วัยใสหัวใจสะอาด 3H ตระหนักรู้ปาโคกข่าว

ความสำคัญ

กรมกิจการเด็กและเยาวชน  ได้สนับสนุนให้กลไกเด็กและเยาวชนการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถกระทาได้โดยการบังคับใช้กฎหมายกับหน่วยงานภาครัฐเพียงอย่างเดียว หากแต่ควรเป็นการเสริมสร้างส่งเสริมค่านิยม และกระตุ้นให้เกิดจิตสานึกและการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยภาพรวม สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดมหาสารคามจึงได้จัดทำโครงการเยาวชนไทยหัวใจใสสะอาดขึ้น  ด้วยปณิธานที่หวังร่วมกันว่าสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดมหาสารคามจะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่นให้หมดสิ้นจากแผ่นดินไทยและสร้างค่านิยมที่ดีในการส่งเสริมให้เกิดต้นแบบวัยใส ใส่ใจยุติคอร์รัปชั่นให้เกิดเพิ่มขึ้นในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม

สภาเด็กและเยาวชนอำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม ได้จัดโครงการวัยใสหัวใจสะอาด 3H(Heart Head Hand) ตระหนักรู้ป่าโคกข่าว วันที่ 8 กรกฎาคม 2560  ณ ป่าป่าข่าว (ป่าสวงนแห่งชาติ 2506) อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม โดยมีเป้าหมายเพื่อรณรงค์ ทำความเข้าใจด้านการคอรัปชั่น ซึ่งเลือกประเด็นมิติสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีวัตถุประสงค์ คือ  เพื่อส่งเสริมให้กลไกของเด็กและเยาวชนจังหวัดมหาสารคามเป็นอีกหนึ่งกลไกในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น และเพื่อให้คณะบริหารสภาเด็กและยาวชนระดับอำเภอ/จังหวัด  ได้รับเสริมสร้างจิตสำนึกที่ดีงามในการต่อต้านการคอร์รัปชั่น  รวมทั้งการสร้างเจตคติเรื่องธรรมาภิบาลให้กับแกนนำเด็กและเยาวชนได้มีบทบาทร่วมกันในการพัฒนาชุมชนของตน

ทั้งนี้ภายใต้กรอบแนวคิด เรื่อง การทำความเข้าใจเรื่องการคอรัปชั่นกับเยาวชน ประเด็นนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สื่อสารให้เข้าใจจริงๆได้ยากมาก และเราคาดหวังให้การอบรมสอดคล้องกับการศึกษาแบบ 4.0 ที่ต้องเป็นการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม(Active Learning) และในพื้นที่ของอำเภอมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ นั่น คือ ป่าโคกข่าวซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ จึงได้เลือกกิจกรรมเดินป่าสำรวจธรรมชาติขึ้นโดยเป็นสื่อนำให้เยาวชนเข้าใจเรื่องการไม่คอรัปชั่น นั่นหมายความว่า หากเราทุกคนช่วยกันรักษาป่าให้อุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้ มีอาหาร มีอากาศที่ดี ไม่ตัดไม้ทำลายป่า ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข นั่นก็เป็นการไม่คอรัปชั่นแล้ว แล้วยังดีต่อการปลูกจิตสำนึกของเยาวชนให้มีใจรักษาป่าชุมชน หวงแหนบ้านเกิดของตนเองอีกต่างหาก 

กิจกรรมในครั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านผือ และโรงเรียนเทศบาหลุบแซง ตำบลหนองกุง อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม กลุ่มเป้าหมายรอง คือ นักเรียนโรงเรียนเชียงยินพิทยาคมที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านผือ อำเภอชื่นชม โดยพื้นที่ในการศึกษา คือ ป่าโคกข่าวอำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม

ตารางกิจกรรม

08.30-09.00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมและแจกป้ายชื่อกลุ่มเป้าหมายจำนวน 20 คน พี่เลี้ยง 10 คน
09.00-09.30 น. กิจกรรมสันทนาการและกลุ่มสัมพันธ์ทำความรู้จักกัน ได้แก่ ปรบแกะ แตะกันเร็ว สัตว์บกสัตว์น้ำ ผึ้งแตกรังและกิจกรรมดอกไม้ 5 กลีบทำความรู้จักกันและอธิบายโครงการวิทยากรโดยกลุ่มเยาวชนฮักนะเชียงยืน
10.00-10.30 น.  พิธีเปิดโดย นายสุรพล ลีลาเลิศแล้ว นายอำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม
10.30-12.30 น.  กิจกรรมเดินสำรวจธรรมชาติป่าโคกข่าว วิทยากรโดย คุณสนธยา  ธสา  กิจกรรมถอดบทเรียนโดยเล่าเรื่อง(Story telling)
12.30-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00-14.00 น. กิจกรรมแผนที่เดินป่าประเด็น พันธุ์ไม้ สัตว์ป่า อาหาร สมุนไพร และปัญหาในป่า วิทยากรโดยคุณธีระวุฒิ ศรีมังคละ
14.00-14.20 น. เดินทางกลับหอประชุมอำเภอ และพักทานอาหารว่าง
14.20-14.50 น. กิจกรรมถอดบทเรียนด้วยเครื่องมือจดหมายKPAOutside วิทยากรโดยคุณพีรพัฒน์ บุญพิม
14.50-15.20 น. กิจกรรมสะท้อนผลและสรุปบทเรียน เล่าเรื่องประสบการณ์ของตนเอง
15.20 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

อธิบายกระบวนการ 

ในช่วงเช้า เป็นช่วงของการทำกิจกรรมละลายพฤติกรรมเข้าหากันโดยได้วิทยากรจากกลุ่มเยาวชนฮักนะเชียงยืนพาน้องๆเปิดสมองให้โล่งก่อนทำกิจกรรม หรือเรียกว่าเปิดใจก่อนเริ่มกระบวนการ ด้วยกิจกรรมสันทนาการตามสไตล์ของวิทยากร จากนั้นไม่นานพิธีเปิดโดยท่านปลัดอำเภอมาเปิดงานให้ ซึ่งท่านเคยเป็นวิทยากรป่าไม้เก่า ทำให้ท่านสนใจอย่างมากและลงมาเดินกับเด็กในพื้นที่ด้วย ในช่วงและตลอดทั้งวันมีท่านปลัดอำเภอชื่นชม คณะคุณครูจากโรงเรียนบ้านผือ สภาเด้กและเยาวชนอำเภอชื่นชม ท่านลงมาติดตามดูแลด้วย 

หลังจากเปิดงานไม่นานนักก็แบ่งกลุ่มเด็กๆออกเป็น 5 กลุ่ม ลงศึกษาตมประเด็นสำคัญได้แก่ พันธุ์ไม้ในป่า สัตว์ป่า อาหารในป่า สมุนไพรในป่า และปัญหาในป่า โดยใช้วิธีการวาดเป็นแผนที่เดินป่า พอเห็นอะไรที่สำคัญก็วาดจุดเหล่านั้นลง ฝึกเด็กๆให้รู้จักสังเกตด้วยว่าต้นไม้เหล่านั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร หรือสัตว์ตัวนี้มีลักษณะเป็นอย่างไร ซึ่งมิวิทยากรชุมชนเป็นอาสาสมัครพิทักษ์ป่า นำโดยคุณพ่อสนธยา เป็นทีมไกด์นำเที่ยวในครั้งนี้ แบ่งเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 1 ท่าน เดินเข้าป่าระยะทาง 1 กม.กว่า ในช่วงระหว่างทางที่เดินนั้น เด็กๆหลายคนให้ความสนใจมากกับประเด็นของตนเองถามครูชุมชนตลอดทาง(ส่อเพื่อรู้) เด็กบางคนก็วิ่งเล่นตามประสาเด็กๆ "ถ้ามีดนตรีเข้ามาสักหน่อย ผมก็จะนึกถึงรายการทุ่งแสงตะวัน" 

พอเดินไปถึงจุดหมายก็เดินทางกลับที่พักสรุปกิจกรรม รับประทานอาหารแบบป่า "ข้าวห่อใบตอง" จากนั้นก็เดินทางกลับหอประชุมเพื่อทำจัดการความรู้ต่อไป(KM) ครั้งนี้พาเด็กๆใช้เครื่องมือที่เรียกว่า "แผนที่เดินดิน" โดยให้เดินไปวาดไป ตามประเด็นของตนเอง โดยวิธีการ คือ ให้วาดถนนก่อน แล้วค่อยเติมจุดต่างๆที่ค้นพบ จากนั้นค่อยวาดภาพจากการสังเกตเห็นตามลำดับ กลุ่มไหนได้ประเด็นสมุนไพรก็เอาเฉพาะสมุนไพร หรือกลุ่มไหนได้อาหาร ก็เอาเฉพาะสิ่งที่เป็นอาหาร เป็นต้น จากนั้นก็ให้ออกมานำเสนอให้เพื่อนๆฟัง ว่าแผนที่ของประเด็นนี้ๆกลุ่มตัวเองเป็นอย่างไรบ้าง 

จากนั้นสรุปสิ่งที่เด็กๆได้เรียนรู้โดยใช้เครื่องมือ "หน้าต่าง 4 บาน" แบบ KPA Outside โดยชุดคำถามสำคัญ ได้แก่ วันนี้เราประทับใจอะไรบ้าง วันนี้ได้เรียนรู้อะไรบ้าง วันนี้ได้ฝึกทักษะอะไรบ้าง และสุดท้ายอยากให้ป่าโคกข่าวเป็นอย่างไร  โดยเด็กๆส่วนใหญ่ก็สะท้อนว่าประทับใจกิจกรรมสนุก การเดินป่า และประทับใจพี่ๆที่าเล่น พาเรียนนอกห้อง ซึ่งได้เรียนรู้เรื่องป่าหลายๆอย่างที่ยังไม่ทราบว่ามีอยู่ ปัญหาในป่าที่เราต้องช่วยกันแก้ไข ซึ่งคาดหวังว่าป่าไม้จะสมบูรณ์เป็นแหล่งอาหารของคนในชุมชนต่อไปอีกยาวนาน

ผลที่เกิดขึ้นในโครงการ

สิ่งที่เด็กๆประทับใจ(Attitude)

1) ประทับใจที่ได้มาเดินป่าเป็นครั้งแรก ไม่เคยเดินมาก่อนเลย ปกติมีแต่ขับรถผ่าน รู้สึกสดชื่น 

2) ประทับใจกับการได้เดินป่าร่วมกันกับเพื่อน รู้สึกมีความสุข ได้เพื่อนเยอะอีกด้วย 

3) ประทับใจพี่ๆที่พาเล่นเกมต่างๆ พาสันทนาการ และมาเล่าเรื่องให้ฟัง  

4) ประทับใจที่ได้มากินข้าวในป่าแบบชาวค่าย เป็นครั้งแรก

สิ่งที่เด็กๆได้เรียนรู้(Knowledge)  

1) ได้เรียนรู้ว่า ที่จริงในป่าก็มีสมุนไพรมาหมายหลายชนิด แต่เพียงเราไม่รู้จักแค่นั้นเอง ซึ่งก็สามารถนำมาใช้รักษาเราได้ เช่น ได้รู้ว่าหญ้ารีแพ(สาบเสือ) ช่วยห้ามเลือด ต้นโคกแลน เป็นต้น 

2) ได้รู้ว่าอาหารในป่าในช่วงที่เราเดินสั้นๆก็มี ผักชะอม เล็บแมว เห็ดต่างๆ(ทั้งเห็ดพิษและเห็ดกินได้) และนกจำนวนมาก 

3) ได้รู้ว่าขนาดเราเดินในช่วงสั้นๆ ก็ได้พบสัตว์หลายประเภท ได้แก่ รอยเท้าสุนัขจิ้งจอกแดง(พบมากในป่า) ผีเสื้อ มดดำ มดแดง ยุง ต่อ แตน ผึ้ง หนอน แย้(เยอะมาก) นกต่างๆ ลูกอ๊อต(ฮ๊วกแก้ว) เป็นต้น 

4) ได้รู้ว่าป่าแห่งนี้เป็นป่าเต็งรัง ยังไม่ถึงขั้นป่าเบญจพรรณ  มีต้นไม้มากมาย เช่น ต้นเต็ง ต้นรัง ต้นแดง ต้นแคร์ป่า ต้นงิ้วผา ต้นสาบเสือ ต้นกุง ต้นเล็บแมว และอื่นๆมากมาย และได้รู้ว่าต้นไม้ต้นนี้ๆชื่ออะไรบ้าง 

5) ได้รู้ว่าปัญหาในป่าโคกข่าวมีหลายปัญหาได้แก่ ไฟป่า การลักลอบตัดไม้ ลักลอบเอาฟืน ลักลอบล่าสัตว์ ขยะในป่า ซึ่งวิธีแก้ไข คือ ต้องไปบอกผู้ปกครองของตนเองให้ทราบถึงปัญหาเหล่านี้ 

ทักษะที่เด็กได้รับ(Skills/Process) 

1) ได้ฝึกทักษะการสื่อสารในพื้นที่สาธารณะ มีความกล้าแสดงออกทางความคิดเห็นผ่านไมค์มากยิ่งขึ้น โดยการออกไปพูดนำเสนองาน 

2) ได้ฝึกวาดแผนที่เดินป่าเป็นครั้งแรก โดยเดินทางวาดไป ซึ่งไม่ยากจนเกินไป แต่ก็สามารถทำได้ 

3) ได้ฝึกร่างกาย ทักษะการเดินป่า ทักษะทางกายโดยเรียนรู้ผ่านการเดินสำรวจด้วยตนเอง แล้วทำบันทึกข้อมูลไปเรื่อยๆจนสุดเส้นทาง  

4) ได้ฝึกทักษะชีวิต การดำรงชีพในป่า ว่าเห็ดอะไรกินได้และกินไม่ได้ รู้ว่ารูแย้เป็นอย่างไร เทคนิคการหาอาหารในป่า เพื่อเอาตัวรอด เป็นต้น

ภาพฝันของเด็กๆต่อป่าโคกข่าว 

1) อยากให้ป่าโคกข่าวอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ตัดไม้ทำลายป่า มีอาหาร มีสัตว์ป่า มีสมุนไพร มีต้นไม้ที่สมบูรณ์มากขึ้น 

2) อยากเห็นพื้นที่ป่าเป็นสีเขียวทั้งหมด ร่มเย็นมากขึ้น ธรรมชาติสวยงาม ให้เป็นป่าที่ดีที่สุดของจังหวัด เป็นแหล่งให้ความร่มเย็นของคนที่มา 

3) อยากให้ป่าอุดมสมบูรณ์ สุนัขจิ้งจอกแดงไม่สูญพันธุ์ ช่วยกันรักษาสัตว์ป่าต่อไป 

4) อยากให้ทุกคนช่วยกันอนุรักษ์ป่า ไม่มีขยะ เพราะไม่สวยงาม อีกทั้งเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย 

5) อยากให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติให้ทุกๆคนได้มาศึกษา โดยจัดตั้งเป็นรูปธรรมชัดเจน




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกพอเพียง



ความเห็น (0)