บันทึกการเดินทาง Japan Spring 2017 : คุราชิกิ- Kurashiki ศูนย์กลางกระจายข้าวแห่งยุคเอโดะ


จากที่ตั้งมั่นก่อนปิดทริปญี่ปู่นเราอยู่ที่โอซาก้ากัน และตั๋ว JR แบบ Kansai Wide Area Pass ของเรายังใช้ได้อีก 3 วันรวมวันกลับที่ใช้นั่งไปสนามบินคันไซได้ด้วย


ต้องใช้ทั้งเวลาและตั๋วรถไฟให้คุ้มค่า ตั๋วพิเศษนี้ใช้นั่งชิงคันเซ็นได้แค่เส้นทางเดียวคือ Osaka – Okayama (นั่งได้หลายขบวน)  วันนี้เราจึงวางแผนไปจุดหมายยอดนิยมคือ เมืองคุราชิกิ Kurashiki ค่ะ โดยการนั่งรถไฟวิ่งฉิวแบบชิงคันเซ็นจากOsaka ไปยัง Okayama ใช้เวลา 49 นาที เพื่อไปต่อรถไฟท้องถิ่นแบบหวานเย็นสาย JR Sanyo อีกแค่ 16 นาทีก็ถึงสถานี JR Kurashiki

เมืองคุราชิกิ อยู่ซ้ายสุดในแผนที่

 

รถไฟท้องถิ่นที่น่ารักและข้างในตู้ขบวนก็สะอาดมาก

ภายในสถานี JR Kurashiki เล็กๆยังอุตส่าห์มีมุมต้อนรับผู้มาเยือนอย่างทันสมัยด้วยหุ่นยนต์ตัวเล็กท่าทางเป็นมิตร แต่พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร 


ดูผู้คนก็พอจะทราบว่าต้องออกจากสถานีไปทางใดเพื่อไปสู่ส่วนที่น่าไปชมตามการโปรโมทการท่องเที่ยวของเมืองนี้ นั่นคือ Kurashiki Bikan Historical Quarter หรือ เขตอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ย่านคลองไบคันคุราชิกิ

เดินออกมาเจอแผนที่บอกเส้นทางที่อย่างไรก็ต้องไปถึง ไม่มีทางหลงค่ะ

 


 ย่านประวัติศาสตร์ที่เขาอนุรักษ์นั้นมองเห็นได้ง่ายด้วยเอกลักษณ์ของอาคารบ้านเรือนที่เป็นสีขาวและการตกแต่งด้วยสีดำ ตึกในเมืองโบราณแทบทุกแห่งที่ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเห็นในญี่ปุ่นก็มักจะเป็นสีนี้ และอาคารไม้ก็เป็นสีไม้หรือสีทีออกแนวดำ ขาว น้ำตาล ไม่มีการใช้สีแสบสัน

เดินชมบ้านเมืองที่ดูเงียบๆแต่ก็สะอาดตามมาตรฐานญี่ปุ่น 500 เมตรนี่เรื่องเล็กมากค่ะ ก่อนจะเข้าสู่เขตุประวัติศาสตร์ ก็ถูกดักด้วยร้านไอศกรีม/เครปญี่ปุ่น ร้านเล็กๆแต่ตกแต่งน่ารัก ที่สำคัญคือเป็นร้านที่ถูกกล่าวขวัญถึงในหมู่นักท่องเที่ยวหนุ่มสาว เลยพากันแวะสักหน่อย ป้าๆก็ชอบทานอะไรหวานๆเย็นๆอยู่ค่ะ และเดี๋ยวเราก็จะต้องเดินชมสิ่งต่างๆในย่านประวัติศาสตร์นี้อีกพอควร เติมพลังไว้เป็นดีค่ะ

 


 เมืองคุราชิกิสมัยก่อนมีความสำคัญมากเพราะเป็นศูนย์กลางการรวบรวมผลผลิตข้าวจากเมืองรอบๆนำมาเก็บไว้ที่นี่ก่อนกระจายไปสู่เมืองการค้าสำคัญๆอย่าง โอซาก้า และ เอโดะ หรือปัจจุบันคือ โตเกียว

คุราชิกิจึงมีเครือข่ายลำคลองและโกดังเก็บข้าวเรียงรายเป็นแถว ซึ่ง Kurashiki นั้นหากแปลเป็นภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า The town of storehouses


โกดังเก็บข้าวตั้งแต่ยุคเอโดะนั้นปัจจุบันได้ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านขายของ และร้านกาแฟสวยเก๋ แม้อาคารจะถูกตบแต่งอย่างสวยเก๋ แต่ลักษณะเดิมของโกดังข้าวก็ยังคงอยู่

ผู้เขียนนึกถึงโกดังสินค้าแต่ครั้งโบราณที่ยังปรากฏและเป็นภูมิทัศน์การท่องเที่ยวในหลายเมืองที่ได้ไปชม เช่นจากทริปนี้คือ Omihachiman และจากทริปอื่นๆเช่นที่ Otaru เกาะฮอกไกโด เห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความคิดของคนท้องถิ่นและการปกครองท้องถิ่นที่มีสติปัญญาให้คุณค่ากับสิ่งที่ตนมี และสามารถสร้างมูลค่าในปัจจุบันได้อย่างมีวิสัยทัศน์ มีรสนิยมที่ดี

จากแผนที่คงจะเห็นได้ชัดว่าสถานที่ที่น่าสนใจพิพิธภัณฑ์ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่จะเรียงรายอยู่สองฝั่งคลอง เลือกชมได้ตามอัธยาศัย ความสนใจและเวลาที่มี

 

ตลอดสองฝั่งของคลองมีพิพิธภัณฑ์หลากหลายดัดแปลงจากโกดังเก็บข้าวทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Museum of Folkcraft, Archaeological Museum, Kake Museum ที่รวบรวมจัดแสดงประวัติความเป็นมาของการเก็บรักษาข้าว วิธีการต่างๆ รวมไปถึง อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ จานชามเซรามิค ของมีค่าในสมัยก่อน และ Toy Museum

***

ขอสารภาพว่าเคยดูข้อมูลของคุราชิกิมานานแล้วไม่สนใจนักค่ะเพราะจากภาพดูรวมๆไม่มีอะไรที่โดดเด่น ลำคลองและต้นหลิวกับทิวทัศน์ภูเขาเป็นฉากหลังก็เคยเห็นมาแล้วในเมืองที่เคยไป แต่เมื่อมาเยือนด้วยตนเองความคิดก็เปลี่ยนไปหมดค่ะ

อาคาร Information Center ด้านในมีข้อมูลเกี่ยวกับคุราชิกิตั้งแต่ครั้งโบราณ 

คุราชิกิมีแง่มุมที่น่าสนใจมากมายและเขานำสิ่งที่เป็นท้องถิ่น เป็นของเฉพาะตัว เป็นสิ่งโดดเด่นของยุคสมัยเอโดะเชื่อมต่อกับยุคเมจิที่เริ่มมีความเป็นฝรั่งตะวันตกเข้ามาในวัฒนธรรม กับความเจริญของเมืองมานำเสนอ


***

 มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Ohara Musum of Art เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมาก เขาตั้งใจสร้างขึ้นใหม่ ไม่ได้ใช้อดีตโกดังข้าว 

สร้างใหม่เลยหน้าตาเป็นยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี 1930 นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งแรกในญี่ปุ่น จัดแสดงผลงานชิ้นเยี่ยมๆของศิลปินเอกอย่าง Picasso, El Greco, Gauguin, Modigliani, Rodin, Klee, Pollock และ Kandinsky  เป็นต้น

 

Ohara Museum

 

ใครจะเข้าชม Ohara Musuem Of Art(เป็นของเอกชน)ก็เสียเงินซื้อบัตรเข้าชมที่จะชมได้ทั้ง 3 อาคาร คือ 

  • Main Gallery ชมภาพเขียนตะวันตกของศิลปินที่กล่าวข้างต้น และ
  • อาคารAnnex แสดงผลงานทั้งภาพเขียน งานศิลปะอื่นๆ เช่นภาพพิมพ์ไม้ เซรามิคของศิลปินญี่ปุ่น

สองอาคารนี้อยู่ติดกันและอยู่ริมคลอง

  • อีกอาคารอยู่คนละที่เดินเลียบคลองไปแค่ 5 นาที คือ Kojima Museum ตั้งอยู่ใน Ivy Square เป็นที่แสดงผลงานของศิลปินเอกของญี่ปุ่นที่วาดภาพในแนวตะวันตก

ชื่อร้านกาแฟหรูของมิวเซียมใช้ชื่อของศิลปินจิตรกรเอกของโลก El Greco 


 ***

ชื่อ Kojima นั้นนอกจากจะเป็นชื่อศิลปินที่วาดภาพแล้วนำมาตั้งเป็นชื่อชื่อKojima Museum ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Ohara Museum ยังเป็นชื่อเมืองที่คุ้นหูนักท่องแดนญี่ปุ่นที่เป็นสาวกยีนส์ 

โคจิมะ เป็นเมืองเล็กๆอยู่ไม่ไกลจากคุราชิกิ ส่วนมากคนที่มาคุราชิกิมักไปโคจิมะด้วย แต่เราไม่ได้ไปค่ะ ท่านที่สนใจลองไปอ่านที่ลิ้งค์ที่ให้มานะคะ 

การผลิตผ้ายีนส์ กางเกงยีนส์ และเสื้อผ้ายีนส์ที่โคจิมะนั้นคุณภาพดังระดับโลก ตอนนี้ที่เมืองไทยมีคนสั่งผลิตภัณฑ์กางเกงยีนส์จากโคจิมะมาขายในห้างดังราคาตัวหนึ่งเริ่มที่ครึ่งหมื่นเป็นต้นไปค่ะ

https://www.talonjapan.com/koj...

ภาพด้านล่างเป็นร้านเสื้อผ้า รวมทั้งที่ทำจากยีนส์ ในตรอกซอกซอยของคุราชิกิ เผื่อใครอยากซื้อ แล้วไม่มีเวลาไปถึงโคจิมะ ร้านนี้เขาเขียนคำโฆษณาสินค้าเขาว่า Heartmade  ทำจากใจ...กันเลยทีเดียวนะคะ


***

ลำคลองในส่วนที่อนุรักษ์เอาไว้นี้ จะมีตึกโกดังหลายแบบ หลายอาคารที่ยังคงสภาพเดิมและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สร้างจากอาคารสีขาวตัดกับกระเบื้องสีดำ รวมกับบรรยากาศของ ต้นไม้ริมคลอง ทางเดินหินและสะพานหินตลอดทาง ทำให้ได้ภาพที่แปลกตา หาดูได้ยาก


คณะของเราไม่เน้นอะไรเป็นพิเศษแค่ต้องการเดินชมบรรยากาศ ชิมขนม ของกินเล่นที่น่าสนใจ อากาศดีมาก ไม่หนาวเลย เดินนานๆได้เหงื่อกันเลยนะคะ แค่เดินอย่างนี้ก็เพลิดเพลินใจมากค่ะ


แช่เครื่องดื่มในอ่างหินเก๋ดีค่ะ ดูเย็นเจี๊ยบคลายร้อนดับกระหายได้อย่างดี

ขนมแผ่นๆนั้นเป็น Oyster Cracker ทำใหม่ๆกันทีละแผ่น 

1 แผ่นใส่หอยนางรมสด 1ตัวใหญ่ๆ ใส่แป้งและหอยนางรมสดลงในพิมพ์ร้อนๆ บีบอัด รอสักครู่ ความร้อนอบออกมาสุก กรอบๆเค็มๆหวานแป้งนิดหน่อย หอมและได้รสชาติหอยนางรมเต็มๆ คนเข้าคิวซื้อกันยาวค่ะ

***

ชมจนพอใจและได้เวลาอาหาร เราตัดสินใจเดินกลับไปหาอะไรทานแถวสถานีรถไฟ วันนี้ที่ย่านคลองคุราชิกิ คนเยอะค่ะ


เราเดินกลับคนละทางกับตอนขามาย่านอนุรักษ์นี้ จะใช้เส้นทางที่เดินผ่านย่านร้านขายของที่มีหลังคายาวคลุมทางเดิน 

ไม่ต้องกังวลความร้อน ความหนาว หรือ ฝน ย้อนไปดูในแผนที่ย่านอนุรักษ์จะเป็นเส้นสีชมพูเขียนว่า Shopping arcade ปกติจะเรียกว่า Shopping Street

บรรยากาศของเส้นทางนี้ช่างดูหงอย ร้านรวงไม่มีชีวิตชีวา หลายร้านเหมือนปิดกิจการไปแล้ว มีคนเดินประปราย เห็นอย่างนี้ทำให้ได้คิดอีกค่ะว่า ทุกเมืองท่องเที่ยวของญี่ปุ่นจะมี Shopping street มีสินค้าหลากหลายทั้งของใช้ ของกิน ราคาไม่แพง แต่ใช่ว่าทุกแห่งจะประสบความสำเร็จ อะไรที่คิดว่าดี จะ copy เอาไปใช้ทุกแห่งนั้นไม่เหมาะสมแน่ๆ เพราะแต่ละพื้นที่มีประวัติศาสตร์ มีบริบทที่แตกต่างกัน

เคยชมสารคดีที่กล่าวถึง Shopping street ของญี่ปุ่น(ซึ่งทั่วประเทศมีเป็นหมื่นแห่ง) หลายเมืองที่เป็นเมืองเล็ก ประชากรหนุ่มสาวย้ายไปทำงานเมืองใหญ่ จะเหลือแต่คนสูงวัยทำมาค้าขาย และภาวะเศรษฐกิจก็ทำให้มันซบเซาลงมาก รัฐบาลกำลังหาทางฟื้นฟูค่ะ

ลองชมเรื่องราวและบรรยากาศของ Shopping street ญี่ปุ่นได้จากลิงค์นี้ค่ะ

https://www.youtube.com/watch?v=iv3PgUkRsMs


อย่างไรก็ตาม ได้มาชมย่านคลองของเมืองคุราชิกิ อากาศสดใส นับได้ว่าเป็นทริปที่เบิกบาน และได้คิดคำนึง นึกถึงคำกล่าวเกี่ยวกับการเดินทางว่า


One’s destination is never a place,

 but rather a new way of looking at things.

  • Henry Miller


หมายเลขบันทึก: 634086เขียนเมื่อ 19 สิงหาคม 2017 15:06 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 สิงหาคม 2017 15:06 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (3)

คิดถึงคลองตรงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเมื่อสี่สิบปีก่อน..มีก๋วยเตี๋ยวเรือ..สามละสามบาท..ขาย..ดู..ห่างไกลกับญี่ปุ่น..มาก..ๆจัง...เล้ย..

กลับมาไทยยังคะ เหมือนได้ตามไปเที่ยวเลยค่ะ

บรรยากาศน่าเที่ยว อาจารย์นุชเขียนเล่าได้ดีมาก ๆ คนอ่านนึกเห็นภาพตามเลย

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี