เพื่อนของอาจารย์ท่านหนึ่งที่รู้จักกันในเฟสบุ๊คได้เสียชีวิตลง
ข้าพเจ้าก็ไม่ได้สนิทชิดเชื้ออันใดมาก โดยมารยาทหรือสามัญสำนึกที่พึงมีของวิญญูชน
ก็ไปแสดงความเสียใจด้วย คำกล่าวสั้นๆ “ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ”
สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา เพื่อนของอาจารย์ท่านนั้น โกรธข้าพเจ้าเสียเป็นฟืนเป็นไฟ
ต่อมารุ่นน้องมหาวิทยาลัยเดียวกันซึ่งอยู่ต่างคณะกับข้าพเจ้า
เคยพูดคุยด้วยเพียงครั้งสองครั้ง ก็ไม่ได้สนิทสนมกันสักเท่าไร
รู้เพียงว่า เขาเป็นรุ่นน้อง และแน่นอนเราคือ พี่น้องกันในนามของศาสนา
เมื่อเขาได้งานได้การดีๆ จะมีหรือที่ไม่ดีใจด้วยกับความน่ายินดีนั้น
ก็ได้ส่งสติ๊กเกอร์ยิ้มๆ ประมาณว่า “ยินดีด้วยนะครับน้อง ได้งานทำดีๆ ดีใจด้วย”
เช่นกันเพื่อนของน้องคนนั้น ได้โกรธข้าพเจ้าโดยที่ข้าพเจ้าไม่เคยรู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ
นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ข้าพเจ้าได้รับ ซึ่งมันมีมากยิ่งกว่านี้อีก
ข้าพเจ้านึกๆก็ขำ แอบดีใจ ด้วยพรสวรรค์นี้ที่พระเจ้าประทานให้
การที่อยู่มึนๆ โดยที่มีคนเกลียด โกรธมากมาย
โดยไม่รู้จักกันเลย ไม่รู้สาเหตุแบบนี้มันก็ฮาดี
ประเด็นเหล่านี้คงมีที่มาที่ไป พูดก็พูดเถอะครับ
ปัญหาเหล่านี้ข้าพเจ้าคาดว่ามาจากเรื่องการเมืองล้วนๆ
เพื่อนพ้องของข้าพเจ้าหลายๆคนที่หายหน้าไป
ไม่พูดไม่จา บล็อก ลบเพื่อน แถมด่าลับหลัง (ชื่นใจจริงๆ)
ข้าพเจ้าไม่เคยรู้สึกเสียใจ โกรธหรือเกลียดเขาเหล่านั้นแม้แต่น้อย
เพื่อนยังไงก็คือเพื่อน ข้าพเจ้ารู้สึกดีเสมอที่เคยรู้จักกัน (และตอนนี้เขาไม่อยากรู้จักข้าพเจ้าแล้ว)
ข้าพเจ้าก็ยังจำได้และคิดถึงเสมอ ความรู้สึกดีๆ ตอนที่เราเรียนวิชารัฐศาสตร์เบื้องต้นที่พูดถึงเรื่องการเมืองการปกครอง ระบบราชการ การบริหารประเทศ
และตอนที่เราทำข้อสอบ เนื้อหาก็ออกเกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตย เผด็จการทหาร กบฏ รัฐประหาร
วงจรอุบาทว์ การฉ้อฉลทุจริตคอรัปชั่น เกมและเครื่องมือทางการเมือง
คำเหล่านี้ เพื่อนทุกคนคงท่องจำเข้าใจ และเขียนตอบได้หลายหน้า
“อาจารย์ครับ/ค่ะ ขอสมุดคำตอบอีกเล่ม” หลายๆคนจำได้เยอะ เข้าใจเยอะจึงเขียนได้เยอะ
เกรดที่ออกมาคงไม่ต้องพูดถึง ฟาด A ล้วนๆ
ข้าพเจ้าป่วยการที่จะอธิบายถึงจุดยืนทางการเมืองที่ต้องเลือกฝั่ง
เพราะยังไงก็แล้วแต่ คงไม่มีใครรับฟัง
และพร้อมที่จะผลักให้ข้าพเจ้าไปอยู่กับอีกฝั่งตรงข้ามที่เขาคิดไว้
แบบนี้ละ เมื่อคิดต่างกัน คือ เมิงไม่ใช่พวกกูเพื่อนกู ดีงามจริงๆ
คิดๆแล้ว ข้าพเจ้าเสียดายเหลือเกินกับวิชาต่างๆที่ได้ร่ำเรียนกันมา
เพื่อนๆคงลืมเลือนมันเสียหมดแล้ว น่าจะเสนอมหาวิทยาลัยให้ยุบวิชานี่ทิ้งซะเพราะมันย้อนแย้งเหลือเกิน
ว่ากันไปตามนั้น ข้าพเจ้าก็ยังคงเป็นไปแบบนี้ตามสไตล์
วิพากษ์วิจารณ์กันไปทุกรัฐบาล ทุกพรรค ไม่มียกเว้นอยู่แล้ว
ก็มันคือ สิทธิที่พึงมีและกระทำได้มิใช่หรือ (เพราะเราคือผู้จ่ายภาษี)
จะโกรธ จะเกลียด ไม่พูดไม่จา ไม่คบเลิกคบ ยัดเยียดให้เป็นอะไรก็เอาที่สบายใจเถิด
คุณก็รู้ใช่มั้ยว่าข้าพเจ้านั้นรักคุณมิเคยเสื่อมคลาย
แม้เราตายจากกันการความเป็นเพื่อน หรือการรู้จักกันก็ตามที
คุณมิได้หายไปจากความทรงจำข้าพเจ้าเลยแม้แต่น้อย..
นายหัว..
8/9/2560
ได้เพ