ความจริงสูงสุด, ใจ และร่างกาย

13. ความจริงสูงสุด, ใจ และร่างกาย

ถาม  จากที่ท่านบอกเรา ดูเหมือนว่าท่านไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบตัว

แต่เท่าที่เราเห็น ท่านดูตื่นตัวและว่องไวอย่างยิ่ง

เราไม่อยากเชื่อว่าท่านอยู่ในสภาวะคล้ายถูกสะกดจิต ซึ่งทำให้จำอดีตไม่ได้เลย

ในทางตรงข้าม ความจำของท่านก็ยังดีอยู่

แล้วเราจะเข้าใจที่ท่านพูดได้อย่างไรว่าโลกและทุกสิ่งในโลกไม่มีอยู่ ตามที่ท่านเห็น

ตอบ  มันล้วนเป็นเรื่องของจุดสนใจ

ใจของเธอสนใจโลก แต่ใจของฉันสนใจที่ความจริงแท้

มันเหมือนพระจันทร์ในเวลากลางวัน – เมื่อพระอาทิตย์ส่องแสง เราแทบมองไม่เห็นพระจันทร์

หรือสังเกตเวลาเธอกินอาหาร

เมื่ออาหารยังอยู่ในปาก เธอจะรู้ว่ามันมีอยู่ แต่เมื่อกลืนลงไปแล้ว มันก็จะหายไปจากความรู้สึกของเธอ

ถ้าเราจะสนใจมันตลอดเวลาจนมันออกมาเป็นกากอาหาร คงเป็นเรื่องยากมาก

ใจน่าจะต้องพักชั่วคราวตามปกติ – การทำงานตลอดเวลาไม่หยุดเป็นสภาวะที่น่ากลัว

จักรวาลทำงานด้วยตัวเอง – นั่นเป็นสิ่งที่ฉันรู้

แล้วฉันต้องรู้อะไรอีกหรือ?

 

ถาม  ดังนั้น โยคี จะรู้ว่าเขากำลังทำอะไร ก็แค่เมื่อเขาหันความสนใจไปตรงนั้น มิฉะนั้น เขาก็แค่ทำอะไรๆโดยไม่ใส่ใจ

ตอบ  คนทั่วไปจะไม่มีสติรู้ร่างกายเช่นนั้น

เขาจะรู้สัมผัส รู้ความรู้สึก รู้ความคิด

แต่เมื่อเกิดการปล่อยวางขึ้น ความคิด ความรู้สึกเหล่านี้จะถอยห่างออกจากศูนย์กลางของความรู้ตัวด้วยตัวของมันเองโดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆเลย

 

ถาม  แล้วอะไรคือศูนย์กลางของความรู้ตัว?

ตอบ  สิ่งซึ่งไม่มีชื่อ ไม่มีรูป เพราะมันไม่มีคุณลักษณะใดๆ และมันอยู่เหมือการรู้ตัว

เธออาจพูดว่ามันคือจุดหนึ่งในความรู้ตัว ซึ่งอยู่เหนือความรู้ตัว

เหมือนรูในกระดาษ มันอยู่ในกระดาษ แต่ก็ไม่ใช่กระดาษ เช่นเดียวกับสภาวะสูงสุด อยู่ในศูนย์กลางของความรู้ตัว แต่ก็อยู่เหนือความรู้ตัว

มันเหมือนกับเป็นช่องเปิดในใจ ซึ่งใจจะท่วมท้นไปด้วยแสงสว่างผ่านช่องเปิดนี้

ช่องเปิดนี้ไม่ใช่แสงสว่าง มันเป็นแค่ช่องเปิด

 

ถาม  ช่องเปิดเป็นแค่ช่องว่าง เป็นความไม่มี

ตอบ  เป็นเช่นนั้น

จากมุมมองของใจ มันเป็นช่องว่างที่ให้แสงแห่งการตระหนักผ่านเข้ามาในที่ว่างของใจ

แสงนี้เปรียบเหมือนมวลของความตระหนักที่บริสุทธิ์ เป็นก้อนแข็ง หนาแน่น เหมือนก้อนหิน เป็นเนื้อเดียว และไร้การเปลี่ยนแปลง เป็นอิสระจากรูปแบบทางใจแห่งสมมติบัญญัติและรูปร่าง

ถาม  มีความเกี่ยวข้องอะไรหรือไม่ระหว่างที่ว่างของใจและที่อยู่ของความจริงสูงสุด

ตอบ  ความจริงสูงสุดทำให้ใจมีอยู่ได้ ใจทำให้ร่างกายมีอยู่ได้

 

ถาม  แล้วอะไรที่อยู่เหนือกายใจ?

ตอบ  ยกตัวอย่าง โยคีผู้เป็นที่เคารพท่านหนึ่ง มีความเชี่ยวชาญในศิลปะแห่งการมีอายุยืนยาว ท่านมีอายุมากกว่า 1000 ปี ท่านได้มาสอนศิลปะการมีอายุยืนแก่ฉัน

ฉันเคารพท่านอย่างสุดใจและเลื่อมใสอย่างยิ่งในความสำเร็จของท่าน แต่ฉันบอกท่านได้แค่ การมีอายุยืนจะมีประโยชน์อะไรเล่า?

ฉันอยู่เหนือกาลเวลา

ไม่ว่าชีวิตจะยืนยาวเท่าใด มันก็เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ และเป็นความฝัน

ในทำนองเดียวกัน ฉันอยู่เหนือคุณลักษณะใดๆ

คุณลักษณะเกิดขึ้นและดับไปภายในแสงสว่างของฉัน แต่มันไม่สามารถบอกลักษณะของฉันได้

จักรวาลเป็นแค่สมมติบัญญัติและรูปแบบต่างๆ ขึ้นอยู่กับคุณภาพและความแตกต่างของมัน แต่ฉันอยู่เหนือสิ่งเหล่านี้

โลกอยู่ที่นั่นเพราะ ฉันมีอยู่

แต่ฉันไม่ได้เป็นโลก

 

ถาม  แต่ท่านมีชีวิตอยู่ในโลก!

ตอบ  นั่นคือสิ่งที่เธอพูด! ฉันรู้ว่าโลกมีอยู่ ซึ่งรวมเอากายและใจนี้ แต่ฉันไม่ได้คิดว่ากายใจนี้เป็น “ของฉัน” มากไปกว่ากายใจอื่นๆ

มันอยู่ที่นั่น ในเวลาและที่ว่าง แต่ฉันไม่ม่กาลเวลาและไม่มีที่ว่าง

 

ถาม  แต่ทุกอย่างมีอยู่จากแสงสว่างของท่าน แล้วท่านคือผู้สร้างโลกหรือเปล่า?

ตอบ  ฉันไม่ใช่ทั้งศักยภาพหรือความเป็นจริง หรือความมีอยู่จริงของสรรพสิ่ง

ในแสงสว่างของฉัน สรรพสิ่งเกิดขึ้นและดับไป เหมือนฝุ่นละอองที่เริงระบำอยู่ในลำแสงจากดวงอาทิตย์

ลำแสงนั้นทำให้ฝุ่นละอองเกิดประกาย แต่ไม่ได้ขึ้นอยู้กับฝุ่นละออง

และไม่ได้เป็นผู้สร้างฝุ่นละอองเหล่านั้น

มันไม่รู้จักฝุ่นละอองเหล่านั้นด้วยซ้ำไป

 

ถาม  ผมถามคำถามท่าน และท่านก็ให้คำตอบ

ท่านรู้ตัวในการถามและตอบนี้หรือเปล่า?

ตอบ  ในความเป็นจริง ฉันทั้งไม่ได้ยินและไม่ได้ตอบ

ในโลกแห่งเหตุการณ์ คำถามและคำตอบเกิดขึ้น

แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นต่อฉัน

ทุกสิ่งแค่เกิดขึ้น

 

ถาม  และท่านคือผู้ที่แค่เห็นเหตุการณ์หรือ?

ตอบ  การเป็นผู้รู้เห็นเหตุการณ์คืออะไร?

มันเป็นแค่ความรู้

ฝนตก และตอนนี้ฝนหยุดแล้ว

มันไม่ทำให้ฉันเปียก

ฉันรู้ว่าฝนตก แต่มันไม่ส่งผลกระทบต่อฉัน

ฉันแค่รู้เห็นว่าฝนตก

 

ถาม  ท่านผู้เข้าถึงความจริงแท้ และเป็นเนื้อเดียวกับสภาวะสูงสุดโดยไม่ต้องพยายาม ท่านเหล่านั้นกิน ดื่ม และอื่นๆ

แล้วท่านตระหนักถึงสิ่งเหล่านั้นหรือไม่?

ตอบ  สิ่งซึ่งการรู้ตัวเกิดขึ้นภายใน การรู้ตัวแห่งจักรวาล หรือใจ เราเรียกมันว่า อีเทอร์ของการรู้ตัว

วัตถุแห่งการรู้ตัวประกอบกันขึ้นเป็นจักรวาล

สิ่งที่อยู่เหนือวัตถุและการรู้ตัว สิ่งซึ่งค้ำจุนวัตถุและการรู้ตัว คือสภาวะสูงสุด สภาวะแห่งความสงบนิ่งอย่างยิ่ง และความเงียบอย่างยิ่ง

ใครก็ตามที่ไปที่นั้น จะหายใป

มันไม่สามารถไปถึงได้โดยคำพูด หรือใจ

เธออาจเรียกสิ่งนั้นว่าพระเจ้า หรือ Parabrahman หรือ ความจริงสูงสุด แต่เหล่านี้คือชื่อที่ใจตั้งขึ้น

สิ่งนั้นไม่มีชื่อ ไม่มีเนื้อหา ไม่มีความพยายาม และเป็นสภาวะที่เป็นเองโดยธรรมชาติ อยู่เหนือการมีอยู่ และการไม่มีอยู่

 

ถาม  แล้วเราจะยังรู้ตัวหรือเปล่า?

ตอบ  เฉกเช่นที่จักรวาลคือร่างกายของใจ การรู้ตัวคือร่างกายของสิ่งสูงสุด

สิ่งสูงสุดนี้ไม่มีการรู้ตัว แต่มันทำให้เกิดการรู้ตัว

 

ถาม  กิจกรรมในชีวิตประจำวันของผมดำเนินไปตามความเคยชิน โดยอัตโนมัติ

ผมตระหนักถึงวัตถุประสงค์โดยรวมของมัน แต่ไม่ลงลึกถึงทุกรายละเอียดของการเคลื่อนไหว

เมื่อการรู้ตัวของผมขยายกว้างและลึกขึ้น รายละเอียดดูจะลดลง ทำให้ผมมีอิสระสำหรับแนวคิดทั่วไป

โยคีผู้บรรลุจะเป็นเช่นนี้หรือเปล่า

ตอบ  เป็น – เมื่อมีความรู้ตัวในระดับเดียวกัน

ในสภาวะสูงสุด – ไม่

สภาวะสูงสุดนี้ เป็นหนึ่งเดียว แบ่งแยกไม่ได้ เป็นแท่งทึบแห่งความจริง

วิธีเดียวที่จะรู้สิ่งนี้คือเป็นเนื้อเดียวกับมัน

ใจไม่สามารถเข้าถึงมันได้

การรับรู้สิ่งนี้ ไม่ต้องการประสาทสัมผัส การรู้สิ่งนี้ไม่ต้องการใจ

 

ถาม  นั่นคือวิธีการที่พระเจ้าขับเคลื่อนโลก

ตอบ  พระเจ้าไม่ได้ขับเคลื่อนโลก

 

ถาม  แล้วใครที่ขับเคลื่อนโลก?

ตอบ  ไม่มีใคร โลกขับเคลื่อนไปด้วยตัวของมันเอง

เธอถามคำถาม และเธอก็เป็นคนให้คำตอบ

และเธอรู้คำตอบ เมื่อเธอตั้งคำถาม

ทั้งหมดเป็นแค่ละครในการรู้ตัว

การแบ่งแยกทั้งหมดเป็นภาพลวงตา

เธอรู้ได้แต่ความไม่จริงเท่านั้น

แต่สำหรับความจริง เธอต้อง “เป็น” ด้วยตัวเอง

 

ถาม  มันมีการรู้ตัวของผู้รู้เห็นเหตุการณ์ และมีการรู้เห็นของการรู้ตัว

อันหลังนี้คือสิ่งสูงสุดใช่ไหม?

ตอบ  มีสองฝ่าย – บุคคล และผู้รู้เห็น หรือผู้สังเกต

เมื่อเธอเห็นว่าทั้งสองฝ่ายนี้เป็นหนึ่งเดียว และไปเหนือจากนั้น เธอจึงจะอยู่ในสภาวะสูงสุด

มันเป็นสภาวะที่ไม่สามารถรับรู้ได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้การรับรู้ก่อตัวขึ้นได้

มันอยู่เหนือการมีอยู่และการไม่มีอยู่

มันไม่ใช่กระจกหรือภาพสะท้อนในกระจก

มันคือสิ่งที่แค่เป็น – ความจริงที่ไร้กาลเวลา แข็งอย่างยิ่ง แน่นอย่างยิ่ง

 

ถาม  ท่านโยคีผู้บรรลุ – ท่านเป็นผู้รู้เห็นหรือเป็นความสูงสุด?

ตอบ  แน่นอนว่าท่านเป็นความสูงสุด แต่ก็อาจถูกมองได้ว่าท่านเป็นผู้รู้เห็นของจักรวาล

 

ถาม  แต่ท่านก็ยังเป็นบุคคลใช่ไหม?

ตอบ  เมื่อเธอเชื่อว่าเธอเป็นแค่บุคคล เธอก็จะมองเห็นบุคคลอยู่ทุกหนแห่ง

ในความเป็นจริง ไม่มีบุคคล มีเพียงสายใยแห่งความจำและความเคยชิน

วินาทีที่บรรลุความจริงสูงสุด บุคคลจะดับลง

เหลือเพียงเอกลักษณ์ แต่เอกลักษณ์ไม่ใช่บุคคล มันคือธรรมชาติที่มีอยู่ในความจริง

บุคคลไม่มีการมีอยู่ด้วยตัวเอง มันเป็นภาพสะท้อนในใจของผู้รู้เห็น หรือ “ฉันเป็น” ซึ่งเป็นแค่การมีอยู่ในแบบหนึ่งเท่านั้น

 

ถาม  ความจริงสูงสุดมีความรู้ตัวไหม?

ตอบ  ไม่มีทั้งความรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว สิ่งนี้ฉันพูดจากประสบการณ์

 

ถาม  Pragnanam Brahma. คำว่า Pragna คืออะไร?

ตอบ  มันคือความรู้เกี่ยวกับชีวิตจากการรู้ตัวที่ปราศจากอัตตาตัวตน

 

ถาม  มันคือพละกำลัง พลังงานของชีวิต การดำรงอยู่ชองชีวิต ใช่ไหม?

ตอบ  พลังงานมาก่อน

เพราะทุกอย่างคือรูปแบบของพลังงาน

การรู้ตัวมีความแตกต่างชัดเจนในสภาวะตื่น

และมีความชัดเจนน้อยลงเมื่อฝัน

และน้อยลงไปอีกเมื่อหลับ

เป็นเนื้อเดียว – ในสถานะที่สี่

ที่เหนือจากนั้นคือแท่งทึบแห่งความจริงที่อธิบายไม่ได้ เป็นที่อยู่ของโยคีผู้บรรลุ

 

ถาม  ผมถูกมีดบาดมือ ตอนนี้แผลหายแล้ว

แผลหายเพราะพลังอำนาจของอะไร?

ตอบ  โดยพลังของชีวิต

 

ถาม  พลังนั้นคืออะไร?

ตอบ  มันคือการรู้ตัว ทุกสิ่งล้วนรู้ตัว

 

ถาม  ต้นตอของความรู้ตัวคืออะร?

ตอบ  ความรู้ตัวคือแหล่งกำเนิดของทุกสิ่ง

 

ถาม  ถ้าไม่มีความรู้ตัว ชีวิตจะมีอยู่หรือไม่?

ตอบ  ไม่ และถ้าไม่มีชีวิต ก็ไม่มีความรู้ตัวเช่นกัน

ความรู้ตัวและชีวิตคือหนึ่งเดียว

แต่ในความจริง มีเพียงความสูงสุดเท่านั้น

ที่เหลือเป็นเพียงแค่บัญญัติและรูปร่าง

และถ้าเธอยึดติดกับแนงคิดที่ว่ามีเพียงบัญญัติและรูปร่างเท่านั้นที่มีอยู่ สำหรับเธอ ความสูงสุดจะกลายเป็นไม่มีอยู่

เมื่อเธอเข้าใจว่าบัญญัติและรูปร่างเป็นแค่เปลือกกลวงๆโดยไม่มีเนื้อหาใดๆเลย และสิ่งที่จริงนั้นไม่มีบัญญัติ ไม่มีรูปแบบ เป็นพลังบริสุทธิ์ของชีวิต และเป็นแสงแห่งความรู้ตัว เธอจะพบความสงบ – ชุ่มแช่อยู่ในความเงียบที่ลุ่มลึกของความจริงแท้

 

ถาม  ถ้าเวลาและที่ว่างเป็นเพียงภาพลวงตา และท่านอยู่เหนือสิ่งเหล่านั้น ได้โปรดบอกผมว่าตอนนี้อากาศที่นิวยอร์คเป็นอย่างไร แดดออกหรือฝนตก

ตอบ  ฉันจะตอบเธอได้อย่างไร? สิ่งเหล่านั้นต้องมีการฝึกฝนเรียนรู้เป็นพิเศษ

หรือไม่ก็ต้องเดินทางไปที่นิวยอร์ค

ฉันอาจแน่ใจว่าฉันอยู่เหนือเวลาและที่ว่าง แต่ฉันไม่สามารถพาตัวเองไปอยู่ที่หนึ่งในเวลาหนึ่งตามต้องการได้

ฉันไม่ได้สนใจเรื่องนั้น ฉันไม่เห็นประโยชน์ที่จะต้องไปเรียนรู้ทักษะพิเศษแบบนั้นของโยคี

ฉันแค่เคยได้ยินชื่อเมืองนิวยอร์ค

สำหรับฉันมันเป็นแค่คำศัพท์

ทำไมฉันต้องรู้มากกว่าที่คำนั้นบ่งบอก?

ทุกอะตอมอาจเป็นจักรวาล ที่ซับซ้อนเหมือนจักรวาลของเรา

ฉันต้องรู้จักมันทั้งหมดด้วยหรือ? ฉันทำได้ – ถ้าฉันฝึกฝน

 

ถาม  ในการตั้งคำถามเกี่ยวกับอากาศในนิวยอร์ค ผมผิดพลาดตรงไหน?

ตอบ  โลกและใจเป็นสภาวะของการมีอยู่

ความจริงสูงสุดไม่ใช่สภาวะ

มันแผ่ซ่านไปในทุกสภาวะ แต่มันไม่ใช่สภาวะของบางสิ่งบางอย่าง

มันไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งใด เป็นอิสระ สมบูรณ์ในตัวมันเอง อยู่เหนือเวลาและที่ว่าง เหนือใจและวัตถุ

 

ถาม  แล้วท่านจะรับรู้มันได้จากอะไร?

ตอบ  นั่นคือจุดที่มันไม่ทิ้งร่องรอยไว้ มันไม่มีอะไรให้เรารับรู้มันได้

มันต้องถูกเห็นโดยตรง โดยการหยุดการค้นหาสัญญาณและวิธีการทั้งปวง

เมื่อบัญญัติและรูปแบบทั้งหมดถูกเพิกถอนไป ความจริงจะอยู่กับเธอ

เธอไม่จำเป็นต้องค้นหามัน

ความมากมายและความหลากหลาย เป็นเพียงละครของใจเท่านั้น

ความจริงแท้เป็นหนึ่งเดียว

 

ถาม  ถ้าความจริงแท้ไม่มีร่องรอยหลักฐาน ก็น่าจะไม่มีการพูดถึงมัน

ตอบ  พูดสิ มันเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้

มันลึกและดำมืด ความลึกลับเหนือความลึกลับ

แต่มันมีอยู่ ในขณะที่สิ่งอื่นทั้งหมดแค่เกิดขึ้น

 

ถาม  มันคือสิ่งที่เราไม่รู้ใช่ไหม?

ตอบ  มันอยู่เหนือความเป็นสิ่งที่เรารู้และไม่รู้

แต่ฉันอยากเรียกมันว่า สิ่งที่เรารู้ มากกว่าสิ่งที่เราไม่รู้

เพราะเมื่อเรารู้บางสิ่ง แสดงว่านั่นคือสิ่งเป็นจริงซึ่งเรารู้ได้

 

ถาม  ความเงียบเป็นคุณลักษณะของความจริงแท้หรือเปล่า?

ตอบ  นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดจากใจเช่นกัน

สภาวะเงื่อนไขทุกอย่างล้วนเกิดจากใจ

 

ถาม  สมาธิอยู่ที่ไหน?

ตอบ  สมาธิคือการไม่ใช้ประโยชน์จากการรู้ตัว

เธอแค่โดดเดี่ยวใจของเธอ 

เธอไม่ต้องการสิ่งใด ไม่ว่าจะจากร่างกายหรือจากใจของเธอ

 

ศรี นิสาร์กะทัตตะ มหาราช

“I AM THAT”

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน i am that 13

คำสำคัญ (Tags)#I am THAT#ความจริงสูงสุด, ใจ และร่างกาย

หมายเลขบันทึก: 631056, เขียน: 14 Jul 2017 @ 14:37 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)