มีอีกแนวทางหนึ่งที่ผมกำลังทดลองกับโรงเรียนแห่งหนึ่ง  เป็น การบูรณาการหลักทฤษฎีการกระจ่างในค่านิยม ( VC ) และการปรับพฤติกรรม ( BM ) เข้ากับระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา(เน้นมาตรฐานด้านผู้เรียน) โดยใช้ ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นฐาน   ผ่านทางครูที่ปรึกษา   ซึ่งใช้ชั่วโมงโฮมรูมที่ครูที่ปรึกษาต้องเข้าไปดูแลอบรมนักเรียนทุกสัปดาห์อยู่แล้ว  เป็นเวทีในการขับเคลื่อน   โดยมีเอกสารหมายเลข 1-3 เป็นเครื่องมือดำเนินการขับเคลื่อน โดยเริ่มจาก

เอกสารหมายเลข 1
  เป็นแบบสำรวจตนเองของนักเรียน ตามเครื่องมือที่กำหนด (ใช้มาตรฐานในระบบประกันคุณภาพ ด้านผู้เรียน เป็นแนวทางในการจัดทำเครื่องมือ)  โดยครูที่ปรึกษาจะกระตุ้น/เสริมแรงให้นักเรียนแต่ละคนตระหนักในพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของตนเอง (ใช้ทั้งทฤษฎี VC. และ BM)  รวมทั้งใช้กลุ่มเพื่อนช่วยทำให้นักเรียนเกิดความตระหนักด้วย                
เอกสารหมายเลข 2 เป็นแบบสำหรับให้นักเรียนแต่ละคนวางแผนแก้ปัญหา/พัฒนาพฤติกรรมที่ตนยืนยันว่ายังเป็นปัญหา   ตามที่สำรวจในเอกสารหมายเลข 1 ซึ่งเป็นการใช้ทฤษฎี BM เน้นที่การ  Self Control และการเสริมแรง
 
เอกสารหมายเลข 3 เป็นแบบติดตามการปฏิบัติตามแผนที่นักเรียนกำหนดเอง  โดยใช้หลักการเสริมแรงเป็นระยะๆจนนักเรียนมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น  แล้วมาตรวจสอบทบทวนประเมินตนเองว่าบรรลุตามเป้าหมายและเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่
         ผมคิดว่าหากครูสามารถช่วยดูแลเป็นกำลังใจให้ผู้เรียนแต่ละคนสามารถวางแผนและปฏิบัติตนตามแผนได้อย่างต่อเนื่อง น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหลายประการคือ
       
1.   มาตรฐานคุณภาพด้านผู้เรียนทุกมาตรฐานจะเพิ่มขึ้นเป็นรายบุคคล ถ้าครูที่ปรึกษาทุกคนในโรงเรียนดูแลนักเรียนเช่นนี้ไปพร้อมกันก็จะส่งผลให้คุณภาพของผู้เรียนทั้งโรงเรียนตามระบบประกันคุณภาพการศึกษาสูงขึ้นด้วย
       
2.    เป็นการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ที่ครูสามารถ x-rays นักเรียนเป็นรายบุคคลที่บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
       
3.    ครูผู้สอนแต่ละกลุ่มสาระอาจเทียบเคียงแนวปฏิบัตินี้ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระที่สอน  และสามารถใช้ในการประเมินคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตร รวมทั้งสามารถเพิ่มสมรรถนะและพัฒนาผลงานทางวิชาการของตนได้ด้วย
          หากท่านมีเทคนิควิธีการที่ดีที่ประสบผลสำเร็จในการปฏิบัติมาแล้ว กรุณาแบ่งปันกันบ้างนะครับ