จับกระแสท้องถิ่นสุดท้าย 2560 ตอนที่ 5 : ข่าวมั่วท้องถิ่น

จับกระแสท้องถิ่นสุดท้าย 2560 ตอนที่ 5 : ข่าวมั่วท้องถิ่น

7 กันยายน 2560

ทีมวิชาการ สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]

          ท่ามกลางกระแสข่าวลือท้องถิ่นแบบตื่นตระหนก บ้างก็ว่าทำให้เกิดความเสียหาย ลือกันไปทำไม เป็นเรื่องไม่จริง เป็นเรื่องลวงโลก ประหนึ่งว่าบ้านนี้เมืองนี้ช่างสับสนยิ่งนักมีข่าวรั่ว ข่าวลวง ข่าวหลอก แม้ว่าจะมีเรื่องเล่ามากมาย ไม่รู้จบ แต่จะพยายามจับกระแส แบบฟังให้ได้ศัพท์ เพราะเรื่องท้องถิ่นสำคัญที่ยังไม่ได้ข้อยุติพัวพันกันอยู่สักสองสามเรื่องเท่านั้น

 

ประเด็นการควบรวม การยกฐานะ อบต. ข่าวเลือกตั้งท้องถิ่นสับสน

จู่ ๆ มีประเด็นถกเถียงกันคอเป็นเอ็นว่า ไม่จริง ไม่มีมูล เป็นเรื่องโกหกว่า ท้องถิ่นจะมีการยุบ (ยกฐานะ) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ประมาณ 5,334 แห่ง [2] เป็นเทศบาลตำบล และ มีการ “ควบรวม” เทศบาลที่มีขนาดเล็ก ๆ เหล่านั้นเข้าด้วย เพื่อให้เป็น “เทศบาลที่ใหญ่ขึ้น” ทั้งนี้ด้วยเหตุผลประการเดียวคือ “ประสิทธิภาพของ อปท. ในการจัดบริการสาธารณะ” เพราะข้อเท็จจริงมีว่า เรื่องการ “ปฏิรูปท้องถิ่น” นั้นได้รับการพิจารณาในตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านแล้วอย่างเข้มข้น โดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) แต่ปรากฏว่ากลับ “ไม่มีความชัดเจนคืบหน้า” จึงเป็นที่สงสัยกังขาของฝ่ายผู้มีส่วนได้เสียอีกฝ่าย ที่จ้องตั้งตาเฝ้ารอคอยฟังข่าวคราว หรือข้อสรุปในเรื่องนี้อยู่อย่างใจจดใจจ่อ

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 มีการนำและตีข่าวเผยแพร่ในกลุ่มไลน์ โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คปลัด อปท. และในเวลาไล่เลี่ยกันก็เผยแพร่ลงข่าวในเวบไซต์ไปหลายแห่ง ซึ่งเป็น “ข่าวเก่าการยุบ อบต. การควบรวม อปท.” ที่เงียบหายมาตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2559 นับแต่ “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” (สปท.) ได้มีมติเห็นด้วย 163 ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 2 (เข้าประชุม 166) [3]

เรื่องนี้มีผู้ให้ความเห็นกันหลากหลาย บ้างก็ว่า ก่อนหน้านี้คงเป็น “การโยนหินใหญ่ถามทาง”  พอกระแสออกมาไม่ค่อยดี ก็เลยปฏิเสธออกตัวว่าไม่เป็นความจริง  อย่างไรก็ตาม บ้างก็ว่า “หากไม่ยุบ(อบต.) ตอนนี้แล้วจะไปรวมกันตอนไหนได้” เพราะต่อไปเมื่อมี สส. แล้ว ใครจะกล้าเสนอยุบอีก บ้างก็ว่า “ช่วงนี้ คลื่นลมการเมืองท้องถิ่นสงบเพียงรอการกระเพื่อมทีหลัง” ซึ่งหมายถึงหลังการเลือกตั้งระดับชาติ เพราะผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายยังเดาใจไม่รู้ทางรัฐบาลหรือมหาดไทยว่าจะเอาอย่างไร ฉะนั้น การเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนการเลือกตั้งระดับชาติคงเป็นหมันไปแล้ว เพราะห้วงเวลาที่ร่นกระชั้นชิดเข้ามาเรื่อย ๆ แต่ ความชัดเจนแน่นอนของท้องถิ่นยังหาปรากฏไม่ ใยไม่ต้องไปคิดถึงการควบรวม อปท. เลย เอาแค่ว่า จะปรับโครงสร้างหน้าที่ อปท. แบบใดหรือระดับใดบ้าง ก็ยังไม่มีข้อยุติ แถมมีการต่อรองกันในระหว่างกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ อีก จึงยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน การปล่อยข่าวยุบรวม อปท. ที่เป็นข่าวเก่าของ สปท. นี้ อาจมาจากเพจโฆษณา หรือ ใครเขาต้องการทดสอบกระแสบางอย่างในเรื่องนี้ก็ได้

แม้ข่าวลือดังกล่าว ไม่เป็นความจริง เป็นเพียงข่าวหลอก (Click Bait) เป็นข้อมูลเก่า เพราะข้อเท็จจริงปัจจุบันการตรา(ร่าง)กฎหมายท้องถิ่นยังไปไม่ถึงไหน สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (สำนักงาน ก.ก.ถ.) ในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ก็กำลังยกร่างกฎหมายไป ในขณะที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ร่างกฎหมายของตนไป(ต่างหาก) อยู่เช่นกัน สำหรับร่างกฎหมายท้องถิ่นของ สปท. นั้น ก็ยังไม่ได้ถูกนำมาพิจารณา ฉะนั้นน้ำหนักการปฏิรูปท้องถิ่นจึงไปกันคนละทาง แต่เชื่อว่า “น้ำหนัก” จะอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยเป็นหลัก โดยคาดว่าอย่างเร็วที่สุดภายในปีนี้น่าจะได้เห็น ซึ่งความเห็นนี้สอดคล้องว่าต้องรอให้งานพระราชพิธีที่สำคัญ 2 งานให้แล้วเสร็จก่อนตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้ [4]

สรุปจึงไม่มีการยุบ ควบรวม หรือตรากฎหมายที่เกี่ยวกับท้องถิ่น หรือการกระจายอำนาจ เพราะกำลังดำเนินการร่างอยู่ ใน สนช. โดยชูประเด็นรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 249 [5] ว่าต้องฟังเสียงประชาชนและผู้เกี่ยวข้องให้รอบด้านเสียก่อน

 

เก่าๆ เท้าความหลังกระจายอำนาจ

          ตามปกติการร่างกฎหมายที่ใช้บริหารราชการหรือบริการสาธารณะ ระดับ พระราชบัญญัติ (พรบ.) นั้น คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องเห็นชอบก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ฉะนั้น บรรดากฎหมาย ที่ สปท. ร่างไว้แล้ว ก็ต้องเสนอ ครม.ให้ความเห็นชอบหรือแก้ไขก่อน [6] ส่วน ครม. จะมอบให้ใครพิจารณากลั่นกรองก็ได้

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 [7]คณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อนุฯกระจายอำนาจท้องถิ่นฯ) ได้ค้านการควบรวม อบต. “แบบยกเข่ง” ในหลักการรวมอำนาจ ที่การบริหารปกครองท้องถิ่นต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นนั้นอย่างเป็นอิสระ ฉะนั้น เรื่องการเปลี่ยนแปลงสถานะท้องถิ่นจึงควรเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนเพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่น จะส่งผลต่อการดำเนินงานสาธารณะและงานถ่ายโอน ที่คณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ เคยได้วางกรอบไว้ก่อนหน้านี้

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2560 [8] ท่านวิษณุ  เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประธานการประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครั้งที่ 4/2560 มีมติเห็นชอบ (ร่าง) แผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ. .... และ (ร่าง) แผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) ตามมติคณะอนุกรรมการเพื่อทบทวนและจัดทำแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) โดยให้นำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ ประกอบการพิจารณาดำเนินการก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา และเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อทราบต่อไป ทั้งนี้ มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ จัดทำโครงการเตรียมความพร้อมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อรองรับการถ่ายโอนภารกิจตาม (ร่าง) แผนการกระจายอำนาจฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. .... และแผนปฏิบัติการฯ (ฉบับที่ 3)

ขั้นตอนข้างต้นสอดคล้องกับข่าวคนในท้องถิ่นที่เรียงหน้าออกมาให้ข่าวหนังสือพิมพ์สยามรัฐเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560 [9] ได้แก่ (1) สรณะ เทพเนาว์ นายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย อดีตอนุกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (2) พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย (3) คอซีย์ มามุ ประธานสมาพันธ์องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สรุปรวมความได้ว่า

กฎหมายการควบรวมท้องถิ่น เพิ่งจะผ่านความเห็นชอบของ สปท. และคณะอนุกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป ซึ่งต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร ซึ่งหากต้องการใช้กฎหมายฉบับนี้แบบเร่งด่วนก็จะต้องออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) …  คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าวและตีตกไปแล้ว เพราะเห็นว่าหลักใหญ่ๆของกฎหมายดังกล่าวที่ สปท.ส่งมานั้นขัด รัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 249 … ไม่เห็นด้วยกับการยุบรวมท้องถิ่นขนาดเล็ก หรือยุบ อบต.ขึ้นเป็นเทศบาลทั่วประเทศ หากยุบรวมแล้วไม่มีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้น ยุบรวมแล้วก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีการแก้ไขเรื่องอำนาจหน้าที่ แต่ถ้าจะยุบรวม ทำให้ท้องถิ่นมีขนาดใหญ่ขึ้น ก็จะต้องมีงบประมาณ มีอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจนในการที่จะสามารถทำงานให้บริการประชาชนได้ … “การแชร์ข่าวขยายวงกว้างออกไปโดยมิได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อให้เกิดความเสียหาย” โดยส่งผลกระทบทำให้บาง อปท. ยุติการปฏิบัติงาน เนื่องจากผู้บริหารอปท.บางแห่ง ได้รับแจ้งอย่างไม่เป็นทางการ ให้หยุดปฏิบัติงาน ซึ่งการปฏิบัติงานต่อ จะมีผลทางกฎหมายในการไม่มีอำนาจและหน้าที่ นอกจากนี้ข้าราชการท้องถิ่น ในระดับต่างๆ มีความวิตกกังวล ในการควบรวมจนเป็นเหตุทำให้หยุดดำเนินการ ในการบริการประชาชน

 

อปท. มีแต่เรื่องโกง จริงหรือไม่

ขอตบท้ายเรื่องฮอต ๆ ของท้องถิ่น ตามที่มานะ นิมิตมงคล เลขาธิการองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้สรุปความเห็นเกี่ยวกับการทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ไว้อย่างน่าสนใจ รวม 6 กรณี [10] โดยดูจากพฤติกรรมและปัจจัยที่แตกต่างกัน ว่า “ไม่ใช่ทุกกรณีที่เป็นการคอร์รัปชัน” เพราะมีหลายเรื่องเป็นปัญหาเกี่ยวกับกฎหมาย การตีความและความสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอก อปท.  แยกได้ดังนี้ (1) พฤติกรรมที่เป็นการคอร์รัปชันจริง (2) พฤติกรรมที่เป็นการทำผิดฐานประพฤติมิชอบหรือบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ จากการไม่ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ หรือทำในสิ่งที่ไม่มีระเบียบรองรับ (ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มาก) (3) พฤติกรรมที่ถูกสอบสวนหรือตั้งข้อทักท้วง เหตุเพราะมีข้อขัดแย้งหรือ “มุมมองที่ต่างกัน” ในการตีความตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ ระหว่าง อปท. กับ สตง. เช่น การใช้จ่ายเกินความจำเป็น ไม่ประหยัด ไม่คุ้มค่า ไม่เหมาะสม ไม่มีอำนาจ ผิดวัตถุประสงค์ เป็นต้น (4) พฤติกรรมที่ “ผิดกฎหมายในทางเทคนิคหรือความไม่สมบูรณ์ของกระบวนการทางกฎหมาย” เช่น กรณีการถ่ายโอนภารกิจ/อำนาจหน้าที่/ทรัพยากรระหว่างหน่วยงานยังไม่สมบูรณ์ และ การทำงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นของรัฐหรือ อปท. ในพื้นที่ใกล้เคียง เป็นต้น (5) บางกรณีเป็นเพราะมาตรฐานการตีความที่ต่างกันของเจ้าหน้าที่ สตง. ในแต่ละพื้นที่ (6) พฤติกรรมที่อาจมีหรือไม่มีเจตนาหาผลประโยชน์ส่วนตัวก็ได้ เช่น กรณีผู้บริหาร อปท. ต้องวิ่งเต้น เพื่อของบสนับสนุนจากกระทรวง หรือกรณีที่ต้องพึ่งพาหรือทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น  ที่มักมีการติดสินบนหรือมีค่าใช้จ่ายพิเศษจำนวนมาก

หรืออาจกล่าวโดยสรุปว่า อปท. มิได้มีพฤติกรรมหรือนิสัย (สันดาน) ในการทุจริตคอร์รัปชัน เพียงแต่การทำงานที่ตกอยู่ในภาวะแวดล้อมที่ไม่เป็นใจ ถูกบีบบังคับ ถูกกดดัน ด้วยสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ในหลาย ๆ ช่องทาง โดยเฉพาะในฝ่ายประจำที่ต้องถูกกดดันอย่างหนักจากฝ่ายการเมืองในระหว่าง “ความถูกต้องกับความถูกใจ(คน)”

บ้างก็ว่า พฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชันอาจมีติดอยู่ในกมลสันดานมาก่อนบ้าง เพราะ การเมืองไทยยังอยู่ในระบบอุปถัมภ์ที่ต้องใช้เงินเป็นปัจจัยหลักในการหาเสียง เมื่อต้นทุนการหาเสียงของนักการเมืองท้องถิ่นสูง เรียกว่า เก้าอี้ที่ได้มามูลค่าสูงตัวละ 5-20 ล้าน การถอนต้นทุนกลับคืนย่อมอยู่ในวิสัย ส่วนการโอนความผิดชี้เป้าไปที่ฝ่ายข้าราชการประจำ ก็มีเหตุผลว่า เพราะข้าราชการประจำร้อยละ 70-90 มักทำตัวเป็น “ลูกมือรับใช้” ฝ่ายการเมืองเพื่อหวังผลตอบแทนในตำแหน่งหน้าที่ราชการ แต่ปรากฏว่าฝ่ายข้าราชการประจำส่วนใหญ่มิได้มีผลประโยชน์ดังเช่นฝ่ายการเมือง อาจทำให้การวิเคราะห์ตรงนี้หลงมุมหลงประเด็นไปก็ได้ เพราะข้าราชการท้องถิ่นส่วนใหญ่มิได้มีเงินเดือนที่สูง และมิได้มีผลประโยชน์สูงตามตำแหน่งหน้าที่แต่อย่างใด โดยเฉพาะการมีผลประโยชน์กับชาวบ้านที่มากกว่าราชการนั้น แทบเป็นไปได้ยาก แถมข้าราชการชั้นผู้น้อยยังมีความรู้สึกคิดว่า “ตนคือกระโถนตัวจริง” เพราะระบบราชการมีระเบียบแบบแผนการปฏิบัติ มีกรอบการทำงานที่เคร่งครัดรัดกุม ประกอบกับปัจจุบันราชการมีระบบการตรวจสอบการทำงานที่รัดกุมเข้มข้นมากขึ้น การมีข่าวให้ “ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของข้าราชการท้องถิ่นทุกคน” จึงไม่เป็นที่หวั่นวิตกแก่ข้าราชการท้องถิ่นแม้แต่น้อย โดยเฉพาะข้าราชการในระดับล่าง

 

ข่าวมั่ว ๆ แบบนี้ ยังพอมีหลงเหลืออยู่เป็นปกติวิสัยของคนท้องถิ่น ที่คนท้องถิ่นย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ การตื่นตระหนกตกใจจึงมิใช่วิสัยของคนท้องถิ่นที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านกระแสกดดันต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน การมาตรึกตรอง ทบทวน พินิจพิเคราะห์ “แบบร่วมด้วยช่วยกัน” น่าจะดีกว่านะ

 

[1] Phachern Thammasarangkoon, Municipality Officer ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 64 ฉบับที่ 52 วันศุกร์ที่ 8 - วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2560, หน้า 66 

[2]อวสาน อบต. เหลือแค่ เทศบาล และ อบจ. ความฝันปฏิรูปท้องถิ่นยุค “บิ๊กตู่”, Nation TV, 6 มีนาคม 2560, www.nationtv.tv/main/content/p...

http://www.parliament.go.th/Ne....

ข่าวคืบหน้าการยุบ อบต. และการควบรวม อบต. หรือ การยุบรวมหน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าด้วยกัน (Amalgamation) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เพิ่งส่งความเห็นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2560 และเมื่อ 3 กันยายน 2560 สำนักงานการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กกถ.)ไม่เห็นด้วย 12 ประเด็น จึงตั้งอนุกรรมการฯ เพื่อยกร่างกฎหมาย อปท.ขึ้นมาใหม่ ทราบว่าขณะนี้ได้ 26 มาตรา, โดยศักดิพงศ์ ธรรมอาชวกุล, 3 กันยายน 2560. 

[3] บันทึกการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครั้งที่ 42/2559, รัฐสภา, วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พุทธศักราช 2559,

http://library2.parliament.go....  

[4] กรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมายตั้งเป้า 8 เดือนแก้กฎหมาย1,000ฉบับ, 19 พฤษภาคม 2560, http://www.mcot.net/view/591ecbb2e3f8e48c99cf8213

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย ในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) กล่าวภายหลังการประชุมนัดแรก ว่า ที่ประชุมได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้น 5 คณะ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการปรับปรุงยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการประกอบอาชีพ หรือธุรกิจของประชาชน  ที่มีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธาน / คณะอนุกรรมการปรับปรุงกฎหมายที่สร้างภาระแก่ประชาชน มีนายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เป็นประธาน / คณะอนุกรรมการติดตามกฎหมายให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และการปฏิรูปประเทศ โดยให้ทางสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไปคัดสรรบุคคลมาเป็นประธาน  / คณะอนุกรรมการกำกับการเสนอร่างกฎหมาย มีนายคำนูณ สิทธิสมาน เป็นประธาน และอนุกรรมการจัดทำกฎหมายใหม่ หรือ สนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการปฏิรูปประเทศ มีนายบรรเจิด สิงคเนติ เป็นประธาน

& ให้หาเสียงหลัง 2 พระราชพิธี ครม.กำหนดวันหยุด โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 เมษายน 2560, https://www.thairath.co.th/content/911677

& อีก19เดือนเลือกตั้ง กรธ.ชี้อย่างช้าสุดนับจาก6เม.ย./นายกฯยันโรดแมปไม่เปลี่ยน, 5 เมษายน 2560, http://www.thaipost.net/?q=อีก19เดือนเลือกตั้ง-กรธชี้อย่างช้าสุดนับจาก6เมยนายกฯยันโรดแมปไม่เปลี่ยน   

[5]มาตรา 249 ภายใต้บังคับมาตรา 1 ให้มีการจัดการปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักแห่งการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามวิธีการและรูปแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่กฎหมายบัญญัติ

การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบใดให้คำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นและความสามารถในการปกครองตนเองในด้านรายได้ จำนวนและความหนาแน่นของประชากร และพื้นที่ที่ต้องรับผิดชอบ ประกอบกัน

ดู รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, http://click.senate.go.th/wp-c...รัฐธรรมนูญ-2560.pdf    

[6]มาตรา 133 ร่างพระราชบัญญัติให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อน และจะเสนอได้ก็แต่โดย

(1) คณะรัฐมนตรี

(2) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคน

(3) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามหมวด  3

สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย หรือหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย

ในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติซึ่งมีผู้เสนอตาม (2) หรือ (3) เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินจะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี

ดู รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, อ้างแล้ว.

[7]อนุฯกระจายอำนาจท้องถิ่น ค้านควบรวม อบต.‘ยกเข่ง’, ใน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,250 วันที่ 6 - 8 เมษายน พ.ศ. 2560, 7 เมษายน 2560, http://www.thansettakij.com/content/138655

[8]การประชุม ก.ก.ถ. ครั้งที่ 4/2560, ส่วนประชาสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, http://www.odloc.go.th/web/?p=...

[9]ยุบ อบต.มีผลแล้วจริงหรือไม่, สยามรัฐออนไลน์,  5 กันยายน 2560,  http://www.siamrath.co.th/n/22...

[10]มานะ นิมิตมงคล, “อปท. มีแต่เรื่องโกง...จริงหรือ?”, เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น (ประเทศไทย) (ACT), 31 สิงหาคม 2560, http://www.anticorruption.in.th/2016/th/detail/522/1/อปท--มีแต่เรื่องโกง---จริงหรือ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Local Administration

คำสำคัญ (Tags)#องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)#จับกระแสท้องถิ่นสุดท้าย#ข่าวมั่วท้องถิ่น#การควบรวม การยกฐานะ อบต.การเลือกตั้งท้องถิ่น#อปท. มีแต่เรื่องโกง

หมายเลขบันทึก: 635957, เขียน: 06 Sep 2017 @ 22:21 (), แก้ไข: 14 Sep 2017 @ 19:56 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)