การศึกษาไทย ติดโรค GERM หรือเปล่า

การพัฒนาคนในยุคปัจจุบัน ต้องพัฒนาบนพื้นฐานความแตกต่าง พัฒนาให้เป็นตัวของเขาเอง ไม่ใช่พัฒนาให้เป็นเหมือนๆ กันหมด ซึ่งเป็นเป้าหมายของการศึกษาในโลกยุคอุตสาหกรรม

การศึกษาไทย ติดโรค GERM หรือเปล่า

ใครไม่รู้จักโรค GERM (Global Educational Reform Movement) ทางการศึกษา อ่านที่ ,

ปฐมเหตุ (root cause) ของโรคร้ายนี้ คือระบบตลาดทางการศึกษา คือสร้างมาตรฐาน สินค้า” ให้โรงเรียนแข่งขันกันเสนอ “สินค้า” นั้น และให้นักเรียน/ผู้ปกครอง เลือก/แย่ง ซื้อ “สินค้า” ที่ตนพอใจ ที่ทั้งในอเมริกา ในเมืองไทย และประเทศอื่นๆ ระบบตลาดการศึกษาเป็นปลอม ทำให้เกิดโรค ที่ประเทศใช้เงินลงทุนด้านการศึกษาสูงมาก แต่คุณภาพการศึกษาต่ำ

นอกจากระบบตลาดจะปลอมแล้ว มาตรฐานการศึกษาที่กำหนดขึ้นก็ปลอมเสียอีก เพราะผลผลิตทางการศึกษาที่แท้จริงคือคุณภาพคน ซึ่งซับซ้อนมาก ไม่สามารถกำหนดให้ทดสอบได้โดยวิธีสอบ แต่สามารถประเมินได้โดยการสังเกตของครูที่มีทักษะสูง

โรค GERM ชักจูงให้ประเทศที่ติดโรคหลงผิด หันไปลงทุนในระบบตลาด คือสร้างมาตรฐาน ส่งเสริมการแข่งขัน และการวัดผลโดยหน่วยงานกลาง แทนที่จะลงทุนที่คุณภาพครู และคุณภาพโรงเรียน ที่สร้างขึ้นจากการทำงานพัฒนานักเรียนรอบด้าน ดังกรณีโรงเรียนและครูในฟินแลนด์ และในกรณีครูและโรงเรียนไทยจำนวนหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็น “โรงเรียนนอกแบบ” หรือ “โรงเรียนทางเลือก”

การลงทุนที่คุณภาพครู คุณภาพโรงเรียน ต้องทำให้มีทั้งความสามารถและความรับผิดชอบ โดยต้องไม่ลืมว่างานด้านการศึกษาเป็นงานสร้างสรรค์ จึงต้องให้มีอิสระ (autonomy) สูง และต้องไม่ลืมว่าเป็นอิสรภาพที่ผูกอยู่กับความรับผิดชอบในผลงาน ทำอย่างไร อยู่ในหนังสือ ปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จ บทเรียนแนวใหม่จากฟินแลนด์

หัวใจคือการพัฒนาคน และการพัฒนาคนในยุคปัจจุบัน ต้องพัฒนาบนพื้นฐานความแตกต่าง พัฒนาให้เป็นตัวของเขาเอง ไม่ใช่พัฒนาให้เป็นเหมือนๆ กันหมด ซึ่งเป็นเป้าหมายของการศึกษาในโลกยุคอุตสาหกรรม

วิจารณ์ พานิช

๑๘ มี.ค. ๖๐

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)