วันขอบคุณนักกิจกรรม : อีกหนึ่งระบบและกลไกการพัฒนานิสิตผ่านกิจกรรมนอกหลักสูตร

เป็นเสมือนการแสดงคามเคารพต่อคนดีและความดีที่เกิดขึ้นในถนนสายกิจกรรม ซึ่งมหาวิทยาลัยฯ มิสมควรละเลยปล่อยให้นิสิตจัดกันเองตามมีตามเกิด แต่โดยที่ผ่านก็สุขใจอยู่มากโข เพราะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหาสารคามก็ให้ความสำคัญอย่างมาก หลายต่อหลายปีอธิการบดีจะมาร่วมงานนี้ด้วยตนเองเสมอ เว้นเสียแต่ติดราชการ

วันขอบคุณนักกิจกรรม ปีการศึกษา 2559 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2560 ณ อาคารพัฒนานิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 

ปีนี้เราประสบปัญหาหลายอย่างพอตัว นับตั้งแต่งบประมาณหดหายไปครึ่งหนึ่ง ตระเตรียมอะไรยาวนาน แต่เอาเข้าจริงก็มิได้ขับเคลื่อนตามแผนที่วางไว้ ของรางวัลที่เคยได้มาจำนวนมากๆ ปีนี้ก็ได้มาไม่มากนัก ทำให้ต้องเจียดเงินที่มีอย่างจำกัดออกไปจัดซื้อเพิ่มเติม


ผมแพลนงานมายาวนาน กระตุกกระตุ้นเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบมาเป็นระยะๆ จนในที่สุดก็ยกเวทีให้พวกเขาไปจัดการกันเอง เพื่อสร้าง “ความเป็นทีม” ผ่านวิกฤตที่มีอยู่ตรงนั้น เป็นการ “วัดใจ” ว่าชะตากรรมเช่นนั้นจะมีใครใส่ใจดูแลกันกี่มากน้อย –


วันขอบคุณนักกิจกรรม  ยังคงเป็นไปตามครรลองเฉกเช่นทุกปี บนฐานคิดหลักของการแสดงความขอบคุณต่อเหล่าบรรดา ผู้นำนิสิต”  ที่เสียสละตนสร้างสรรค์กิจกรรมนอกหลักสูตร ทั้งเพื่อการพัฒนาตนเองและการพัฒนาสังคมควบคู่กันไป แถมยังช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยไปสู่สาธารณะในอีกช่องทางหนึ่งอีกต่างหาก

https://www.youtube.com/watch?v=ZoftNdJIamg&feature=youtu.be


ปีนี้ – กิจกรรมหลักๆ ยังคงรูปลักษณ์เดิมๆ ไว้อย่างหนักแน่น เป็นต้นว่า การสะท้อนภาพกิจกรรมในรอบปีที่ผ่านมาผ่านนิทรรศการ คลิป และอื่นๆ อาทิเช่น

  • การมอบทุนการศึกษาแก่นักกิจกรรม 
  • การมอบทุนการศึกษาแก่ผู้สร้างชื่อเสียงด้านกีฬาและศิลปวัฒนธรรม
  • การมอบรางวัลเชิดชูเกียรติคนดีศรี มมส 
  • การจับสลากรางวัล 
  • การร่วมรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน 
  • การแสดงความยินดีต่อผู้นำองค์กรชุดใหม่ (ปีการศึกษา 2560)
  • การเอ่ยลาของผู้นำองค์กรบริหารนิสิต (ปีการศึกษา 2559) ซึ่งปีนี้มาครบทั้งที่เป็นสภานิสิต องค์การนิสิต สโมสรนิสิต 


ในทางความบันเทิงบนเวทีได้รับความอนุเคราะห์จาก วงแคน (ชมรมนาฏศิลป์และดนตรีพื้นเมือง) มาค้ำยันเป็นเจ้าภาพ ขณะที่ชมรมสานฝันคนสร้างป่าก็ไม่น้อยหน้า ถึงขั้นยกทีมขึ้นเต็มเวทีเพื่อร้องเพลงชมรมฯ ช่วยเติมสีสันให้ดูคึกคักมากกว่าที่เป็นอยู่ กลายเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า “เราต่างล้วนเป็นเจ้าภาพร่วมกัน”

ถึงแม้ปีนี้จะไม่มีกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญ หรือแม้แต่กิจกรรมบนเวทีแบบเซอร์ไพรส์ในแบบฮาจนต่อมน้ำตาแตกจากพี่ๆ กลุ่มงานกิจกรรมเหมือนทุกปีก็เถอะ กระนั้นผมก็เชื่อว่าน้องนิสิตจะไม่รู้สึกหดหู่และน้อยใจ หรือแม้แต่รู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างได้จากหายไปจากค่ำคืนนี้  เพราะในเนื้อแท้แห่งใจนั้น เรารู้กันดีว่า  “มีความหมายใดในกิจกรรม”

ปีนี้—ถ้าไม่เข้าข้างตนเองนัก ดูเหมือนผู้คนจะอุ่นหนาฝาคั่งอยู่มากโข บรรยากาศเรียบง่ายและอบอุ่นเป็นพิเศษ ผู้บริหารจากคณะต่างๆ มาร่วมหลายคณะ และที่สำคัญคือมีองค์กรนิสิตมาร่วมมากกว่าทุกปีๆ โดยเฉพาะสโมสรนิสิตและชมรมในสังกัดสโมสรนิสิตถือว่ามากันเยอะมาก นี่คือปรากฏการณ์อันสำคัญที่บ่งชี้ว่าเรายังเป็น “หนึ่งเดียวกัน”  นี่คือวัฒนธรรมที่เรามีอย่างหนักแน่นและเป็นปึกแผ่น สมกับที่เราจัดสรรงบประมาณในแบบ “พี่น้อง” ด้วยการแบ่งปันเป็น “เงินฐาน” ก่อนกระจายไปตาม “รายหัว” 

โดยส่วนตัวผมชอบค่ำคืนนี้มาก อย่างน้อยก็ชอบที่จะได้เห็นนิสิตได้พร้อมใจกันใส่เสื้อชมรม หรือองค์กรตนเองมาร่วมงานเป็นกลุ่มๆ มันเหมือนตลาดนัดคนมีฝันที่นำพาความฝันมาเจอกัน มันเหมือนการพบรุ่นของขุนพลนักกิจกรรมในปีนั้นๆ มันเหมือนการมาร่วมเฉลิมฉลองเพื่อส่งมอบภารกิจสู่คนรุ่นใหม่

หรือแม้แต่การได้อ่านข้อความของนิสิตที่ร่ำระบายเนื่องในวันนี้ ก็ถือเป็นอีกจดหมายเหตุที่ผมมีความสุขที่จะอ่าน หรือเสพอย่างไม่มีข้อกังขา

และอื่นๆ อีกมากมายที่ผมไม่อาจอธิบายได้หมด

แต่ที่แน่ๆ วันขอบคุณนักกิจกรรม คือระบบและกลไกอันสำคัญของการเสริมสร้างขวัญกำลังใจแค่ผู้นำนิสิตที่อุทิศตนทำงานเพื่อส่วนรวมมาตลอดทั้งปี ครอบคลุมถึงกระทั่งนิสิตทั่วไปที่อาจไม่ได้มีสถานะของการเป็นผู้นำก็มีศักดิ์และสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมงานนี้ได้เช่นกัน 

โดยส่วนตัวผมมองว่านี่คือเวที หรือกิจกรรมอันสำคัญที่เป็นเสมือนการแสดงคามเคารพต่อคนดีและความดีที่เกิดขึ้นในถนนสายกิจกรรม  ซึ่งมหาวิทยาลัยฯ มิสมควรละเลยปล่อยให้นิสิตจัดกันเองตามมีตามเกิด  แต่โดยที่ผ่านก็สุขใจอยู่มากโข เพราะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหาสารคามก็ให้ความสำคัญอย่างมาก  หลายต่อหลายปีอธิการบดีจะมาร่วมงานนี้ด้วยตนเองเสมอ เว้นเสียแต่ติดราชการ 

นี่คือภาพอันดีงามที่ข้ามพ้นความเหลื่อมล้ำระหว่างนิสิตกับผู้บริหาร ตอกย้ำให้นิสิตได้รู้ว่าสิ่งที่พวกเขาทุ่มเทกายและใจให้กับกิจกรรมไปนั้น ถึงแม้พวกเขาจะไม่หวังสิ่งใดตอบแทน แต่มหาวิทยาลัยต้องมีหน้าที่หนุนเสริมกำลังใจให้กับนิสิตผ่านวิธีการต่างๆ อย่างจริงจัง จริงใจและต่อเนื่อง



ภาพ : บุณฑริกา ภูผาหลวง/พนัส ปรีวาสนา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

มาร่วมยินดี เสพสุขกับอาจารย์ด้วยนะคะ

เขียนเมื่อ 

คิดถึงตอนเรียน ป.ตรี เลย บรรยากาศแบบนี้ ;)...