"จิตอาสา"
....“ความสุขที่แท้จริง ไม่ใช่ผลจากการได้รับ แต่เป็นผลจากการได้ให้”....
ในช่วงวันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปทำจิตอาสาที่มูลนิธิเด็ก บ้านทานตะวัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เคยได้ไปจัดกิจกรรมให้น้องๆที่เป็นเด็กโตมาก่อนแล้ว การจะไปครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ก่อนการไปครั้งนี้ได้คุยกับเพื่อนๆที่ไปด้วยกัน และตกลงกันว่าจะลองทำจิตอาสากับน้องๆที่ยังเล็ก โดยเหตุผลที่เลือกว่าจะไปทำจิตอาสาให้กับน้อง ก็เป็นเพราะ อันดับแรกคือ “ใจก่อนเลย ชอบเด็ก และคิดว่าการเข้าไปทำอะไรที่ชอบจะทำให้เราสามารถทำมันออกมาได้ดี” และอีกเหตุผลหลักคือ “อยากเข้าไปให้ความรัก ความอบอุ่นแก่น้องๆ ด้วยความที่น้องๆบางคนมาจากครอบครัวที่มีปัญหาทำให้ไม่สามารถเลี้ยงดูน้องได้ ปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัว หรือน้องที่กำพร้า เพราะความจริงแล้วสิ่งที่น้องต้องการมากที่สุดก็คือความรัก ความอบอุ่น หรือขอเพียงแค่อ้อมกอดและพวกเราคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เรามีอยู่ในตัว เราได้รับความรักจากครอบครัว จากคนรอบข้าง จึงอยากที่จะมีโอกาสหยิบยื่นความรู้สึกดีๆ ความรักที่มีให้น้องเค้าได้รู้สึก ได้รับรู้
"ใจก่อนเลย ชอบเด็ก และคิดว่าการเข้าไปทำอะไรที่ชอบจะทำให้เราสามารถทำมันออกมาได้ดี”
“อยากเข้าไปให้ความรัก ความอบอุ่นแก่น้องๆ พวกเราคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เรามีอยู่ในตัว
เราได้รับความรักจากครอบครัว จากคนรอบข้าง จึงอยากที่จะมีโอกาสหยิบยื่นความรู้สึกดีๆ ความรักที่มีให้น้องเค้าได้รู้สึก ได้รับรู้"
และเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าไปทำจิตอาสาในเด็กเล็ก ทำให้จำเป็นต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมจากทางมูลนิธิ เนื่องจากตั้งใจไว้ว่าจะนำของเข้าไปบริจาคด้วย จึงโทรไปถามทางมูลนิธิเกี่ยวกับรายละเอียด ที่ต้องรู้เพื่อใช้เตรียมการก่อนเข้าไปทำจิตอาสาว่าน้องๆกินนมแบบไหน หรืออะไรที่ขาดแคลนอยู่บ้างหรือไม่ ซึ่งทางพี่ที่ได้ติดต่อไป เค้าก็ให้คำตอบมาว่า
“ถ้าเป็นน้องที่เป็นเด็กโต ก็จะเป็นพวกนมจืด UHT แบบกล่อง หรือหากเป็นน้องที่ยังเล็กๆก็จะเป็นนมผง ช่วงอายุ 0-6 เดือน แล้วก็ 7เดือน -1ขวบขึ้นไป” และเวลาที่พี่แจ้งเพิ่มเติมว่า "เข้าไปหาน้องได้ตอน 9.00 น. และน้องจะเข้านอนตอนบ่ายประมาณ 11.30 น-14.30น. "
ตอนที่ไปถึงก็ประมาณ 10 โมงกว่าๆ น้องที่ได้เข้าไปช่วยดูแลอายุประมาณ 5 เดือน-3ปี น้องๆที่ยังเล็กกำลังนอนเล่นของเล่น บางคนก็กำลังร้องไห้ น้องที่เดินได้แล้วก็กำลังเล่นเครื่องเล่นอยู่ข้างหลังตึก
พวกเราเข้าไปหาน้องๆที่นอนบ้าง ร้องไห้บ้าง เล่นกับน้อง ชวนน้องคุย ส่วนน้องที่ร้องไห้เราก็จะปลอบด้วยการอุ้มและให้อ้อมกอด โดยน้อง 1 คน/พี่ 1 คน เพราะคิดว่าจะได้ให้ความสนใจเท่ากัน เมื่อเวลาเที่ยงก็ถึงเวลากินข้าวข้องน้องๆ โดยปกติแล้วคนป้อนข้าวให้น้องจะเป็นพี่เลี้ยงฝ่ายเด็กเล็ก ซึ่งมีจำนวนน้อย แต่น้องเล็กๆมีมากคือ 7-8 คน พวกเราจึงได้ช่วยป้อนข้าวให้กับน้องๆ ที่ตัวเองดูแลอยู่ หลังจากนั้นพี่เลี้ยงก็จะพาน้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และเตรียมเข้านอน ซึ่งเราก็จะมีเวลาอยู่กับน้องอีกประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนที่น้องจะหลับ ก็ได้ช่วยพี่ป้อนนมให้น้องและกล่อมน้องนอน ถึงเวลากลับก็ได้เวลากล่าวลาและขอบคุณพี่ๆที่ทำให้มีโอกาสได้ทำกิจกรรมจิตอาสาดีๆได้รับความรู้สึกดี ความสุขที่มีแต่การให้เท่านั้นถึงจะรู้สึกได้ ทางมูลนิธิได้เสริมว่า
“ถ้าเป็นไปได้ น้องๆว่างๆก็อยากให้เข้ามาอีกนะ อยากให้เข้ามาบ่อยๆ มาชวนน้องตัวเล็กๆพูด มาชวนเค้าเล่น มาชวนเค้าคุยได้นะ เพราะน้องๆบางคนด้วยความที่พี่มีไม่มาก ก็อาจทำให้การพูดคุยน้อย ซึ่งการพูดคุยนี่แหละที่ส่งผลต่อพัฒนาด้านการพูดของน้องเค้า ตอนนี้พัฒนาการด้านการพูดของน้องช้า ว่างๆก็เข้ามาได้นะ ไม่ต้องโทรบอกก็ได้ เข้ามาได้เลย มาเล่นทั้งวันก็ได้”
ซึ่งมันทำให้เรารู้สึกว่า จะต้องมีอีกหลายๆครั้งแน่นอน ที่เราจะกลับไปที่นั่นอีก เพราะที่มูลนิธิแห่งนี้ทำให้เราได้ให้ ขณะเดียวกันก็กลับรู้สึกเหมือนได้รับมากกว่าได้ให้ไปเสียอีก และถ้าหากเป็นไปได้ ก็อยากบอกกล่าวให้คนภายนอกที่รู้สึกอยากจะให้เหมือนพวกเราได้ลองทำดู เเล้วจะรู้ว่าเเค่ได้เป็นผู้ให้ก็มีความสุขเเล้ว
"หากคุณรู้สึกว่ากำลังท้อแท้ ชีวิตตัวเองไม่มีค่า สถานที่แห่งนี้ จะเป็นที่ๆคุณจะเป็นทุกๆอย่างของพวกเขา เป็นคุณครู เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นคนรัก เพราะพวกเขาไม่เคยเลือกว่าคุณต้องดี ต้องเพียบพร้อม ขอแค่คุณเดินเข้ามาพร้อม หัวใจที่เปี่ยมไปด้วยรัก ความรักจากการที่คุณให้ก็จะแปรเปลี่ยนเสมือนกระจกสะท้อน เมื่อคุณรู้จักได้ให้ คุณก็จะได้รับความสุขที่มาจากเด็กๆตอบแทนกลับมา ผ่านทางอ้อมกอด และรอยยิ้มของพวกเขา”



