เดินทางไปต่างแดน : เตรียมตัวและเดินทางไป Amsterdam


ไปประชุม Multi-Stakeholder Meeting ของโครงการ ACCISS Study ซึ่งจัดโดยองค์การ Health Action International ในวันที่ 11 กันยายน 2560

ระหว่างวันที่ 9 – 20 กันยายน 2560 ดิฉันได้เดินทางไปเมือง Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์ และเมือง Kristiansand ประเทศนอร์เวย์ ที่มาของการเดินทางครั้งนี้ก็เนื่องมาจากได้รับการเชิญให้ไปประชุม Multi-Stakeholder Meeting ของโครงการ ACCISS Study ซึ่งจัดโดยองค์การ Health Action International ในวันที่ 11 กันยายน 2560 ที่ Casa Hotel เมือง Amsterdam เพราะได้มีส่วนร่วมในการเขียนกรณีศึกษาของไทย หลังจากการประชุมเสร็จก็ถือโอกาสไปเยี่ยมหลานสาวที่ทำงานอยู่ที่เมือง Kristiansand ด้วยเลยเพราะอยู่ไม่ไกลกัน เดินทางด้วยเครื่องบินเพียงชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น

ตอนนี้พี่สาวของดิฉันไปอยู่กับลูกสาวที่นอร์เวย์ เมื่อดิฉันจะไปแถวนั้นทั้งพี่สาว หลานสาว และลูกชายของหลานสาวเลยถือโอกาสมาเที่ยวที่ Amsterdam ด้วย ซื้อตั๋วเครื่องบินได้ถูกในวันที่ 8 พวกเขาจึงไปถึง Amsterdam ก่อนดิฉันหนึ่งวัน

การเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้ค่อนข้างฉุกละหุกเล็กน้อย เนื่องจากได้รับเชิญแบบกะทันหันเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2560 แล้วปรากฏว่า passport ของดิฉันจะหมดอายุในวันที่ 23 ธันวาคม 2560 มีอายุเหลือไม่ถึง 6 เดือน จึงต้องไปทำ passport ใหม่ ไปทำเมื่อเช้าวันที่ 18 ได้รับเล่มใหม่เมื่อวันที่ 22 ตรงเวลาสามวันทำการเป๊ะ ระหว่างรอก็ศึกษาเรื่องการขอวีซ่า ติดต่อขอจดหมายเชิญจากผู้จัดการประชุม จัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ นัดหมายวันเวลาเข้าไปยื่นขอวีซ่า เนื่องจากภารกิจหลักคือการไปประชุมจึงยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศเนเธอร์แลนด์แบบ Business เอกสารต่าง ๆ พร้อมจึงไม่ยุ่งยาก เพียงไม่กี่วันก็ได้รับการอนุมัติ Schengen visa

ปัญหามาเกิดขึ้นหลังจากไปรับเล่ม passport และวีซ่ามาแล้วคือมาอ่านพบว่าวีซ่านี้ออกที่ Kuala Lumpur ตอนไปรับก็ตรวจแต่ชื่อ เลขที่ passport และช่วงเวลาว่าถูกต้อง ไม่ได้ดูตรงนี้ ย้อนไปดู Schengen visa ของเก่าที่เคยขอมาแล้วสองครั้งตอนไปฝรั่งเศสเมื่อปี 2006 และ 2008 ก็ออกที่ Bangkok จึงต้องมีการติดต่อสอบถามกันอีกครั้ง ปรากฏว่าสถานฑูตเนเธอร์แลนด์มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่พิจารณาอนุมัติวีซ่าระยะสั้นเป็นที่สำนักงานสนับสนุนส่วนภูมิภาคของดัชต์ในภาคพื้นเอเชีย ซึ่งไม่ได้อยู่ในประเทศไทย มาสองสามปีแล้ว

ช่วงก่อนเดินทางก็เหมือนทุก ๆ ครั้งที่มีงานหลายอย่างที่จะต้องจัดการให้แล้วเสร็จ จะเดินทางออกจากเมืองไทยด้วยสายการบิน KLM วันที่ 9 กันยายน เวลา 12.05 น. ก็ได้จัดกระเป๋าตอนเช้าวันนั้นเอง เตรียมตัวจะไปทำงานที่ยังค้างอยู่และดูนกในต่างแดนเลยต้องแบกทั้งคอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป Nikon Coolpix P900 และกล้อง Canon SX710HS ตัวเล็กไปด้วย ดูข้อมูลสภาพอากาศของ Amsterdam และ Kristiansand ไปล่วงหน้า เห็นว่ามีอุณหภูมิต่ำ ๆ และมีฝน กลัวหนาวเลยขนเครื่องกันหนาวไปเยอะ (ปรากฏว่าไม่ได้ใช้เลย)

เดี๋ยวนี้การเดินทางสะดวกสบาย ผู้จัดการประชุม check in ให้ล่วงหน้าหนึ่งวัน (30 ชั่วโมง) แต่เราก็สามารถเข้าไปเลือกที่นั่งใหม่ได้ เครื่องบินเป็น Boeing 777-300ER ที่นั่งชั้นประหยัดเป็นแถว 3-4-3 เนื่องจากเดินทางในเวลากลางวัน ดิฉันจึงเปลี่ยนที่นั่งจากริมทางเดินที่เขาเลือกให้เป็นริมหน้าต่าง แล้วก็โชคดีเพราะแถวนี้ที่นั่งตรงกลางว่างอยู่เลยไม่อึดอัด การไป Check in ก็แค่โหลดกระเป๋า ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิเวลา 12.05 น. ถึง Amsterdam เวลา 18.45 น. รวมเวลาบินประมาณ 11 ชั่วโมง 40 นาที (เวลาที่นั่นช้ากว่าเรา 5 ชั่วโมง) 

การเดินทางราบรื่นดี เป็นเวลากลางวันตลอดเลยไม่ได้หลับ อาหารสองมื้อบนเครื่องพอกินได้ เมื่อเครื่องบินขึ้นแล้วเขาก็เสริฟของกินเล่นเป็นอัลมอนด์คลุกเกลือซองเล็ก ๆ และน้ำเปล่า มื้อแรกเป็นผัดไทยใส่ไก่ มื้อที่สองเป็นพาสต้า มีไวน์ขาวไวน์แดงขวดเล็ก ๆ เบียร์ (ไม่ได้ดื่ม) ฝรั่งชายที่นั่งแถวเดียวกันดื่มเบียร์ไป 3 กระป๋อง 

ดูแผนที่ที่เครื่องบินบินผ่านและทิวทัศน์นอกหน้าต่างเครื่องบินไปตลอดทาง ไปถึงสนามบิน Schiphol ที่ Amsterdam ยังไม่มืด


เส้นทางการบินบางช่วงผ่านทะเลทราย บางช่วงผ่านภูเขาสูงและทะเล


เข้าเขต Amsterdam เห็นพื้นที่สีเขียวมากมาย


ไปถึงสนามบิน Schiphol ที่ Amsterdam ยังไม่มืด เดินตามคนอื่น ๆ ไปเรื่อย เห็นป้ายเตือนคนที่จะต่อเครื่องให้เดินให้ถูกทางอย่างชัดเจนเป็นระยะ ๆ จับพลัดจับผลูไปออกที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่แทบจะไม่มีคนเลย เมื่อผ่านออกมาก็ต้องเดินไปเอากระเป๋าอีกด้านหนึ่งซึ่งไกลมาก

พี่สาว หลานสาวและลูกชายมารอรับ เราพากันลากกระเป๋าขึ้นรถไฟจากสนามบินสองต่อ แล้วเดินอีกหน่อยก็ถึงโรงแรมที่พัก การ Check in เข้าพักก็ง่าย ๆ เพียงโชว์ชื่อตัวเองและชื่อการประชุมก็เรียบร้อย ไม่ต้องทำอะไรอีก พี่สาวสามารถพักอยู่ห้องเดียวกับดิฉันได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ห้องพักไม่ใหญ่มาก มีเตียงนอนสองเตียงวางติดกัน มีที่นั่งให้ทำงานได้ ที่เราชอบใจคือมีตู้เก็บเสื้อผ้าและข้าวของที่มีพื้นที่มากเหลือเฟือ

วัลลา ตันตโยทัย

บันทึกเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2560


หมายเลขบันทึก: 637702เขียนเมื่อ 24 กันยายน 2017 09:41 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 กันยายน 2017 09:41 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

การขอวีซ่าเชงเก้น ส่วนใหญ่ที่เคยไปกับทัวร์เขาจะประสานให้ค่ะ เราแค่เอาตัวไปและเซ็นต์ชื่อ 

เลยไม่ค่อยรู้ปัญหาค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี