อาณาจักรโบราณในถิ่นทองนี้มีชนชาติต่างๆ มากอาศัยอยู่ เมื่อชนชาติของตนมากขึ้นก็รวมตัวกันตั้งอาณาจักร กันติดต่อกับชนชาติอื่นก็เกิดวัฒนธรรมใหม่ บางชุมชนก็ล่มสลายไปด้วยภัยสงครามและภัยธรรมชาติ อาณาจักรเกิดจากผู้นำเอาอย่างวัฒนธรรมที่เข้ามามีอิทธิพลอย่างวัฒนธรรมอินเดีย ด้วยคนในถิ่นทองนี้เชื่อเรื่องผีมาก
และมีเรื่องเล่าว่าเมื่อคนอินเดียนำศาสนาพุทธเข้ามานั้น คนพื้นเมืองผิวคล้ำตัวเปลือยเปล่า ชอบหากินปลาตามริมน้ำ คนอินเดียจึงเรียกคนถิ่นทองนี้ว่า นาคา หรือนาค ในภาษาอารยันแปลว่า เปลือยหรือไร้ผ้าห่มกาย คนอินเดียจึงสอนพวกนาคให้เชื่อถือแล้วให้เป็นนักบวชเพื่อรักษาพระพุทธศาสนา ก็เปลี่ยนชีวิตคนพื้นถิ่นจากเชื่อผีเชื่อธรรมชาติมาเชื่อคำสอนพระพุทธเจ้า ( น. 194 )
การตั้งอาณาจักรเริ่มแรกในถิ่นทองได้แก่
1.อาณาจักรมอญ ( ยุคพุทธกาล- พุทธศตวรรษที่ 22 ) ชนชาติมอญเคยครองดินแดนส่วนมากนี้มีเมืองสำคัญตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำสะเทิม แปร ทาทองและพะโคหรือหงสาวดี ก่อนหน้านั้นมอญมีเมืองใหญ่อยู่ที่เมืองลพบุรีและเมืองลำพูน มีเรื่องเล่าว่า มะกะโท ชาวมอญมาอาศัยอยู่เมืองสุโขทัยแล้วพาลูกสาวเจ้าเมืองไปสร้างอาณาจักรมอญใหม่มีนามว่าพระเจ้าฟ้ารั่ว
สำหรับเจ้าอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ของมอญคือพระราชาธิราชครองเมืองพะโค ราว พ.ศ. 1928-1966 ) ในปี พ. ศ. 2083 พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้แห่งราชวงศ์ตองอู ครองเมืองอังวะบุกโจมตีอาณาจักรมอญแตกและย้ายเมืองมาอยู่พะโคเปลี่ยนชื่อเป็นหงสาวดี ชนชาติมอญหลบหนีไปอยู่กลับชนชาติสยาม
ยุคพระนเรศวรนั้น ชาวมอญเมืองแครงนำโดยพระยาเกียนและพระยารามได้อพยพหนีพม่ามาอยู่อยุธยาใกล้วัดขุนแสน มีพระมหาเถรคันฉ่อง ผู้นำสงฆ์ชาวมอญมาอยู่วัดมหาธาตุด้วย
ในปี พ.ศ. 2298 พระเจ้าอลองพญาของพม่าเข้าโจมตีทำลายอาณาจักรมอญจนสูญสิ้นแล้วตั้งเมืองหลวงใหม่ชื่อกรุงร่างกุ้ง ( แปลว่า สิ้นสุดการแตกแยก ). ( น. 196 ).
……………………………….
บรรณานุกรม
พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ . ( 2547 ). ประวัติศาสตร์ไทย . กรุงเทพ ฯ : สุขภาพใจ.