วันที่ 35 เด็กหาย (19 มกราคม 2560)

วันนี้เกิดเหตุการณ์น่าตื่นเต้นและระทึกใจที่สุดเท่าที่อยู่โรงเรียนนี้มา

เพราะวันนี้ฉันได้ประสบพบเจอกับประสบการณ์ "เด็กหาย"

โดยเรื่องมีอยู่ว่า...


วันนี้ฉันมีสอนแค่คาบเดียว คือ คาบ 4 โดยสอนนักเรียน ชั้น ป.1/1

ซึ่งคาบเรียนที่ 4 เป็นคาบเรียนที่ต่อจากคาบพักเที่ยงพอดี

ดังนั้นกว่าเด็ก ๆ จะเข้าห้องเรียน ก็กินเวลาในคาบไปมากพอสมควร

ดังนั้นในวันนี้ ฉันจึงสอนเด็กจนเสร็จ แล้วจึงปล่อยเด็กไปเรียนลูกเสือ


หลังจากสอน ป.1/1 เสร็จ ฉันก็เดินข้ามอาคารมาเพื่อจะนำของมาเก็บและนั่งประจำอยู่ที่ห้อง ป.3/6 ที่เดิม

ทันทีที่เปิดประตูห้อง ป.3/6 เข้าไป ก็พบว่า ครูมารีย์บอกว่ามีเด็กไปเข้าห้องน้ำ 3 คน ตอนนี้ยังไม่กลับมา

เด็กที่หายไป ก็คือ ค.ช.คณิศร ด.ญ.กัญญามาศ และ ด.ญ.ศุพรรษา

ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเด็กกลุ่มที่ลาไปห้องน้ำกลุ่มนี้มีกจะชอบเถลไถลไปที่อื่นก่อนเสมอกว่าจะเข้าห้อง

แต่บังเอิญว่ามีคณิศรที่เป็นเด็กดีของห้องหายไปด้วย ฉันจึงรู้สึกผิดปกติ


แม้จะนั่งรอมานานแค่ไหน เด็ก 3 คนดังกล่าวก็ไม่มีวี่แววจะขึ้นมาเลย

ทั้งที่ในขณะนั้น เด็ก ๆ ป.3/6 ได้เรียนและติวข้อสอบ NT ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญมาก

เด็กนักเรียนทุกคนในห้อง ป.3/6 ไม่เคยหายไปไหนนาน ๆ อย่างนี้มาก่อน เพราะเด็กมีความเป็นระเบียบวินัยสูงมาก

แต่ทำไมอยู่ ๆ เด็ก ๆ ถึงหายไป

การติวข้อสอบผ่านไปเรื่อย ๆ

5 ข้อผ่านไป...

10 ข้อผ่านไป...

เด็กทั้ง 3 คนก็ยังไม่กลับมา


ตอนแรกฉันนึกว่าเด็ก ๆ คงไปเถลไถลที่ไหน แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกไม่ดี เพราะเด็กหายไปนานแล้ว

และในช่วงนี้ บังเอิญเป็นช่วงเวลาของการก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ ภายในโรงเรียน

ทั้งอาคารเรียนใหม่ สนามหญ้า และประตูรั้วโรงเรียน

หากมองในความคิดแง่ลบ ฉันกลัวไปต่าง ๆ นานาเหลือเกินว่า เด็ก ๆ จะเกิดอันตราย

ไหนจะคนงานที่เข้ามาในโรงเรียนเยอะแยะ หรืออาจจะเป็นอันตรายเกี่ยวกับไฟฟ้ารึเปล่า เพราะช่วงนี้คนงานเดินสายไฟฟ้าเข้าอาคารเรียนใหม่ด้วย


ฉันทนรอไม่ไหวตั้งแต่ 5 นาทีแรก ฉันตัดสินใจเดินลงไปหาที่ห้องน้ำก็ไม่เจอเด็กทั้ง 3 คน

ฉันเดินขึ้นมาหาครูมารีย์ที่ห้อง ป.3/6 อีกครั้ง เด็กก็ยังไม่ขึ้นมา

ระหว่างที่เดินผ่านห้อง ป.3 ห้องอื่น ๆ ฉันก็พยายามมองหาเด็ก ๆ ในห้องอื่น ๆ แต่ก็ไม่เจอ

แล้วยังได้รับสายตาที่มองมาแบบสงสัยจากครูประจำชั้นห้องนั้น ๆ ด้วยว่า "มองทำไม"

เด็ก ๆ คงไม่หายไปอยู่ห้องอื่น ๆ แน่


จิตใจของฉันตอนนั้นร้อนรนมาก กลัวเด็ก ๆ จะเป็นอันตราย

หากเกิดเรื่องไม่ดี ตอนนี้เด็ก ๆ คงต้องการได้รับความช่วยเหลือ

และหากฉันไปช่วเด็กช้าเกินไป ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กบ้าง

คิดแค่นี้ ฉันก็แทบจะรับไม่ได้กับสิ่งที่คิด


ฉันคิดอยากจะให้ประชาสัมพันธ์ประกาศตามหาเด็กมาก

แต่เนื่องจากเวลานี้ นักเรียนทุกห้องกำลังเรียนอยู่

หากประกาศออกไป ทุกคนในโรงเรียนคงตกใจมากที่อยู่ ๆ มีเด็กหายไป

หรือหากประกาศออกไปแล้ว เด็กกลับมาห้องพอดี คนที่เสียหน้าคงเป็นฉัน ที่ทำอะไรตื่นตูม


ครูมารีย์กับฉันก็แบ่งกันหาตามทั่วโรงเรียน เดินหานักเรียนไปยังที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งโรงเรียน ก็ไม่เจอ

ครูมารีย์เดินได้แค่รอบเดียว เพราะสุขภาพของครูด้วย ฉันจึงให้ครูไปอยู่รอนักเรียนที่ห้องเผื่อนักเรียนกลับมา

ส่วนฉันก็เดินหาไปเรื่อย ๆ ตามมุมอับต่าง ๆ ในโรงเรียน ที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน ฉันก็เดินตามหาไปเรื่อย ๆ

พร้อมกันนี้ฉันก็สลับวิ่งไปหาครูมารีย์ที่ห้องด้วย เผื่อเด็กกลับมา

เด็ก ป.3/6 ที่เหลือในห้องอยากลงมาช่วยตามหาเพื่อนมาก แต่หากให้เด็กที่เหลือลงมามาช่วยกันหาเพื่อนก็ไม่ได้ เพราะหากเด็กที่หายไปกลับมาที่ห้อง คงไม่เจอใคร

หรือไม่งั้น หากเกิดเรื่องไม่ดีกับเด็กทั้งสามคน นักเรียนที่ออกจากห้องเรียนมาตามหาก็อาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นมาอีก ซึ่งส่งผลเสียมากกว่าผลดี...


ดังนั้น ฉันจึงรับเดินหาเองดีกว่า ส่วนคนที่เหลือรออยู่ในห้องพร้อมครูมารีย์

ในสถานการณ์คับขันอย่างนี้ ฉันสัมผัสได้ถึงความห่วงใยจากทั้งครูมารีย์และเพื่อน ๆ ในห้อง ป.3/6

ทุกคนรอคอยการกลับมาของเด็กทั้ง 3 คน ฉันจึงต้องรีบหาพวกเขาให้เจอ

ฉันวิ่งวนหาทั่วทั้งโรงเรียน 3 รอบ ฉันก็ไม่เจอเด็ก ไม่มีแม้แต่วี่แววของเด็กเลย ทั้งรองเท้า หรืออะไรที่เกี่ยวกับเด็กที่อาจหล่นไว้ เหลือร่องรอยอะไรบ้าง

ฉันทั้งเดินทั้งวิ่งรอบโรงเรียนเหมือนคนบ้า เดินวนซ้ำแล้วซ้ำอีก จนเด็กและแม่ครัวถามว่า "ครูเดินรอบโรงเรียนทำไม"

ตอนนี้ฉันเริ่มนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ฉันก็เดินหาไปด้วย พร้อมกับภาวนาในใจขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยเด็ก ๆ ด้วย ...


สุดท้ายแล้ว ฉันก็เริ่มรู้สึกว่าร่างกายฉันไม่ไหวแล้ว

หากวิ่ง หากเดินวนหาเหมือนคนบ้าแบบนี้ ฉันคงจะเป็นลมไปก่อน

เพราะวันนี้แดดร้อนมาก และฉันเดินรอบโรงเรียนมาหลายรอบแล้ว

ฉันขึ้นไปหาครูมารีย์อีกครั้ง เด็ก ๆ ก็ยังไม่ขึ้นมา

สุดท้ายฉันและครูมารีย์จึงตัดสินใจว่า เราควรประกาศตามหาตัวเด็กทั้ง 3 คนแล้ว

เพราะโดยรวม ๆ แล้ว เด็กหายไปได้เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว


หัวใจของฉันตอนนั้น มันเต้นเร็วและรัวมาก ๆ

หากเด็ก ๆ เป็นอะไรไป ฉันคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตที่ช่วยเด็กไม่ทัน...

ครูพิสันต์ประกาศตามหาเด็กทั้ง 3 คน แต่ผ่านไปสักพัก เด็ก ๆ ก็ยังไม่กลับห้อง

จนตอนที่ฉันกำลังจะเดินขึ้นอาคารเรียน ชั้น ป.3 เพื่อไปหาครูมารีย์อีกครั้ง ฉันก็รู้สึกโล่งใจทุกอย่าง

เพราะฉันเจอเด็ก ๆ ทั้ง 3 คนที่หายไปแล้ว ที่หน้าห้อง ป.3/1 ห้องที่ฉันเดินผ่านไป ๆ มา ๆ ตอนเดินหาเด็ก ๆ

ฉันดีใจที่เด็ก ๆ ปลอดภัย ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ....


ก่อนพาเด็ก ๆ ขึ้นห้องเรียน ฉันก็เจอครูประจำชั้น ป.3/1 เดินมาส่งพวกเขาหน้าห้องเรียน

ครูบอกฉันว่า เด็กทั้ง 3 คน ทำความผิด ไม่มีระเบียบวินัย

ครูจึงลงโทษโดยการไม่ให้กลับขึ้นไปบนห้อง และนั่งอยู่กับ ป.3/1 ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ครูก็ลืมไปเลยด้วยซ้ำว่าเด็ก ๆ นั่งอยู่ที่ห้อง ป.3/1

ส่วนความผิดที่เด็กทำ ให้ฉันไปไต่ถามเด็กเอง

ตอนนี้ฉันไม่คิดอะไรแล้ว ความคิดตอนนี้คือ พาเด็ก ๆ ไปหาครูมารีย์และเด็ก ๆ ที่รออยู่ในห้อง ป.3/6


ทันทีที่เด็กทั้ง 3 คนเดินเข้าห้อง ทั้งครูมารีย์และเด็ก ๆ ที่เหลือก็ดีใจมากที่ทั้ง 3 คนกลับมา

จากนั้นครูมารีย์ก็ทำหน้าที่ไต่ถามถึงสาเหตุที่เด็ก ๆ ถูกทำโทษ

ตอนนี้ฉันไม่อยากรับรู้อะไร ฉันรู้แต่ว่า ฉันต้องนั่งพักด่วน ไม่งั้นคงได้เป็นลมจริง ๆ แน่

ฉันเดินหาทั่วโรงเรียนตั้งหลายรอบ ที่แท้เด็ก ๆ ถูกทำโทษอยู่ที่ห้อง ป.3/1 ที่ซึ่งฉันเดินผ่านไปผ่านมา เฮ้ออออออ ! ><


ถ้าวันนี้เด็กทั้ง 3 คนเป็นอะไรไป ฉันคงไม่ให้อภัยตัวเองที่หาเด็กไม่เจอ

ขอบคุณที่กลับมา...

ประสบการณ์ในวันนี้ ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง

และฉันจะจำเหตุการณ์วันนี้ไปตลอดชีวิตเลย...

เดินหาแทบตาย สุดท้ายอยู่ใกล้ตัวเรานี่เอง ><

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวเสาวภา เรือนปัญโญ (ภาคเรียนที่ 2/2559)



ความเห็น (0)