรู้ พิษภัยบุหรี่และมาตรการทางกฎหมายการควบคุมบริโภคยาสูบ กับกลุ่มประชาชนในชุมชนตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล จำนวน 31 ราย ประกอบด้วยกลุ่มแกนนำชุมชน จำนวน 8 ราย กลุ่มประชาชนทั้งชาย หญิง และเยาวชนอายุ 11-24 ปี จำนวน 13 ราย  กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าจำหน่ายบุหรี่ ร้านน้ำชา-โรตี  จำนวน 10 ราย  รวมถึงแหล่งข้อมูลเชิงปริมาณจากรายงานโครงการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงโรคไม่ติดต่อและการบาดเจ็บ พ.ศ. 2547  โดยวิธีการใช้แบบสอบถาม สัมภาษณ์เชิงลึก สนทนากลุ่ม การจดบันทึก บันทึกเทป และการสังเกต  วิเคราะห์ข้อมูลโดยพรรณนาเนื้อหา  ใช้เทคนิคสามเส้า  จัดกลุ่มข้อมูลโดยใช้โปรแกรม Excel และการแจกแจงข้อมูลเป็นตาราง ร้อยละ

     ผลการศึกษาพบว่าวิถีชุมชนต่างวัฒนธรรม อยู่ด้วยกันแบบผสมผสานสองศาสนา คือ ศาสนาอิสลามร้อยละ 55.29 ศาสนาพุทธร้อยละ43.71 พบว่าทั้งผู้ชาย  ผู้หญิง  และเยาวชนมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่     ความเครียดต่างๆ เช่นจากอาชีพประมง  ความเคยชิน และการอยากลองสูบ เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่  ปัจจัยที่ทำให้เลิกสูบบุหรี่ ส่วนใหญ่มีภาวะเจ็บป่วยจากการสูบบุหรี่  สำหรับความตระหนัก  การรับรู้ถึงพิษภัยบุหรี่และมาตรการทางกฎหมายการควบคุมบริโภคยาสูบไม่ทำให้ประชาชนในชุมชนสามารถอดบุหรี่หรือเลิกบุหรี่ข้อเสนอ แนะภาคส่วนของชุมชนให้มีการดำเนินกิจกรรมการดูแลกับกลุ่มผู้สูบบุหรี่ โดยใช้รูปแบบกระบวนการสื่อสารความรู้ทางสุขภาพและการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อการสร้างแรงจูงใจ ให้กำลังใจในการลด ละ เลิกบุหรี่ ภาคของบุคลากรสาธารณสุขให้มีการสนับสนุนความรู้วิชาการและการดูแลสุขภาวะในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

สนับสนุนทุนพัฒนานักวิจัย โดย

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ภายใต้โครงการพัฒนาต้นแบบการสร้างเสริมสุขภาพในบริบทพยาบาลชุมชน

ชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย