(บันทึก)..ตายแล้ว..ก็..แล้วกัน..."จริงไหม"..ในแกลลอลี่ชีวิต..วันนี้

ยายธี
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ


เกิด..แก่..เจ็บ..ตาย..เป็นเรื่อง..ธรรมดา..ธรรมชาติ..(คนที่เกิดหลังสงคราม..มักจะยังถูกสอน..มาอย่างนั้น..เพราะ..ต้องตาม..ย่ายาย..ไปวัด.ในสมัยนั้น.)

และ..จะคิดได้อย่างนั้น.รึเปล่า..สำหรับทุกคนๆที่บังเอิญ..เกิดมา...

เกิดมา..แล้ว..คิดมากไป..(ความคิด..ที่เหมือน..ลิง ที่โลดโดด ไป มา..ไม่เคย.."อยู่สุข"..คิดๆไป ก็เลย..รับ"ทุกข์"..มาแบก..อย่างท่านพุทธทาส..กล่าวไว้..)..

ท่านบอกให้ปล่อย..วาง..ว่าง..เสียบ้าง...เอ จะ..มีใคร..ทำได้แค่ไหน..ไม่รู้ได้...(เพราะ..ต้องทำเองเห็นเอง..ถามใครก็ไม่ได้..)...."ว่างั้น"..แหละ

แล้ว..เมื่อ..ตายแล้ว..ก็..แล้วกัน..นั้น..."จริงไหม"..ตรงนี้..จะมีคำตอบ..ที่ถามเล่นๆ..ไหม..(ไม่รู้)...

"ตัว กู  ของกู"..กู่..ไม่กลับ....




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บล็อกของยายธี



ความเห็น (7)

นั่นสิคะ บอกยากนะคะ เรื่องปล่อยวาง

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ..คุณแก้ว ..อุบล จ๋วงพานิช...ค่ะ ยาก ตรงที่  หาก ปล่อย  ก็กลัวจะหล่น..หากจะวาง..ก็กลัว..จะลืม....ก็เป็นซ้ะงั้น  นะเจ้าคะ  คน..!!!

sr
IP: xxx.68.208.142
เขียนเมื่อ 

We have stories about "re-birth" (re-incarnation) in the Tipitaka. Whether, we choose to disbelieve this part of the Tipitaka (while we believe the rest of the Tipitaka)... and whether we choose to believe 'jati' as death of a 'living moment' or death of a 'living life'...

We "know" we can ponder about living for the rest of our life. But we know really nothing to contemplate about death. So, while we live let us live and do the best we can to live 'right'.

;-)

เขียนเมื่อ 

เท่าที่พอทำได้ตามเหตุและปัจจัย ... ใจนี่ละคะคุณยายธี  จะพาง่ายก็ง่าย  บางทียังแอบยาก  อิ อิ

ขอบคุณค่ะให้ฉุกคิด

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ  คุณsr..เรื่องเกิดแล้วเกิดอีก หรือ  จะเกิดเป็นอะไรต่อมิ อะไร..คน..ที่ชื่อยายธี..คิดไปไม่ถึงเจ้าค่ะ...เอาแค่ บวกลบแล้วเท่ากับสูญ..พอแล้ว..แล้วที่พอทำได้อย่างคุณหมอธิว่า...นั้น..ก็ไม่ง่าย  เพราะมักจะ  ตามใจ..ที่เป็นใหญ่..กับจิตที่ควบคุมยาก..เพราะฝึกมา..ไม่ได้..อย่างสมองบอก  ตอนอ่านด้วยตา...อิอิ..

ย่าบอกว่า..ตายแล้ว  ก็แล้วกัน..(เชื่อคำคุณย่า..ตอนแก่เหมือนย่า..555)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณหมอธิ..."ทุกอย่าง อยู่ที่ใจ"..อิอิ..(ใจใหญ่ใจน้อย..จิตตก ..เอ้อ  ไม่ง่าย..เจ้าค่ะ..เลยเอาเป็นว่าตายแล้วกัน  อิอิ..

เขียนเมื่อ 

ตายแล้ว..ก็แล้วกัน...(น่า..จะ..เป็นวลี  ที่ใช้อยู่ในสมัยหนึ่ง..ที่ถูกลืม..)  อันจะเป็นประโยค..ที่มีไว้ ปลอบใจกันและกัน สมัยหนึ่งนั้น..ในเรื่อง เวร  เรื่อง กรรม..แล ผลบุญ..อันมี  เมตตา เป็นเครื่องค้ำจุน.. "มิให้ ใจ นั้น..ที่ฟุ้งซ่าน อยู่  สงบ สยบ..ลงบ้าง..."..อันมีเหตุนำอยู่..ในทุกๆกรณี....