ผมรู้สึกว่าเป็นคนโชคดีที่สามารถหาความสุขได้ง่ายๆ จากการชื่นชมความสำเร็จของผู้อื่น แต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่องทุกกาละเทศะนะครับ บางเรื่องที่จับได้ว่าเป็นความสำเร็จที่ได้มาแบบปลอมๆ ประเภท ยกป้ายถ่ายรูปแล้วอวดอ้างว่าเป็นความสำเร็จ เนื้อแท้เป็นอย่างไรก็พอจะรู้กันอยู่ แบบนี้ก็ชื่นชมไม่ไหวเหมือนกัน ทำได้เพียงนั่งวิเคราะห์ไตร่ตรองเงียบๆ มองหาจุดอ่อน-จุดแข็ง, โอกาส-อุปสรรค เอาไว้พูดจาปรึกษาหารือกันเมื่อถึงเวลา

ในที่ประชุมกรมการจังหวัดเมื่อวันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมมีความสุขกับการได้ชื่นชมความสำเร็จของพวกเราชาวชุมพรอีกเรื่องหนึ่งนั่นคือ การมอบรางวัลผู้ชนะเลิศจากโครงการประกวดส้วมดีเด่น โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

โครงการฯ นี้ดำเนินการโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร มีการแบ่งส้วมที่เข้าประกวดออกเป็น 5 ประเภท คือ ส้วมในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร, สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง, สถานประกอบการจำหน่ายอาหาร, ศาสนสถาน และตลาดสด

ผู้ที่ชนะเลิศการประกวดส้วมดีเด่นของ จ.ชุมพรทั้ง 5 ประเภท เมื่อส่งเข้าประกวดในระดับเขต 11 ภาคใต้ตอนบนก็ชนะเลิศได้ถึง 4 ประเภท และเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอย่างยิ่งที่เราสามารถชนะเลิศในระดับประเทศ 2 ประเภท คือ สวนนายดำ อ.ทุ่งตะโก ชนะเลิศประเภทส้วมในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และบริษัทสามดาวปิโตรเลียม จำกัด อ.ท่าแซะ ชนะเลิศในประเภทสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

ภาพของบุคคล ตัวจริง ที่ขึ้นไปรับรางวัลจากท่านผู้ว่าฯ เป็นภาพที่น่าชื่นชมมากครับ โดยเฉพาะบริษัทสามดาวฯ ได้ให้พนักงาน 2-3 คน ขึ้นรับรางวัลพร้อมกัน ดูจากโหงวเฮ้งแล้วผมมั่นใจว่า ท่านเหล่านั้นคือพนักงานผู้ปฏิบัติในการดูแลรักษาความสะอาดของส้วม ผลงานที่ท่านทำอยู่ทุกวันด้วยความเอาใจใส่ ร่วมแรงร่วมใจ ติดตามตรวจสอบ เรียนรู้แก้ไขภายในทีมงานซึ่งประกอบด้วยเจ้าของกิจการ หัวหน้างาน และโดยเฉพาะ ผู้ปฏิบัติ บอกเรื่องราวหลายอย่างให้สังคมชุมพรได้เรียนรู้

เรื่องแรกที่ผมได้เรียนรู้จากตัวอย่างของจริงในเหตุการณ์นี้คือ ความรู้อยู่ที่ผู้ปฏิบัติ

ผมไม่เชื่อว่าคุณพงษ์ศักดิ์ ฉิ่งสุวรรณโรจน์ จากสวนนายดำ หรือคุณวิภา วิภาสวัชรโยธิน จากบริษัทสามดาวฯ จะเป็นผู้ที่มีทักษะ ความรู้ความชำนาญในการรักษาความสะอาดส้วม เก่งกว่าและดีกว่า

พนักงานผู้ปฏิบัติ เจ้าของกิจการน่าจะเก่งในเรื่องการบริหาร วางระบบควบคุมกำกับงาน ติดตามผลงาน รวมทั้งการสร้างแรงจูงใจ แต่ไม่เก่งกว่าผู้ปฏิบัติในการลงมือรักษาความสะอาดส้วมเป็นแน่

ดังนั้น ถ้าจะต้องมีการปรับปรุงกระบวนงานเพื่อยกระดับการทำงาน ให้ได้ตามมาตรฐาน ที่กำหนด และต้องไปไกลกว่านั้นคือ เหนือกว่ามาตรฐาน จนสามารถพิชิตรางวัลดีเด่นระดับชาติในครั้งนี้ ผมเชื่อว่า ต้องมีการ เรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Team Learning

เรื่องนี้สำคัญมากนะครับ เพราะทีมงานจะเรียนรู้ร่วมกันได้ ต้องอาศัยทักษะหลายอย่าง ที่ทดลอง ฝึกฝน และสร้างขึ้นมาจากการปฏิบัติ ยกระดับจนกลายเป็นมาตรฐาน มีอะไรบ้างครับ ?

ผู้นำในการพัฒนาระบบงานต้องมองเห็นงานทั้งกระบวนการ ประมาณว่า ต้องคิดให้เป็นระบบ หรือ System Thinking จึงจะสามารถสื่อสาร กระตุ้นจูงใจให้เกิดการปฏิบัติร่วมกัน

ทีมงานต้อง พูดคุยแลกเปลี่ยน และ ฝึกฟังให้เป็น ด้วยนะครับ ประเภทสั่งอย่างเดียวแล้วไม่ฟังกันเลย ไม่ทำเกิดการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีมหรอกครับ การฟังให้เป็นด้วยทัศนคติที่เป็นบวก จะแปรเปลี่ยนเรื่องที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี ผลที่ตามมาไม่เพียงได้ในเรื่องความรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับจิตสำนึกในทีมงานด้วย

เรื่องของส้วมดีเด่นหลายท่านอาจจะคิดว่า เป็นเรื่องเล็กน้อย ออกคำสั่ง-บังคับให้ปฏิบัติ แค่นี้ก็ได้ผลงานที่ดีแล้ว ถ้ายังไม่ดีก็เรียกมาตำหนิ บีบคั้นกดดัน ไม่เห็นจะต้องทำอะไรมากมายอย่างที่ว่ามานี้เลย

ไม่จริงหรอกครับ เรื่องนี้มีวิธีพิสูจน์ได้ง่ายๆ วิธีการหนึ่งที่คิดได้จากเรื่องส้วมดีเด่นครั้งนี้คือ การตั้งข้อสังเกตหน่วยงานที่ ผู้นำ มีลักษณะการบริหารแบบที่ว่ามา แล้วไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานของส้วม ถ้าจะให้ดีก็สังเกตไปถึงส้วมที่บ้านพัก

ผมว่าน่าจะได้อะไรที่เป็น ของจริง ให้เรียนรู้กันบ้าง.