ความเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจสังคมในส่วนภูมิภาคในปริทรรศน์ประวัติศาสตร์



วันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๐ ผมไปร่วมประชุมทางวิทยาการ โครงการวิจัย “ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และสังคมของไทยในปริทรรศน์ประวัติศาสตร์” ที่โรงแรม ไดมอนด์ พลาซ่า  อ. หาดใหญ่  จ. สงขลา   

 การประชุมนี้จัดสองวัน ในวันที่ ๓ - ๔ สิงหาคม ๒๕๖๐ แต่ผมไปร่วมได้เพียงวันเดียว    ได้ฟังการเสวนา ของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย   รวมทั้งการนำเสนอผลการวิจัย ๕ เรื่อง แล้วคิดสังเคราะห์ตอบคำถามว่า    การ “สร้างความเจริญ” ให้แก่ต่างจังหวัด หรือส่วนภูมิภาคของประเทศ นั้น    ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์   

นอกวงประชุม ผมลองตอบคำถามให้หัวหน้าทีม (ดร. วินัย พงศ์ศรีเพียร) และนักวิจัยวิจารณ์   ได้ข้อสรุปตรงกัน ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือนโยบายการเปลี่ยนแปลงใหญ่     ผลที่ตกแก่สังคมในส่วนภูมิภาคจะลดลงในสัดส่วน    โดยส่วนเพิ่มจะไปตกอยู่แก่ส่วนกลาง    โดยมองผิวเผินส่วนภูมิภาคก็ได้ผลประโยชน์เพิ่มขึ้น    แต่ได้น้อยกว่าส่วนกลาง     ข้อสังเกตนี้น่าจะเป็นโจทย์วิจัยทางเศรษฐศาสตร์

งานวิจัยที่นำเสนอ ที่ผมตื่นตาตื่นใจที่สุดคือ

การบรรยายพิเศษเรื่อง “รายงานสภาพเศรษฐกิจและการค้าหัวเมืองชายฝั่งอ่าวไทยของสยาม รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ในบันทึกที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์ของฟาน ฟลีต (Jeremias van Vliet)” โดย

รองศาสตราจารย์ ดร.ธีรวัต ณ ป้อมเพชร    ทำให้ได้เข้าใจสภาพทางการเมือง และ ทางเศรษฐกิจในหัวเมืองภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย  ในช่วงเกือบสี่ร้อยปีก่อน  สมัยพระเจ้า ปราสาททอง  ค.ศ. 1642 หรือ พ.ศ. ๒๑๘๕    ที่ก่อนหน้านั้น กรุงศรีอยุธยายกทัพ มาตีนครศรีธรรมราช  สงขลา  และปัตตานี  สร้างความ ระส่ำระสายให้แก่สังคม ภาคใต้ ในช่วงเกือบสี่ร้อยปีก่อน    ทำให้ไม่สามารถปลูกพริกไทยขายให้แก่ กองเรือสินค้า ของ ฟาน ฟลีต ได้ ที่ดำเนินการให้แก่บริษัท VOC ของฮอลันดา       โดยสินค้าที่เขาต้องการมาซื้อจากสยามคือ พริกไทยกับดีบุก

ที่จริง ฟาน ฟลีต (คนทั่วไปเรียก วัน วลิต) ฉลาดมาก   กองเรือของเขา บรรทุกสินค้ามาขายที่สยาม    เขาบันทึกไว้ว่าที่ขายได้คือสินค้าที่ราคาสูงสุดๆ สำหรับคนชั้นสูงจำนวนน้อย    กับสินค้าชั้นต่ำราคาถูก สำหรับคนจน   ส่วนสินค้า สำหรับคนชั้นกลางขายไม่ได้    ซึ่งผมตีความว่า ในสมัยนั้นสยามไม่มีคนชั้นกลาง    แต่ในภาพรวมเขาขายสินค้าได้น้อยมาก  

 

เขาเล่าว่าที่นครศรีธรรมราช พ่อค้าใหญ่เป็นแขกมัวร์  คนจีนไม่มีฐานะ    ที่สงขลาเจ้าเมือง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นสุลต่านสุไลมาน ก็มัวยุ่งอยู่กับการสร้างกำแพงหอรบป้องกันเมือง    เมืองที่เจริญมากคือปัตตานี มีกษัตริย์เป็นผู้หญิง ชื่อราตูกูนิง หรือนางพญาตานี     โดยที่ปัตตานีไม่ใช่แหล่งปลูกพริกไทย แต่เป็นแหล่งรวมสินค้า

ฟังเรื่องเมืองโบราณสี่ร้อยปีก่อนในอ่าวไทยฝั่งตะวันตกแล้ว     อดนึกถึงสภาพเมืองโดยรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไม่ได้     ที่น่าจะอยู่ในสภาพคล้ายกัน    คือมีการติดต่อค้าขายกัน ทะเลาะกัน  และแย่งกันเป็นใหญ่    แต่ในที่สุดการปฏิวัติ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในยุโรปก็ส่งผลให้ยุโรปออกรุกเพื่อครองโลก    ในขณะที่เมืองรอบอ่าวไทนและส่วนอื่นๆ ของโลกเป็นฝ่ายตั้งรับ   

ที่จริง ดร. วินัย พงศ์ศรีเพียร ชวนผมไปเสวนาร่วมกับ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ใน รายการพิเศษ การเสวนาเรื่อง “บทบาทคนตัวเล็ก: วิถีชีวิตชาวบ้านในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจภาคใต้”  โดยคุณชวน หลีกภัย และศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช  มี ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร นำการเสวนา แต่ ดร. วินัยเป็นหวัด จึงขอให้คุณนวพร เรืองสกุล เป็นผู้นำเสวนาแทน)    ท่านชวนพูดเน้นที่ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมในภาคใต้ ที่เชื่อมโยงกับความมั่นคง ของประเทศที่สามจังหวัดภาคใต้ เชื่อมโยงกับความผิดพลาด ในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในปี พ.ศ.  ๒๕๔๔ สมัย ดร. ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี    โดยเหตุการณ์เริ่มต้นวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๔   และต่อมาเหตุการณ์ปล้นปืนวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗   ผมมองว่านี่คือวิถีชีวิตชาวบ้านที่เปลี่ยนไปจากการกระทำของ “คนตำแหน่งใหญ่” 

มุมมองเชิงการเมืองของ ฯพณฯ ชวนบอกข้อมูลการทำรายได้ให้แก่ประเทศด้านการท่องเที่ยว อันดับหนึ่งคือภูเก็ต ปีละกว่า ๓ แสนล้านบาท     เชียงใหม่ ๗ หมื่นล้าน   สมุย ๕ - ๖ หมื่นล้าน

ผมบอกผู้เข้าร่วมประชุมให้ค้นกูเกิ้ลด้วยคำว่า “ประวัติศาสตร์บอกเล่าชาวชุมพร”     ก็จะได้รายละเอียดมากกว่า ที่ผมพูด    แล้วเล่าเรื่องชีวิตชาวบ้านทำสวนมะพร้าว    และการประมงชายฝั่ง    ที่ทำให้มีคนจากแม่กลองและอัมพวา เคลื่อนย้ายไปทำมาหากินและตั้งรกรากที่ชุมพร

การประชุมนี้ไปจัดในต่างจังหวัดเพื่อเปิดโอกาสให้ครูได้มาฟัง     รับเอาสาระไปสอนให้ได้สาระสนุกสนาน    แต่เวลานี้กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายอนุมัติให้ครูเข้าประชุมได้เฉพาะกิจกรรมที่ได้รับการอนุมัติจากส่วนกลางเท่านั้น    จึงไม่มีครูมาฟังการประชุมเลย    เป็นจุดอ่อนของระบบการศึกษาที่เน้นอำนาจส่วนกลาง 


วิจารณ์ พานิช

๔ ส.ค. ๖๐


 

หมายเลขบันทึก: 635961เขียนเมื่อ 6 กันยายน 2017 16:06 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2017 16:06 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

"...การประชุมนี้ไปจัดในต่างจังหวัดเพื่อเปิดโอกาสให้ครูได้มาฟัง     รับเอาสาระไปสอนให้ได้สาระสนุกสนาน    แต่เวลานี้กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายอนุมัติให้ครูเข้าประชุมได้เฉพาะกิจกรรมที่ได้รับการอนุมัติจากส่วนกลางเท่านั้น    จึงไม่มีครูมาฟังการประชุมเลย    เป็นจุดอ่อนของระบบการศึกษาที่เน้นอำนาจส่วนกลาง..."

Are there 'public media' releases (audio-visual, transcripts, summaries,...) of the proceedings? I looked up https://www.trf.or.th/economy-... and found nothing useful for non-attending interests.

 เพิ่มความเห็น
สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี