จริงเรื่องนี้ควรให้คะแนนเพิ่ม มากกว่าให้ผิด นะ
การศึกษาที่เคยชินกับการเลือก ช้อยคำตอบเป็นข้อสอบแบบปรนัย ซึ่งจริงแล้วการสอนให้เด็กนักเรียนคิดและตอบอย่างมีเหตุมีผลนั้น เราทุกคนต่างรู้ดีว่า ย่อมดีกว่าตอบได้เพียงรู้กับไม่รู้เท่านั้น ยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อวานนี้ หมวยน้อยได้การบ้านมา เป็นโจทย์ ที่ให้คิดวิเคราะห์ แสดงวิธีทำ ตามคำถามย่อยในแต่ละข้อ แม่ช่วยสอน และฝึกให้ลูกคิดวิเคราะห์ เธอเข้าใจทำได้ แต่เย็นวันนี้เธอมาบอกว่า เธอได้ ศูนย์คะแนน ถามลูกว่า ผิดอย่างไร เธออธิบายว่า หนูตอบเกินคำถาม แม่เอามือกุมขมับ โถๆๆๆประเทศไทย อุตส่าห์พยายามถามเด็กแบบอัตนัย แต่คำตอบในหัวคุณครูยังเป็นปรนัยอยู่ เอิ่บจริงคุณแม่ว่า มันน่าให้คะแนนเพิ่มนะ
โจทย์ นมกล่องละ 27 บาท ถ้าซื้อ 2 กล่องจะซื้อได้ในราคา 50 บาท มีเงินอยู่ 180 บาท จะสามารถซื้อนมได้มากสุดกี่กล่อง
หมวยน้อยตอบ ซื้อได้ 7 กล่อง เหลือเงินอีก 3 บาท
ซึ่ง คุณแม่ดูแล้ว อืมมม์ ถูกทั้ง 7 กล่อง ถูกทั้ง เหลือเงิน 3บาท
แต่ไหง๋ คุณครูให้ ศุนย์คะแนน
หมวยน้อยบอก ก็หนูตอบเกิน แม่คิดในใจก็มันเป็นอัตนัย ไม่ใช่ ปรนัย หากเป็นปรนัยแล้วให้เธอศูนย์ แม่ไม่เถียง แต่ก็เอาเถอะ อธิบายลูกไปก็ไม่เข้าใจหรอก แต่ ก็ถามลูกอีก ว่าหนูเสียใจมั๊ย หมวยน้อยบอก ไม่เสียใจ หนูเข้าใจว่าตอบเกิน คำถาม
แม่ก็สบายใจว่า อย่างน้อยลูกไม่เครียด
แต่อยากเล่าสู่ฟังว่า เราพยายามพัฒนาความคิดที่มีเหตุมีผล แต่ไม่สามารถลบรากเหง้า ความคิดที่เรายึดติดมาตัดสินผิดถูกได้
แม่ชลัญ
