ฟังเด้อจะเล่าให้ฟัง

ตั้งแต่ลืมตามาดูโลกก็เห็นแต่ สีเขียว ใบไม้ ต้นไม้ ป่าเขา ทุ่งนา

เป็นชีวิตที่แสนจะมีความสุข อาหารการกินอยู่สบาย

ขาดหน่อยก็แต่ไม่มีไฟฟ้าใช้ อยู่กลางทุ่งนา ป่าเขา

มีทั้งเสีอ อันตรายต่างๆมากมาย แต่ก็ได้เรียนรู้จากตรงนี้

ก็คือการได้อยู่กับธรรมชาติทำให้

เราได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่ให้ประโยชน์กับเรามากมาย

ส่วนโทษนั่นก็มีอยู่แต่คงจะมีไม่มากถ้าเราไม่ล่วงเกินธรรมชาติก่อน

ธรรมชาติฏ็จะไม่ทำร้ายเรา ผมอยู่กับธรรมชาติมามากพอๆกับครึ่งชีวิตที่เกิดมา

การเรียนรู้ในการเดินป่า ล่าสัตว์ ได้เรียนรู้วัฒนธรรม ปู่ ย่า ตา ยาย

การสืบทอดเจตนาของ ผู้เฒ่า ผู้แก่ที่พยายามจะถ่ายทอดความรู้ให้เราคนรุ่นใหม่อยู่ เสมอ

แต่แล้วสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นกับปัจจุบันก็คือเรื่องราววัฒนธรรมกำลังจะกลายเป็นเรื่องราว

เล่าขานกันเท่านั้น เพราะไม่มีใครที่จะอนุรักษ์ไว้เลย ไม่รู้จะพูดยังไง

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเสียใจ แต่เราก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น

มัวแต่นั่งเสียใจก็ไม่สามารถที่ สิ่งเหล่านั้นจะกลับคนมาได้ถ้าเราไม่เริ่มช่วยกันอนุรักษ์ หวงแหน สิ่งที่เป็นต้นกำเนิดของเราเสียแต่วันนี้ วันหน้า

เราคงจะ มีแค่ตัวหนังสือ หรือเรื่องราวที่เล่าสู่กันฟัง จากรุ่นสู่รุ่นแล้ว ก็หายไปเป็นเรื่องราวที่ไม่มีใครสนใจ การได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาตินั้น

ถ้าใครได้สัมผัสกับธรรมชาติแล้ว มันมีอะไรที่ทำให้เรามีกำลังใจสู้ แค่ได้สูดอากาศ เพียง ผิว ผ่าน ก็รู้สึก ได้ อย่าเห็นเป็นเรื่องตลกไป นะครับ พี่น้องครับ เอาเป็นว่าการเริ่มต้นการเล่าเรื่องราว บ้านนอกคงจะขอเริ่มต้น ไว้เพียงเท่านี้ก่อน ทดสอบก่อนว่าจะมีใครให้ความเห็นกับเราบ้าง ครูบา อาจารย์ ท่านคงจะเป็นผู้ที่แนะนำได้ดีที่สุด เช่นเคย แหละครับ

ด้วยจิตคารวะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกเล่มใหม่



ความเห็น (0)