826. "ค้นหา IKIGAI ด้วย Funnel Test"

ก่อนอ่านเรื่องนี้ ควรศึกษาบทความนี้มาก่อน... IKIGAI 

https://www.gotoknow.org/posts… 


IKIGAI นี่เป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก มักเป็นกรอบการมองชีวิต เพื่อสร้างความสุขที่ยั่งยืนว่า ให้ประโยชน์ต่อโลกมากกว่า   IKIGAI เป็นสิ่งที่คนตะวันตกไปค้นพบว่า มันเป็นเหตุผลที่ทำให้คนในเมืองโอกินาว่า ในประเทศญี่ปุ่น มีอายุไขยาวนาน..ความสุขแบบ IKIGAI เป็นยังไง มองคร่าวๆ ครับ ถ้าคุณมีพรสวรรค์ทางคณิตศาสตร์ แล้วมีคนมาถามคุณบ่อยๆ คุณจะรู้สึกมีความสุขไหม รู้สึกตัวเองมีคุณค่าไหม  ผมถามมามาก เขาบอกรู้สึกว่ามีค่า…  ง่ายๆ คุณจะมีความสุขขึ้นมากกว่าเดิม จากที่มีความสุขอยู่แล้ว ถ้าคุณเอาความสุขของคุณไปแก้ปัญหาให้คนอื่น และคุณจะสุขขนาดไหน ถ้าคุณสามารถเอาพรสวรรค์ทางคณิตศาสตร์ไปช่วยแก้ปัญหาให้คนอื่น แล้วทำเป็นอาชีพได้ จินตนาการสิ ชีวิตคุณจะเหมือนขึ้นสวรรค์ เพราะคุณได้อยู่กับสิ่งที่ชอบตลอดเวลา  

คุณว่าในสังคม …คนอยู่ในภาวะนี้กี่ราย…   ไม่ค่อยเจอครับ .

. แล้วจะเจออย่างไร … ผมเองเลยอยากนำเสนอเทคนิคที่นอกเหนือจากการพยายามตอบคำถาม IKIGAI ด้วยเทคนิคอื่นๆ ตามมา  เพราะเมื่อปีก่อนผมลองช่วยหลายคนตอบคำถามแล้ว มันก็ยังไปไม่รอด ยังคิดกันไม่ออก …ผมเลยไปคนหา Model อื่นๆ มาช่วยกันมอง …Model วันนี้ที่อยากเสนอ…สามารถเอามาพัฒนา IKIGAI ได้นั่นคือ Funnel Test

Funnel Test มีหน้าตาอย่างนี้ครับ



Funnel Test ทำง่ายๆคือ

  • หา Passion ก่อน
  • หา Purpose (คล้ายๆ IKIGAI)
  • เอาไปต่อยอดเป็น IKIGAI
  • ขั้นแรกคือหา Passion ….Passion คือรักแบบเจาะลึกหาโดยตอบสามคำถาม…

    Passion 1. ความสัมพันธ์กับคนกลุ่มไหนที่นำความสุขมาให้คุณ… ขอผมก็คือนักศึกษา คนทำงานที่มี Passion เป็นคนดี ไม่กร่าง ไม่แคร์ว่าคุณมาจากไหน … 

    Passion 2. คุณใช้เวลาหมดไปกับอะไรแล้วมีความสุขที่สุด …  ของผมก็ให้คำปรึกษา พัฒนา Workshop ใหม่ๆ เจาะลึกความรู้ใหม่ๆ ทำ Consulting 

    Passion 3. อะไรที่ทำได้ดีกว่าคนอื่น…ให้คำปรึกษา/สอน AI แบบ Applied สุดๆ ผมเอาเอาไปผสมศาสตร์ต่างๆให้มันกลมกล่อม  ากนั้นผมจะได้ Passion รวมกันก็คือเอาสาม Passion มาผสมกัน ผู้คิดเรื่องนี้เรียกว่า Sweet Spot … เป็นสุดยอดรักแบบเจาะลึก ของผมเองคือ… “สอน/ให้คำปรึกษา AI ให้คนดีมี Passion” 

    คราวนี้ได้ Passion ที่คมชัดแล้ว… วิธีการ Test ว่าเป็น Passion จริงๆ อีกรอบ คือ…เวลาคุณทำเรื่องนี้แล้ว ต้องมีใครบังคับไหม . ถ้าไม่มีใช่เลย… คุณเจาะลึก ค้นคว้าหาความรู้พัฒนาตัวเองมาในทิศทางนี้ไหม ชนิดไม่หยุดทั้งๆที่ใครๆก็บอกว่าคุณเก่ง… คุณทำมันยังกับเป็นงานอดิเรก เลิกงานก็ยังสนุก ยังคิดในหัวตลอด…  นี่เรียกว่า Passion เลย

    Passion จะทำให้คุณเก่งมากขึ้นเรื่อยๆสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าคุณมี Purpose ซึ่งก็คือเอา Passion ไปแก้ปัญหาให้คนในวงกว้าง เรียกว่าในระดับสังคม… ไม่ว่าจะเป็นตะวันตก หรือตะวันออก พบกันมานานแล้วว่าจะทำให้คนมีความสุขในชีวิต มีสุขภาพจิตดีกว่า ที่สำคัญสังคมรอบด้านจะเติบโตกว่า …  ถ้าอยากสุขมากกว่าเดิมก็มาหา Purpose ก่อน …  

    Purpose หาจากการว่า เอ…ตอนนี้เราอยากทำให้สิ่งที่เราทำอยู่ ธุรกิจ ที่เราทำอยู่มันสวยงามขึ้นอย่างไร… จะหาที่งามก็ต้องมองที่ไม่งาม… ที่ผมเห็นในแวดวงการพัฒนาคน และองค์กรมาสักพัก… ราคาครับ แพงจนจับไม่ลง.. ขนาดผมเริ่มมีฐานะยังรู้สึก ..ความรู้ดีๆตอนนี้เข้าถึงได้เฉพาะคนที่มีทุน

    ไม่พอเป็นอาจารย์มหาลัย มีคนทำงานบริษัทชื่อดัง ไปเจอกันที่สนามบิน… 

    “นี่อาจารย์รู้ไหม โรงงานผมมีปัญหา ถาม Consult …จ่าย 2 ล้าน 14 วันมันหาคำตอบมาให้เลย”

    ตายแล้วครับ ร้านส้มตำแถวบ้านผม มี Passion อยากปั้นร้านให้คนอิสานไม่ต้องอพยพไปทำงานที่อื่น.. อยากได้แนวคิดบริหารดีๆ …ต้องไปเกิดใหม่แล้ว ถึงได้ความรู้ดีๆมาแน่ๆ  ผมไม่โทษใครครับ  ผมว่าประเทศเรามีปัญหาแล้ว …คนดีๆ มี passion มันเข้าถึงความรู้ดีๆ ยากมากครับ

      ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองไปหมด  บางหลักสูตรเคยเป็นความฝันของผมเลย อุตส่าห์คิดแล้วคิดอีกอย่างไปเรียน เพราะ 7-8 หมื่น จะได้เอาความรู้ระดับ Certification ไปสอนลูกศิษย์ในอิสาน ให้เก่งๆ  แต่ไม่ได้เรียนสักทีเพราะมีภาระ ผมก็มักเจอผู้บริหารบริษัทดังๆ ..มาบ่น..แพงจังอาจารย์..ไปเรียนมาแล้ว ..ไม่มี Passion หรอก เรียนเพื่อที่จะรู้ว่าเขากำลังพูดถึงอะไร…นี่เจอกันมาเป็นสิบรายที่พูดอย่างนี้ สรุปแล้วคนอยากเอาไปใช้ไม่ได้เรียน คนอยากเรียนไม่ได้เอาไปใช้…

    จินตนาการนะครับ คนมี Passion อยากเป็นหมอ เรียนวิทย์ Top หมด Ent ติดด้วย แต่ไม่มีตังค์เรียน อีกคน “มาเรียนหมอครับ มาเรียนไม่ได้จะไปเป็นหมอนะครับ แต่อยากรู้ว่าหมอเรียนอะไร ถ้าเป็นอย่างนี้ประเทศเราคงไม่ไปไหนแน่

    ไม่ว่ากัน… บุญคนเราสร้างสมมาต่างกัน ตอนนั้นยอมรับชะตากรรมครับ  แต่ตอนนี้ผมจะไม่ยอมรับชะตากรรมอย่างนี้อีก ไม่อยากต้องไม่มีใครเจอแบบผมอีก…เพราะอะไรครับ

    .. เพราะภายหลังผมเรียนเอก เลยจับพลัดจับผลูได้ไปเรียนกับผู้คิดทฤษฎีโดยตรงเช่น David Cooperrider คนที่คิดวิชา Appreciative Inquiry … คนพวกนี้สุดยอด เมตตามากๆ เอาความรู้ให้คุณฟรีๆ เลย เขาไม่สนใจว่าคุณมาจากไหน ..คุณอยากรู้คุณเข้าไปได้เลย ..ผมเคยนั่งกินข้าวกับท่าน .. นอกจากนี้ผมยังเคยเรียนและเคยกินข้าวกับ อาจารย์ Peter Senge คนคิด Learning Organisation …นั่นก็สุดยอด …เป็นฝรั่งนับถือพุทธ ดูยังกะหลวงจีนเลย ..

    อาจารย์คนแรกเอาแนวคิด AI ไปแก้ปัญหาโลก ท่านมองว่าธุรกิจคือ Change Agent แก้ปัญหาของโลก เช่น ท่านเอา AI ไปค้นหาบริษัทที่เป็นของคนยิว แต่จ้างแรงงานปาเลสไตน์ อยู่ในเขตปาเลสไตน์…ธุรกิจนี้ท่านไปพบว่ามันเป็นต้นแบบการประสานความต่าง ความแตกแยกของโลกได้ ท่านก็ไปเชียร์ขึ้นมา …อาจารย์ Senge ตอนนี้ก็จับปัญหาระดับโลกเรื่องสิ่งแวดล้อม …มองในเรื่องการคิดเชิงระบบ… 

    และพอผมเรียนมามากๆ เข้า ได้สัมผัสความรู้จากมือหนึ่งที่ทำเพื่อโลกจริงๆ.. แล้วเอาไปทำจริง หลายครั้งไปทำให้บริษัทที่ปรึกษาดังๆ ..ก็พบว่า ที่เราเรียนมานี่มัน Advance นะ และจริงๆ ก็เป็นของฟรี เจ้าของไม่หวงเลย ..หลายอันเทียบเท่าหรือดีกว่าองค์ความรู้ที่บริษัทดังๆ ที่ซื้อ License กันมาขายให้บริษัทชั้นนำบ้านเราซะอีก

    ผมเลยเกิดแนวคิดอยากทำให้ธุรกิจ แวดวงการพัฒนาองค์กรให้มันสวยงามขึ้น ผมอยากเห็นคนดีมี Passion ถ้าอยากได้องค์ความรู้ระดับโลกที่คนไทยได้เรียนรู้ พัฒมา ก็ควรเข้าถึงได้  ไม่มีขีดจำกัด … 

    จาก Passion และสิ่งที่ผมอยากทำให้สวยงามขึ้น จึงเกิดเป็นจุดประสงค์ของการมีชีวิต (Purpose ของผม) นั่นคือ ข้าพเจ้าจะใช้ชีวิตเพื่อศึกษา ต่อยอด Appreciative Inquiry  และทำให้คนดีๆ มี Passion จากทุกเศรษฐฐานะในสังคมไทย เข้าถึงองค์ความรู้ด้านการพัฒนาองค์กรระดับโลกได้ Funnel Test ของผมเลยมีหน้าตาอย่างนี้ครับ…


    อ้อคุณอาจถามครับ…มีใน Internet หมดแหระจาน….เอาเป็นว่าที่ผมเจอมามันเป็นบางส่วน … มันไม่ทั้งหมดหรอกครับ หลายเรื่องมาจากคนละสังคม วัฒนธรรม ดูเหมือนมี แต่เอามาใช้ไม่ง่าย  ใน Field ผมนี่มีมากก็จริง แต่ทำจริงต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์พอควร  Google ไม่ได้ตอบคุณทุกอย่างหรอก ล่าสุดพยาบาลผู้ใหญ่ในมหาลัยบ่นผมว่า..พยาบาลรุ่นใหม่นี่เวลาเจอปัญหาอะไร แทนที่จะถามพี่ๆ ที่ทำมานาน แต่กลับไปถาม Google ที่สุดเอาเทคนิคใน Google มารักษาคนไข้ รักษาผิดไปก็มาก..เดือดร้อนกันทั้งโรงบาล…แต่พอมี Purpose … มันจะยังไงต่อ…พยายามเปลี่ยนเป็นอาชีพมาให้หากินได้ …จะได้สนุก มีความสุข ชีวิตมีความหมาย แต่ก็ได้ตังค์เลี้ยงตัวเองได้ …ตรงนี้แหละครับ ที่ฝรั่งจะไปไม่ถึง คนเอเชียอย่างคนโอกินาว่า…คิดล้ำไปอีก เรียกว่า IKIGAI  … ลองมาดูที่ IKIGAI  Model กัน การทำ Purpose แบบฝรั่งจะทำให้คุณได้องค์ประกอบของ IKIGAI บางส่วนนั่นคือคุณจะค้นพบความหลงใหล (Passion) และค้นพบสิ่งที่โลกต้องการ คุณจะเชื่อมกันได้ตอนทำ Funnel Test …คุณก็ต้องวางแผนต่ออีกไปทำอาชีพอะไร .ผมเองเลือกมาเป็นอาจารย์… จากนั้นก็ต้องสร้าง Mission สร้างงาน …

    ผมเองก็มี Mission สี่อย่าง สร้าง สาน สลัก สละ .. สร้างคนเก่ง สอนเขาให้ทำ AI แนว Applied เป็น   สาน คนเก่งให้มาเจอกันให้...เอาความรู้ ผู้คนมาสานต่อความรู้ ผสมผสานกันกลายเป็นความรู้ใหม่ๆ  สลัก พยายามเอา AI ไปผสมผสานทำให้ศาสตร์ต่างๆ กลมกล่อม ใช้งานได้อย่างทรงพลังมากขึ้น หรือเอาไปใช้ ใน Field ต่างๆ ไม่ใช่บริหารอย่างเดียว... สละ ให้ความรู้เป็นทาน หาตังค์ไปด้วย แต่ใครอยากรู้ก็ไม่ปิดกั้นไม่กั๊ก ...

    เอาเป็นว่าถ้าคุณจะทำอะไร อยากสุขมากก็ต้องหา Passion แต่สุขมากกว่าก็ต้องขยับมาเป็น Purpose ...แต่สุขมากกว่า ไปไกลกว่า คือเปลี่ยนเป็นอาชีพ นั่นคือ IKIGAI (ไม่งั๊นคุณกลายเป็นศิลปินไส้แห้ง)

    และนี่คือ IKIGAI ของผมครับ 


    "IKIGAI ของผมคือการตื่นขึ้นมาแต่ละวัน เพื่อเป็นคนสอน/ให้คำปรึกษาเรื่อง AI แก่คนดึมี Passion จากทุกเศรษฐฐานะ ทั่วไทย เพื่อให้เข้าเจ้าถึงเครื่องมือทางการพัฒนาองค์กรระดับโลก โดยผมมีอาชีพเป็นอาจารย์/วิทยากร AI เพื่อเลี้ยงตนเอง..."

    คราวนี้ก็ต่ออีก ....คุณจะทำอาชีพ ก็ต้องมีความชัดเจน...ทำยังไงเลือกอาชีพได้แล้ว IKIGAI ก็แล้ว ...ได้อาชีพในฝัน Mission ในฝันแล้ว ..จะเติบโตอย่างไร อย่างมี Style ...ทำงานน้อยแต่ได้ผลมาก.. ..ต้องวางแผน ลองไปหาหนังสือ Business Model Canvas ... สร้างแผน Business Model ขึ้นมา ...ของผมจะได้ดังนี้ครับ พูดง่ายๆคือลองเชื่อม IKIGAI เข้าไปในชีวิตจริงของคุณ ของผมได้ดังนี้   มันคือการเปลี่ยน IKIGAI มาถึงการทำงาน การบริหารงาน การทำกิจกรรม ลูกค้า ช่องทางต่างๆ การสร้าง บริหารพันธมิตร.. นั่นเอง



    ไว้โอกาสหน้าผมจะลงลึกเรื่องนี้ให้อีกครับ 

    วันนี้ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง น่าจะทำให้ทุกท่านที่ยังหา IKIGAI ไม่เจอ.. ผมแนะนำให้เริ่มจากการหา Purpose โดยใช้ Funnel Test ก่อน จะช่วยได้มาก ครับ 

    แล้ว Funnel Test ของคุณคืออะไร

    IKIGAI ของคุณคืออะไร 

    Business Model ของคุณคืออะไร

    ลองมาแชร์กันนะครับ

    ค่อยๆตอบครับ ...แต่ถึงตอบได้ก็กลับมาดูบ่อยๆ มันเป็นสิ่งที่ต้องทบทวนเรื่อบๆ

    วันนี้พอเท่านี้นะครับ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

    ด้วยรักและปรารถนาดี

    ดร.ภิญโญ  รัตนาพันธุ์

    www.aithailand.org

    เรื่อง Funnel Test หาดูได้ในหนังสือเล่มนี้ครับ


    บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



    ความเห็น (0)