ทุนชุมชนในภูมิภาคตะวันตกกรณีศึกษา เรื่อง การจัดการขยะแบบมีส่วนร่วม ชุมชนบ้านต้นลาน ตำบลสัมปทวน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ( ครั้งที่ 7 )

ทุนชุมชนในภูมิภาคตะวันตกกรณีศึกษา เรื่อง การจัดการขยะแบบมีส่วนร่วม ชุมชนบ้านต้นลาน ตำบลสัมปทวน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

การทำหัวเชื้อไว้สำหรับทำน้ำหมักชีวภาพใช้เอง

วัสดุ – อุปกรณ์

- กากน้ำตาล 2 กิโลกรัม หรือน้ำตาลทรายแดง ห้ามไช้น้ำตาลทรายขาวนะครับ

- น้ำมะพร้าว 4 – 5 ลูก

- สับปะรด 2 ลูก

- ถังพลาสติกที่มีฝาปิด 1 ใบ

วิธีทำ หั่นสับปะรดแก่จัดทั้งลูก (ทั้งเปลือกและเนื้อ) เป็นชิ้นเล็ก ๆ 2 ลูก ปอกมะพร้าวอ่อนเอาแต่น้ำมะพร้าว 4 – 5 ลูก

นำสับปะรด น้ำมะพร้าว และกากน้ำตาล มาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ถังพลาสติกปิดฝาทิ้งไว้ในที่ล่ม (ควรคลุกเคล้ากลับไปกลับมาในถัง ทุก 2 วัน) ประมาณ 1 -2 เดือน จะได้หัวเชื้ออีเอ็มที่มีสีน้ำตาล กลิ่นหอม ไว้ใช้ประโยชน์ต่อไป

การทำหัวเชื้อจุลินทรีย์แบบแห้ง

ให้หาดินที่เกิดจากการทับถมจากใบไม้ไม้กิ่งไม้ตามป่าทึบเชิงเขา ครึ่งกิโลกรัมผสมกับแกลบ 3 กิโลกรัม รำละเอียด 2 กิโลกรัม ผสมคลุกเคล้าเติมน้ำลงไปพอเปียก หมักไว้ในกาละมังที่มีรูเจาะตรงกลางเพื่อระบายความชื้นและอากาศ พลิกกลับกองวันละครั้ง นาน 15 วันก้นำไปใช้เป็นหัวเชื้อในการหมักปุ๋ยต่างๆได้ดี ( สูตรลุงทองเหมาะครับ)

การผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์จากจุลินทรีย์ในดิน

1. เศษไม้ ใบไม้ผุ และดินที่มีเส้นใยเชื้อราสีขาว ที่ได้การชะล้างมาจากภูเขา 60 กิโลกรัม

2. รำละเอียด 15 กิโลกรัม

3. กากน้ำตาล 6 กิโลกรัม

4. น้ำสะอาด 120 ลิตร

วิธีทำ

1. ผสมเศษไม้ ใบไม้ผุ และดินที่มีเส้นใยเชื้อราสีขาวขึ้นปกคลุม กับรำละเอียด

2. ผสมน้ำสะอาด 20 ลิตร และกากน้ำตาล 1 กิโลกรัม คลุกเคล้าให้เข้ากันกับส่วน

ผสมข้อ 1. จะได้ส่วนผสมที่มีความชื้นประมาณ 30 %

3. กองส่วนผสมในที่ร่มแล้วเกลี่ยกองสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ใช้กระสอบป่านที่ชุบน้ำคลุมทิ้งไว้ ประมาณ 7 วัน หรือให้มีเส้นใยเชื้อราสีขาวกระจายทั่วกอง โดยรดน้ำให้กระสอบป่านชื้นอยู่เสมอ

4. นำส่วนผสมที่ได้ใส่ในถังหมัก เติมน้ำสะอาด 100 ลิตร และกากน้ำตาล 5 กิโลกรัม คนให้เข้ากัน ปิดฝาแล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 7 วัน จึงกรองเอาหัวเชื้อจุลินทรีย์บรรจุเก็บไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท

การผลิตหัวเชื้อจุสินทรีย์ธรรมชาติ

1. เก็บหัวเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติจากตาเปลือกสับปะรดในแปลงปลูกสับปะรดที่อยู่ ในระยะการเจริญเติบโตเต็มที่ พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวขายสู่ตลาดผู้บริโภค ซึ่งแปลงสับปะรดดังกล่าว จะต้อง ไม่มีการใช้สารเคมีกำจัดโรคพืชมาก่อนหน้าที่จะเก็บเชื้อจุลินทรีย์ไม่น้อย กว่า 3 เดือน

2. เฉือนหรือปอกเปลือกสับปะรดให้ติดตาจากสับปะรดจำนวน 3 ส่วน สับหรือบดให้ละเอียดแล้วนำไปผสมกับน้ำตาลโมลาสจำนวน 1 ส่วน นำทั้งสองส่วนมาคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างดี พร้อมทั้งใส่น้ำมะพร้าวผสมด้วยจำนวน 1 ส่วน แล้วนำส่วนผสมข้างต้นใส่ภาชนะแล้วปิดฝาด้วยผ้าขาวบาง ทิ้งไว้ 7 – 10 วัน ถ้ามีกลิ่นเหม็นให้ใช้น้ำตาลโมลาสเติมเข้าไปพอสมควรแล้วคนให้เข้ากันจนกลิ่น หายไป

3. หัวเชื้อจุลินทรีย์ที่หมักได้ที่ จะมีกลิ่นหอมหรืออาจจะมีกลิ่นเปรี้ยวบ้างเล็กน้อย หรือมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นหัวเชื้อสุรา สามารถเก็บในภาชนะที่ปิดฝาสนิทในสภาพอุณหภูมิห้องได้นานเป็นปี

การผลิตจุลินทรีย์ (อี เอ็ม) และการประยุกต์ใช้

วัสดุอุปกรณ์

1. ถังพลาสติกมีฝาปิดเพื่อทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ (อี เอ็ม)

2. ถุงพลาสติกเจาะรู หรือถุงปุ๋ย

3. วัสดุรองก้นถัง เพื่อช่วยระบายน้ำ

4. กากนำตาล

5. เศษอาหารสดต้องไม่เกิน 12 ชั่วโมง (เปลือก สับปะรด กล้วย เศษผัก จะให้ หัวเชื้อจุลินทรีย์มากและหอม ถ้ามีสารอาหารครบ 5 หมู่ จะได้หัวเชื้อที่ดีมาก)

6. ขวดพลาสติกใส (ห้าม ใช้ขวดแก้ว) หรือถังพลาสติกเพื่อขยายหัวเชื้อจุลินทรีย์

7. น้ำสะอาดปราศจากคลอรีน (อาจ ใช้น้ำประปาที่เปิดใส่ถังทิ้งไว้ค้างคืน)

ขั้นที่ 1 การทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ (อี เอ็ม)

1.1 นำเศษอาหารสด (สะเด็ด น้ำ) มาผสมกากน้ำตาล ในอัตราส่วน เศษอาหารสด

1 กิโลกรัม ต่อ กากน้ำตาล 2 – 5 ช้อน โต๊ะ คลุกและนำใส่ถุงที่ให้น้ำไหลออกได้ (อาจ ใช้ถุงพลาสติกที่เจาะรูโดยรอบหรือถุงปุ๋ย)

1.2 มัดปากถุงแล้วใส่ไว้ในถังพลาสติกที่เตรียมไว้ ควรรองก้นด้วยวัสดุช่วยระบายน้ำ (ใช้ ถาดใส่ไข่พลาสติกได้) ปิดฝาไม่ให้อากาศเข้า ทิ้งไว้ 7 วัน หลัง 7 วันแล้วให้เปิดฝาดูจะมีน้ำหัวเชื้อจุลินทรีย์สีน้ำตาล กลิ่นหอมอมเปรี้ยวอมหวาน

ขั้นที่ 2 การขยายหัวเชื่อจุลินทรีย์ (อี เอ็ม)

2.1 นำหัวเชื้อจุลินทรีย์ผสมกากน้ำตาล และน้ำสะอาด ในอัตราส่วน 1 : 1 : 200 มาผสมและใส่ภาชนะที่เตรียมไว้

2.2 ปิดฝาให้สนิทเก็บไว้ 3 วัน (วัน ที่ 3 มีก๊าซมาก ควรเปิดฝาระบายก๊าซบ้าง)

ขั้นที่ 3 การประยุกต์ใช้

3.1 ใช้ในครัวเรือน เช่น เช็ดพื้น แช่ล้างตระกรันในหม้อต้มน้ำ เช็ดรองเท้า ล้างห้องส้วม เช็ดกระจก ซักผ้า ล้างรถ ฯลฯ ใช้บำบัดกลิ่น และเร่งการย่อยสลาย เช่น บำบัดน้ำเสียจากท่อระบายน้ำ และระบบบ่อบำบัดน้ำเสียรวม บำบัดกลิ่นและเร่งการย่อยสลายสิ่งปฏิกูลในห้องน้ำ บำบัดกลิ่นขยะมูลฝอย และรถขนขยะ ฯลฯ

3.2 ใช้เพื่อการเกษตรกรรม เช่น ใช้รดต้นไม้ ผลิตฮอร์โมน ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ กำจัดกลิ่นมูลและกลิ่นสาบสัตว์ ใช้ปรับและเสริมคุณภาพดินเพื่อการเพาะปลูกพืช ฯลฯ (ถ้า ใช้รดแปลงพืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ ให้ผสมกากน้ำตาล และน้ำสะอาด 1 : 1 : 1,000


นี่คือจุลลินทรีย์ในดิน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ทุนชุมชนในภูมิภาคตะวันตก : กรณีศึกษา เรื่อง การจัดการขยะแบบมีส่วนร่วม ชุมชนบ้านต้นลาน ตำบลสัมปทวน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม



ความเห็น (0)