เมื่อถึงเวลาเข้าสู่พิธีการให้กองอำนวยการงดใช้เสียงโฆษณาทั่วไปโดยให้เปิดระบบไมล์ในสถานที่พิธีการควบคุมโดยพิธีกรสงฆ์เข้าทำหน้าที่ประจำการ ณ บัดนั้น
        เริ่มโดยกล่าวเป็นคำกลอนสะกิดใจว่า...บ้านกับวัดพัฒนาเพื่อสาธิต เป็นนิมิตเมืองแมนแดนสวรรค์...ฯลฯ...ต่อด้วยกล่าวเคารพสถานที่บุคคลแล้ววกมาถึงจุดเริ่มต้นก่อเกิดงานใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร ชี้แจงให้คนฟังทำตามกติกาที่เราจะกล่าวตามลำดับกำหนดกาลดังนี้


เมื่อเชิญทุกคนเข้าประจำที่แล้วเรียนเชิญเจ้าภาพกล่าวเปิดงานต่อด้วยเรียนเชิญท่านประธานกล่าวเปิดงาน จากนั้นนิมนต์พระคุณเจ้าและคณะขึ้นยังธรรมมาสน์ เชิญประธานจุดธูปเทียน บูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล 
        เชิญประธานจุดเทียนส่องธรรมหน้าธรรมมาสน์ เชิญคณะเจ้าภาพกัณฑ์จุดเทียน คาถาพัน กัณฑ์ทศพร หิมพานต์ ทานกัณฑ์ วนประเวศน์ ชูชก หลังจากนั้น อาราธนาธรรม พรัมมา จะโลกา...ต่อไปพระคุณเจ้าทำหน้าที่แสดงเทศน์มหาชาติตามลีลาของท่านไปจนจบกัณฑ์ชูชก
พระคุณเจ้ายะถา สัพพี ให้พร คณะเจ้าภาพกัณฑ์กรวดน้ำแล้ว ขอเชิญประธานเป็นผู้มอบของที่ระลึกแด่คณะเจ้าภาพกัณฑ์ที่แสดงภาคเช้าแล้วขอเชิญทุกท่านที่มาในงานบุญเทศน์มหาชาติร่วมรับประทานอาหารกลางวันและเปิดโอกาสให้โฆษกที่กองอำนวยการด้านนอกทำหน้าที่ประกาศเรื่องทั่วไปจนถึงเวลา 12.30 น. อันเป็นการเริ่มต้นแสดงการเทศน์มหาชาติกัณฑ์ที่เหลือทั้งหมด
สำหรับพิธีกรสงฆ์ก็ตามไปดูความเรียบร้อยของพระคุณเจ้าและคณะที่เป็นองค์แสดงธรรมให้ท่านฉันภัตตาหารเพลแล้วได้สั่งให้เตรียมที่พักผ่อนเล็กน้อยก่อนท่านจะลงไปเทศน์กัณฑ์ต่อไปในช่วงบ่าย

        ในขณะพระคุณเจ้ากำลังฉันภัตตาหารเพลอยู่นั้น  ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลพระก็ตระเตรียมที่พักสงฆ์ชั่วคราวจนถึงใกล้เวลาจะลงแสดงเทศน์มหาชาติจึงส่งคำสั่งแจ้งไปยังกองอำนวยการที่มีโฆษกทั่วไปทำหน้าที่ประกาศอยู่ให้รวมเจ้าของกัณฑ์ช่วงบ่ายตั้งขบวนแห่ต้นผ้าป่าประจำกัณฑ์นั้นเดินรอบอุโบสถ 3 รอบอาจมีคณะกลองยาวเล่นนำร้องเพลงสร้างความบันเทิงในสถานทำบุญแล้วนำต้นผ้าป่าเข้าประจำศาลาที่ทำพิธีนั้น

        เมื่อเวลา  12.30 น. นิมนต์พระคุณเจ้าและคณะไปศาลาพิธีการเพื่อทำหน้าที่เทศน์โดยพิธีกรสงฆ์เรียนเชิญประธานจุดเทียนส่องธรรมและขอเชิญเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์ทุกกัณฑ์ไปจุดเทียนประจำกัณฑ์พร้อมกัน  ต่อจากนั้นก็อาราธนาธรรมว่า  พรัมมา  จะโลกา...แล้วพระคุณเจ้าก็เริ่มแสดงเทศน์มหาชาติ เริ่มกัณฑ์จุลพน  มหาพน  กุมาร  มัทรี  สักบรรพ  มหาราช  ฉกษัตริย์และนครกัณฑ์เป็นกัณฑ์สุดท้าย

        พิธีกรรับช่วงต่อโดยเอ่ยนามพระคุณเจ้าแต่ละรูปแล้วเชิญชวนทุกท่านกล่าวสาธุ  3 ครั้งให้กำลังใจแด่พระคุณเจ้าที่เดินทางมาแสดงธรรมในครั้งนี้  แล้วแจ้งจำนวนเงินที่ได้จากการเทศน์ช่วงเช้าว่าเท่าไหร่พร้อมกำหนดการต่อไปว่า เชิญประธานถวายเครื่องไทยธรรม  ถวายผ้าไตร  พระคุณเจ้ายะถา  สัพพี  เจ้าภาพกัณฑ์กรวดน้ำ รับพร  แล้วพร้อมกันแผ่เมตตา  ว่า...ปวงข้าสำรวมจิต  น้อมอุทิศแผ่เมตตา..ฯลฯ..และกล่าวคำอำลาพระ  ต่อไปนิมนต์เจ้าอาวาสประพรมน้ำพุทธมนต์และขอเชิญเจ้าภาพทั้ง  8  กัณฑ์มารับมอบของที่ระลึกจากท่านประธานหรือตัวแทน  จากนั้นพิธีกรสงฆ์ก็กล่าวอำลาพร้อมแจ้งให้โฆษกทางกองอำนวยการรับช่วงประกาศเรื่องทั่วไปได้ นั้นแล.


ในภาพ  ดร. พระครูพิมลธรรมภาณ  ( ท่านพระอาจารย์มานพ ) ท่านเป็นพระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ  ก่อนเคยอยู่วัดบางเสาธงด้วยกันมาตอนนั้นท่านพระอาจารย์มานพเป็นพระใหม่ ๆ อายุยังน้อย  ผมก็เป็นสามเณรตัวน้อย ๆ อยู่  ต. บางขุนศรี  เขตบางกอกน้อย  กรุงเทพ ฯ  ก่อนจะไปค้นหาทางชีวิตตามกรรมลิขิตของตน


ภาพนี้กำลังทำหน้าที่พิะีกรสงฆ์ในงานเทศมหาชาติ  ณ วัดมะกอกเหนือ  อ. ควนขนุน  จ. พัทลุง  เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2560


ขอบคุณช่างภาพนะครับ


เบื้องหลังคือทะเลบัวแดงแห่งทะเลสาบสงขลา