"กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สามารถจัดการความรู้ ด้านการหัน เหคดีเด็กและเยาวชนออกจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ด้วยวิธีการประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
แผนการจัดการความรู้ กรมพินิจฯ
<div><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="left"><tbody><tr><td align="left" valign="top" style="padding-right: 9pt; padding-left: 9pt; padding-bottom: 0cm; padding-top: 0cm; background-color: transparent; border: #ece9d8"> 1. บทสรุปผู้บริหาร จากพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 11ส่วนราชการมีหน้าที่พัฒนาความรู้ในส่วนราชการ เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ โดยต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารและสามารถประมวลผลความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเหมาะสมต่อสถานการณ์ รวมทั้งต้องส่งเสริมและพัฒนาความรู้ ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์ และปรับเปลี่ยนทัศนคติของข้าราชการในสังกัด ให้เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและมีการเรียนรู้ร่วมกัน ประกอบกับท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัตน์และเทคโนโลยีทำให้ส่วนราชการทุกแห่งจะต้องปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงต่างๆให้เร็วยิ่งขึ้น ดังนั้น “การพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้” จึงเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารองค์กรเพื่อให้สามารถยืนหยัดและก้าวเข้าสู่สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเหมาะสม ทั้งนี้ ในการดำเนินการ ดังกล่าวจะต้องส่งเสริมและพัฒนาความรู้ ความสามารถของบุคลากรในสังกัดให้พร้อมที่จะเรียนรู้สามารถแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้และทำให้การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 63pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เพื่อให้การปฏิบัติราชการของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมีวิธีการบริหารที่ดี จึงได้นำการจัดการความรู้(Knowledge Management) ซึ่งเป็นระบบการจัดการที่สามารถกำหนดขึ้น และนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมมาดำเนินการ โดยกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้จัดวางระบบการจัดการความรู้ และแผนการดำเนินงานตามประเด็นยุทธศาสตร์ “พัฒนากระบวนการยุติธรรมและการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชน ผู้ต้องหาและ ผู้กระทำผิด” ที่ได้จัดทำเป็นข้อเสนอการเปลี่ยนแปลง(Blueprint for Change)ไว้เมื่อปีงบประมาณพ.ศ.2548 ดังรายการต่อไปนี้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">1.1 คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานจัดการความรู้กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และ CKO (Chief Knowledge Officer) พร้อมรายละเอียดหน้าที่และความรับผิดชอบ</p> 1. นายสุรินทร์ เสถียรมาศ เป็น CKO ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้1.1 ให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ เช่น ทรัพยากร1.2 ให้คำปรึกษาแนะนำและร่วมประชุมเพื่อการตัดสินใจแก่คณะทำงาน1.3 แต่งตั้งหรือมอบหมายบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่เพิ่มเติม2. นายอภิชาต จารุศิริ เป็น หัวหน้า KM Team 3. นางจารุวรรณ รีฮาเซ็น เป็น KM Team4. นายปรีชา โสวรรณี เป็น KM Team <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 56.25pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 56.25pt" class="MsoNormal">5. นางสาวดวงพร อุกฤษณ์ เป็น KM Team</p> 6. นางสาวอรพรรณ เลาหัตถพงษ์ภูริ เป็น KM Team 7. นางรัชดาวรรณ ศิริไพบูลย์ เป็น KM Team 8. นางสาวศิริประกาย วรปรีชา เป็น KM Team 9. นางสาวธันวลัคน์ เชิงดี เป็น KM Team โดย หัวหน้า KM Team มีหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้ <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt 70.9pt; text-indent: -70.9pt; text-align: justify; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal"> 1. จัดทำแผนจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์กรมพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยาวชนประจำปี 2549 </p> 2. กำกับ ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานต่อ CKO3. เร่งรัด ติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลการดำเนินงานพื่อการแก้ไขปรับปรุง4. ให้คำแนะนำปรึกษาแก่คณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ KM Team มีหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้1. จัดทำแผนจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 25492. ดำเนินงานตามแผนและจัดทำรายงานความคืบหน้าของงานในส่วนที่รับผิดชอบ3. เป็น “แบบอย่างที่ดี” ในเรื่องการจัดการความรู้4. เป็น Master Trainer ด้านการจัดการความรู้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 56.25pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 56.25pt" class="MsoNormal"> 5. ให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้การจัดการความรู้เป็นเป็นไปอย่างมีระบบและส่วนหนึ่งของเกณฑ์ในการประกอบการพิจารณาประเมินบุคคล </p>
1.2ขอบเขต KM (KM Focus Area)
• ขอบเขต KM (KM Focus Area) ที่สนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์ทั้งหมดประกอบด้วย
1. ด้านคดีอาญา
2. ด้านควบคุมดูแลและบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนในสถานแรกรับ
3. ด้านควบคุมดูแลและบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรม
4. ด้านพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในการพิทักษ์คุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม
• ขอบเขต KM (KM Focus Area) ที่จะเลือกดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2549 (ได้คะแนนสูงสุด) คือ
- ด้านคดีอาญา
1.3เป้าหมาย KM (DesiredState)· เป้าหมาย KM (DesiredState) ทั้งหมด ที่สอดรับกับขอบเขต KM ที่จะเลือกดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2549 ประกอบด้วย1. กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนสามารถจัดการความรู้ด้านการหันเหคดีเด็กและเยาวชนออกจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญาด้วยวิธีการประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ2. หน่วยงานในสังกัดสามารถจัดการฝึกอบรมเด็กและเยาวชนแบบเช้ามาเย็นกลับได้อย่างเหมาะสมกับเด็กและเยาวชนแต่ละราย3. กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนสามารถจัดการความรู้ด้านการประสานเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันแก้ไขเด็กและเยาวชนกระทำผิดก่อนเข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 9pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"> · เป้าหมาย KM (DesiredState) เพียงเป้าหมายเดียว ที่ทีมงานจะเลือกดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2549 คือ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนสามารถจัดการความรู้ด้านการหันเหคดีเด็กและเยาวชนออกจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญาด้วยวิธีการประชุมกลุ่ม ครอบครัวและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> 1.4ปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Key Success Factor) ปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Key Success Factor) เพื่อให้ดำเนินการจัดการความรู้ตามเป้าหมาย KM ที่เลือกทำ สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในองค์กร คือ1. ความรู้ความสามารถและความพร้อมในการปฏิบัติงานของบุคลากรในกรมที่เกี่ยวข้อง 2. การยอมรับและความสนใจของชุมชน สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. ความสำเร็จของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารการจัดการความรู้ของกรม4. ผู้บริหารทุกระดับให้ความสำคัญ มีการสร้างบรรยากาศที่เปิดกว้างให้บุคลากรแสดงความ คิดเห็น5. มีการสื่อสารที่ชัดเจน เป็นระบบและต่อเนื่อง6. สร้างแรงจูงใจให้ทุกคนมีส่วนร่วมและเห็นประโยชน์ของการจัดการความรู้ </span> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 56.25pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 56.25pt" class="MsoNormal"></p>
</span></span> </td></tr></tbody></table></div></font></strong>